
ครัสเตเชียน มีพิษ ชนิดแรกของโลก!
จ้านี้เป็นสิ่งมีชีวิตเฉพาะถิ่น ที่อาศัยอยู่ในระบบถ้ำใต้น้ำแอนไคอะไลน์ (Anchialine system) บนคาบสมุทรยูคาทาน ในทะเลแคริบเบียน มันจึงเป็นสิ่งมีชีวิตที่ยากจะพบเห็น แค่เพียงการจะดำน้ำเข้าไปหาพวกมัน ก็อาจตายได้!
สิ่งมีชีวิตที่ดูคล้ายตะขาบ แต่ไม่ใช่ชนิดนี้มีชื่อว่า ซิบัลบานุส ทูลูเมนซิส (Xibalbanus tulumensis) ต่อไปผมจะขอเรียกมันว่า ทูลูเมนซิส โดยชื่อมันมาจากคำว่า ซิบัลบา (Xibalba) เป็นชื่อของยมโลกหรือโลกใต้พิภพในตำนานเทพของชาวมายา

ในตอนแรก ทูลูเมนซิส ถูกบรรยายลักษณะทางวิทยาศาสตร์ในปี พ.ศ. 2530 (1987) ในตอนนั้นพวกเขาให้มันอยู่ในสกุล สปีลีโอเนกทีส (Speleonectes) ซึ่งเป็นการบรรยายจากลักษณะทางกายภาพของพวกมัน แต่ต่อมา ในปี พ.ศ. 2556 (2013) นักวิจัยก็ย้ายทูลูเมนซิส ให้ไปอยู่ในสกุล ซิบัลบานุส (Xibalbanus) ในอันดับ เรมิพีเดีย (Remipedia)
ทั้งนี้ ทูลูเมนซิส เป็นเพียงสัตว์น้ำตัวเล็กๆ มีลำตัวเรียวยาวคล้ายหนอนหรือตะขาบ ยาว 25 – 30 มิลิเมตร มันมีระยางค์ว่ายน้ำที่เหมือนของตะขาบด้วย และลักษณะเด่นอีกอย่างของทูลูเมนซิส คือ มันเป็นสัตว์ที่วิวัฒนาการให้อยู่ในระบบถ้ำใต้น้ำอย่างแท้จริง ไม่มีตาและไม่มีเม็ดสีโดยสิ้นเชิง และยังมีประสาทสัมผัสที่ใช้การรับรู้ทางเคมี
โครงสร้างร่างกายประกอบด้วยส่วนหัวที่ปกคลุมด้วยแผ่นแข็งเรียกว่าแผ่นคลุมหัว (cephalic shield) ตามด้วยส่วนลำตัวที่ยาวและแบ่งเป็นปล้องซ้ำ ๆ กัน (homonomously segmented) ซึ่งอาจมีได้ถึง 36 – 42 ปล้อง โดยจำนวนปล้องจะเพิ่มขึ้นตามอายุ
ระบบพิษของ ทูลูเมนซิส
แม้ว่าทูลูเมนซิส จะเป็นที่รู้จักมานานแล้ว แต่นักวิจัยเพิ่งรู้ว่ามันมีพิษเมื่อปี พ.ศ. 2550 (2007) แถมยังเป็นพิษที่ซับซ้อนมากด้วย และในตอนนั้นพวกเขาก็รู้เพียงแค่ พิษจะส่งผ่าน กรงเล็บคู่หน้าที่มีลักษณะคล้ายเข็มฉีดยา จนผ่านมาหลายปี พวกเขาได้ใช้เทคนิคการสร้างภาพสามมิติ และการทำคอมพิวเตอร์โทโมกราฟี (computer tomography) จนสามารถยืนยันโครงสร้างของระบบพิษที่ซับซ้อนนี้ได้สำเร็จ!
โดยนักวิจัยพบว่า ต่อมสร้างพิษ (Glands) จะอยู่บริเวณกลางลำตัว, จากนั้นพิษจะถูกเก็บไว้ในถุงเก็บพิษ ซึ่งเชื่อมต่อกับต่อมพิษผ่านท่อส่งพิษ, เขี้ยวพิษ จะตรงระยางค์คู่ที่ 1 (Max1) ซึ่งถูกดัดแปลงเป็นกรงเล็บคล้ายเขี้ยว ซึ่งมีช่องเปิดของท่อส่งพิษ อยู่ใกล้ปลายสำหรับฉีดพิษเข้าสู่เหยื่อ นอกจากนี้ ยังมีระบบกล้ามเนื้อที่ซับซ้อนทำหน้าที่บีบตัวเพื่อปั๊มพิษจากถุงเก็บพิษผ่านเขี้ยวพิษ
ส่วนเหตุที่ทำให้พวกมันกลายเป็นเช่นนี้ ถือเป็นตัวอย่างของการแลกเปลี่ยนเชิงวิวัฒนาการ (evolutionary trade-off) และการปรับตัว ให้เข้ากับสภาพแวดล้อมเฉพาะทางอย่างสุดขั้ว เพื่อชดเชยการสูญเสียการมองเห็นในสภาพแวดล้อมที่ขาดแคลนสารอาหาร มันได้พัฒนาระบบอื่นให้มีประสิทธิภาพ พวกมันมีประสาทสัมผัสที่ใช้การรับรู้ทางเคมี และวิวัฒนาการจากระยางค์ของครัสเตเชียนทั่วไปไปสู่ระบบการฉีดพิษที่ซับซ้อน
ในเรื่องวิธีล่าเหยื่อหลักๆ ของ ทูลูเมนซิส คือ การใช้เขียวฉีดพิษไปที่เหยื่อ จากนั้นเหยื่อจะตายในที่สุด และจากการวิเคราะห์พิษ นักวิจัยพบว่า พิษของทูลูเมนซิส นอกจากจะถึงตายแล้ว ยังประกอบด้วยเอนไซม์ย่อยอาหารที่ทำให้เนื้อเยื่อภายในของเหยื่อกลายเป็นของเหลว ซึ่งช่วยให้มันกินเหยื่อที่กลายเป็นของเหลวได้ง่าย ซึ่งคล้ายคลึงกับพฤติกรรมของแมงมุม มันคือวิธีการสกัดสารอาหารจากเหยื่อที่มีประสิทธิภาพสูงมาก
อย่างไรก็ตาม หลังจากเฝ้าสังเกตอยู่นาน นักวิจัยยังพบว่า ทูลูเมนซิส เป็นนักฉวยโอกาสที่มีความยืดหยุ่น ไม่เพียงแต่มันกินเหยื่อตรงๆ ด้วยการสุ่มโจมตี มันยังเป็นสัตว์กินซาก กรองกิน และยังสามารถพึ่งพาจุลินทรีย์ และสังเคราะทางเคมีได้อีกด้วย
สุดท้าย! เพราะการค้นพบพิษของทูลูเมนซิส ในช่วงปี พ.ศ. 2556 (2013) ได้มีการเปิดสาขาวิชาใหม่ที่เรียกว่า “เวโนมิกส์ของครัสเตเชียน” (crustacean venomics) ขึ้นมา และเพราะพิษของทูลูเมนซิส เป็นส่วนผสมของโปรตีนและเปปไทด์ที่ซับซ้อน มันประกอบไปด้วย เอนไซม์ย่อยอาหาร และพิษยังส่งผลต่อระบบประสาทที่ทำให้เป็นอัมพาตอีก
ไม่ใช่แค่นั้น พิษของมันยังมีความเสถียรสูงมาก ทนทานต่อเอนไซม์ ความร้อน และค่า pH ที่สุดขั้วได้ คุณสมบัติความเสถียรนี้ เป็นที่ต้องการอย่างยิ่งในการพัฒนายาสำหรับมนุษย์ น่าเสียดายที่พวกมันเป็นสิ่งมีชีวิตที่เข้าถึงได้ยาก แต่ในอนาคตก็อาจมีการเลี้ยงในตู้ได้







