
เกาะโอเนโคตันคืออะไร?
สำหรับเกาะโอเนโคตัน (Onekotan Island / Онекотан) เป็นเกาะภูเขาไฟที่ไม่มีผู้คนอาศัยอยู่เลย ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของหมู่เกาะคูริล เคยเป็นของญี่ปุ่น จนถึงปี พ.ศ. 2488 (1945) หลังจากนั้นก็ตกเป็นของรัสเซียจนถึงทุกวันนี้ แต่ก็ยังมีข้อพิพาทเรื่องดินแดนกันอยู่

ส่วนลักษณะของเกาะแห่งนี้พิเศษมาก มันเกิดขึ้นจากภูเขาไฟ 2 แห่ง ที่เชื่อมต่อกันด้วยคอคอด หนึ่งคือ ภูเขาไฟเครนิตซิน (Krenitsyn) ที่อยู่ทางใต้ และ ภูเขาไฟนีโม (Nemo) ทางตอนเหนือ การปะทุครั้งล่าสุดเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2495 (1952) ในเรื่องสภาพอากาศบนเกาะ จะเป็นแบบกึ่งอาร์กติก (subarctic) มี ฤดูหนาวที่ยาวนาน หนาวเย็น มีพายุ และ หมอกรุนแรง ซะจนในภาษาญี่ปุ่นยังเรียกว่าเกาะในสายหมอก บนเกาะมีทะเลสาบ 2 แห่ง และ แม่น้ำอีก 7 สาย
พืชพรรณบนเกาะมีอย่างน้อย 300 ชนิด พบสุนัขจิ้งจอกและสัตว์ฟันแทะ ขนาดเล็กสองสามชนิด ในน่านน้ำรอบเกาะมีสิงโตทะเล แมวน้ำ และมีแมลง นกนางนวลแปซิฟิกและนกนางแอ่นพายุเหนือทำรังบนเกาะ ไม่มีรายงานถึงสัตว์มีพิษอย่างเช่นงู
ในกรณีของสุนัขจิ้งเป็นไปได้ว่า เป็นมนุษย์นำเข้าไป เพราะตามบันทึกของญี่ปุ่น ระบุว่า เคยมีเรือล่มใกล้เกาะแล้วขึ้นไปอาศัยบนนั้น โดยสร้างบ้าน 20 หลัง และมีการเลี้ยงสุนัขจิ้งจอกก่อนสงคราม
ทะเลสาบสองแห่งที่เหมือนอยู่กันคนล่ะโลก
และอย่างที่บอกเอาไว้ว่า ทะเลสาบสองแห่งนี้แตกต่างอย่างสุดขั้ว เพราะทะเลสาบแห่งแรก ทะเลสาบโคลต์เซโว (Koltsevoe Lake) นั้นไม่มีปลาอยู่เลย ในขณะที่ทะเลสาบอีกแห่งคือ ทะเลสาบเชอร์โนเย (Chernoye Lake) ที่ห่างกัน 20 กว่ากิโลเมตร นั้นมีปลาเลย แต่ทำไม? จึงเป็นเช่นนี้?
ก่อนอื่นขอพูดถึง ทะเลสาบโคลต์เซโว (Koltsevoe Lake) หรืออีกชื่อคือ ทะเลสาบวงแหวน ก่อน! มันเป็นทะเลสาบประเภทแอ่งภูเขาไฟ และถูกเรียกว่า แอ่งภูเขาไฟเตา-รูซีร์ (Tao-Rusyr) ซึ่งอยู่ตรงกับ ภูเขาไฟเครนิตซิน (Krenitsyn) ที่อยู่ทางใต้ของเกาะ มีพื้นที่ประมาณ 38 ตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่สูงกว่าระดับทะเล 400 เมตร ความลึกสูงสุด 369 เมตร ซึ่งเป็นความลึกที่ได้จากการใช้โซนาร์
ทะเลสาบโคลต์เซโว เป็นทะเลสาบแบบปิด ไม่มีทางน้ำไหลออก ใจกลางทะเลสาบมีกรวยภูเขาไฟขนาดใหญ่และ สมมาตรที่ชื่อว่า ยอดเขาเครนิตซิน (Krenitsyn Peak) โผล่ขึ้นมาเป็นเกาะ เป็นทะเลสาบที่ลึกเป็นอันดับ 4 ของรัสเซีย จึงมีปริมาณน้ำจืดมหาศาล …และจากการสำรวจโดยนักวิจัยระบุว่า เกาะแห่งนี้ไม่มีปลาอยู่เลย
ต่อไปมาดูทะเลสาบเชอร์โนเย (Chernoye Lake) ซึ่งเกิดจาก แอ่งภูเขาไฟนีโม (Nemo) เป็นทะเลสาบที่อยู่ทางเหนือของเกาะ และเป็นทะเลสาบแบบปิดเช่นเดียวกันแห่งแรก ขนาดของทะเลสาบไม่มีบันทึกที่ชัดเจน ความลึกไม่สามารถระบุได้ เพราะจากการสำรวจด้วยโซนาร์ พบสัญญาณรบกวนค่อนข้างมาก นักวิจัยคาดว่าทะเลสาบแห่งนี้อาจเต็มไปด้วยตะกอน ตั้งอยู่สูงกว่าระดับทะเลประมาณ 400 เมตร บางข้อมูลระบุว่า 145 เมตร…คำถามสำคัญที่ทำให้นักวิจัยงุนงง ก็คือ ทำไมทะเลสาบแห่งนี้จึงมีปลา? ทั้งๆ ที่อีกแห่งนั้นไม่มีปลาเลย
อะไรทำให้ทะเลสาบแห่งแรกไม่มีปลา แต่อีกแห่งมีปลา?
แม้ว่าภาพรวมของทะเลสาบทั้งสองจะใกล้เคียงกัน ทั้งเป็นทะเลสาบแบบปิด เป็นทะเลสาบประเภทแอ่งภูเขาไฟเหมือนกัน และยังมีระดับความสูงเหนือระดับน้ำทะเลพอๆ กัน? แต่ทะเลสาบเชอร์โนเย (Chernoye Lake) กลับมีปลา! แต่ทะเลสาบโคลต์เซโว (Koltsevoe Lake) นั้นไม่มีปลาเลย
คำถามที่น่าสนใจคือ ทำไมจึงแตกต่าง และ มีปลาอะไรอาศัยอยู่ในทะเลสาบ? ความจริง! ตามรายงานระบุไว้ด้วยซ้ำว่า ทะเลสาบโคลต์เซโว (Koltsevoe Lake) เหมือนจะไร้ซึ่งสิ่งมีชีวิต ส่วนอีกแห่งเป็นเหมือนแหล่งกำเนิดของสัตว์เฉพาะถิ่นที่หาได้ยากมาก และไม่ว่าจะเป็นทะเลสาบแห่งไหน ก็เกิดขึ้นจากภูเขาไฟ ซึ่งครั้งล่าสุด ก็ได้ทำลายล้างสิ่งมีชีวิตในน้ำทั้งหมดไป! ด้วยเหตุนี้ นักวิจัยจึงเชื่อว่า ปลาที่อยู่ในทะเลสาบ จะต้องเป็นปลาที่มาจากที่อื่น?
ส่วนการที่ทะเลสาบโคลต์เซโว (Koltsevoe Lake) ไม่มีปลาอยู่เลย อาจเป็นผลมาจากความบังเอิญ อย่างการตั้งรกรากที่ไม่ประสบความสำเร็จ หรือ อาจเพราะคุณสมบัติทางชลธีวิทยาของทะเลสาบ เช่น องค์ประกอบทางเคมีที่ได้รับอิทธิพลมาจากปล่องไฮโดรเทอร์มอล การขาดแหล่งวางไข่ที่เหมาะสม มีความลึกสุดขั้ว หรือแม้แต่ขาดสารอาหาร ซึ่งไม่เอื้อต่อปลาส่วนใหญ่
นอกจากนี้ การปะทุเมื่อปี พ.ศ. 2495 (1952) ภายในทะเลสาบโคลต์เซโว ได้สร้าง โดมลาวาใหม่ขึ้นมา อาจเป็นเหตุการณ์ครั้งสำคัญ ที่ทำลายล้างสิ่งมีชีวิตหรือแม้แต่เปลี่ยนแปลงองค์ประกอบทางเคมีของทะเลสาบ จนเป็นเหตุให้ปลาไม่สามารถตั้งรกรากได้สำเร็จจนถึงวันนี้
ปลาอะไรที่อาศัยอยู่บนเกาะ?
จริงๆ แล้ว มีปลาเพียงชนิดเดียวที่ถูกพูดถึงบนเกาะ ซึ่งก็คือปลาชาร์กริตเซ็นคอย หรือ แซลเวอไลนัส กริตเซ็นคอย (Salvelinus gritzenkoi) เป็นปลาแซลมอนหรือปลาเทราต์ชนิดหนึ่ง บางพื้นที่จะเรียกว่าปลาชาร์ โดยปลาชนิดนี้ ถูกระบุว่า เป็นปลาที่กินกันเอง ซึ่งเป็นการปรับตัวให้เข้ากับที่อยู่อาศัย และโครงสร้างทางโภชนาการที่จำเพาะภายในทะเลสาบ

ทั้งนี้ปลาชาร์กริตเซ็นคอยเป็นหนึ่งในปลาที่หายากและมีข้อมูลน้อยที่สุดในโลก และดูเหมือนจะเพิ่งได้รับการยืนยันว่าเป็นปลาชนิดใหม่ เมื่อปี พ.ศ. 2543 (2000) จริงๆ ภาพถ่ายที่ยืนยันว่ามันคือปลาชนิดนี้ อาจไม่มีเลยด้วยซ้ำ และตามข้อมูลเพียงน้อยนิด ก็ระบุว่าตัวอย่างที่พบ เพศผู้ยาว 460 มิลิเมตร เพศเมีย 441 มิลิเมตร และมีลักษณะโดยรวมคล้ายปลาชาร์อาร์กติก (Salvelinus alpinus) ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น สัตว์มีกระดูกสันหลังที่มีความหลากหลายมากที่สุดในโลก ที่ได้ชื่อนี้มา เพราะปลาชาร์อาร์กติกมักจะมีรูปแบบทางสัณฐานวิทยาที่แตกต่างกันมากมาย แม้จะอาศัยอยู่ในทะเลสาบเดียวกันก็ตาม

ปลาเดินทางมาถึงทะเลสาบภูเขาไฟบนเกาะที่โดดเดี่ยวได้อย่างไร?
ถ้าเป็นเกาะที่มีคนอาศัยก็อาจไม่ต้องคิดอะไรมาก แต่นี่คือเกาะที่โดดเดี่ยวจริงๆ ที่ไม่เคยมีคนอาศัยอยู่เลย แถมทะเลสาบยังเป็นแบบปิด และยังมีภูเขาไฟระเบิดอีก จึงเกิดคำถามสำคัญคือ บรรพบุรุษของปลาชาร์เดินทางมาถึงที่นี่ได้อย่างไร? …แน่นอนว่าไม่มีใครรู้ความจริง แต่ก็มีสมมติฐานอยู่สองถึงสามข้อ
- สมมติฐานแรก คือ การแพร่กระจายโดยนกน้ำ (Dispersal by Waterfowl) โดยไข่ปลาที่ได้รับการปฏิสนธิ อาจติดไปกับขาหรือขนของนกน้ำที่อพยพ ซึ่งเป็นทฤษฎีที่ได้รับการยอมรับมากที่สุด แม้จะยังไม่มีการพิสูจน์อย่างเป็นรูปธรรมก็ตาม
- สมมติฐานที่สอง คือ การนำเข้าโดยมนุษย์ (Human Introduction) ทั้งโดยเจตนาหรือโดยบังเอิญ เพราะมีหลักฐานว่า เกาะแห่งนี้เคยเป็นที่อยู่ของชาวไอนุ ซึ่งเป็นนักล่า-เก็บของป่าทางทะเล นอกจากนี้ยังมีประวัติที่ว่า เคยมีทหารญี่ปุ่นขึ้นไปตั้งฐานในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองอยู่พักนึง
- สมมติฐานที่สาม คือ การเชื่อมต่อทางธรณีวิทยา (Geological Connection) อาจมีทางน้ำเชื่อมต่อกับระบบแม่น้ำในยุคหลังน้ำแข็งเป็นการชั่วคราว ซึ่งอาจเป็นเมื่อหลายแสนหรือล้านปีก่อน โดยสมมติฐานนี้ถือว่าเป็นไปได้น้อยที่สุด
สุดท้าย! มีปลาชนิดอื่นในทะเลสาบเชอร์โนเย (Chernoye Lake) หรือไม่? คำตอบคือ ไม่มีรายงานที่แน่ชัด ในเรื่องประชากรของปลาชาร์กริตเซ็นคอย ถูกให้อยู่ในระดับ “มีความเสี่ยงต่ำ” เนื่องจากเป็นเกาะที่ไม่มีคนอยู่เลย แหล่งน้ำค่อนข้างดี และมีประชากรปลาเพิ่งขึ้นทุกปี แต่ด้วยสถานะนี้อาจจะดูขัดแย่ง เพราะปลาพวกนี้อาจสูญพันธุ์ทันที หากภูเขาไฟนีโมระเบิด และถึงแม้บนเกาะจะรกร้างมากๆ แต่ทะเลรอบๆ เกาะ กลับอุดมสมบรูณ์สุดๆ มันเป็นแหล่งกำเนิดของชีวิต ที่อุดมด้วยสารอาหารและแพลงก์ตอนสัตว์ มีปลามากกว่า 400 ชนิด และมากกว่า 40 ชนิด ที่มีสำคัญเชิงพาณิชย์








