ปลาดุกลำพัน 2 ชนิด ต่างกันตรงไหน?
ก็เป็นอย่างที่เห็น ปลาดุกที่ใช้ชื่อว่าปลาดุกลำพัน จะมีอยู่ 2 ชนิด ซึ่งก็คือ ดุกลำพัน กับ ดุกลำพันภูเขา แม้พวกมันจะมีชื่อคล้ายกัน หรือแม้แต่ลักษณะทางกายภาพที่หากมองเผินๆ ก็คล้ายกันด้วย แต่จริงๆ แล้ว ปลาดุกทั้งสองนั้นต่างกันค่อนข้างชัดเจน รวมถึงถิ่นอาศัยด้วย ต่อไปเดี๋ยวผมจะอธิบายว่าพวกมันต่างกันอย่างไร
ปลาดุกลำพัน (Clarias nieuhofii)
จะมีลักษณะพิเศษที่ต่างจากปลาดุกในไทยทั้งหมด เพราะมันมีลำตัวที่ยาวคล้ายปลาไหล จึงทำให้ปลาชนิดนี้ยาวได้ถึง 80 เซนติเมตร ลำตัวมีสีน้ำตาลแดงอมดำหรือม่วงคล้ำ มีจุดสีขาวเล็ก ๆ เรียงตามแนวตั้งพาดขวางลำตัว 13 ถึง 20 แถว บริเวณด้านท้องมีสีจางเป็นสีเทาอ่อนจนถึงขาวนวล ส่วนเหตุที่ปลาดุกลำพันตัวยาวขนาดนี้ ก็เป็นส่วนหนึ่งของวิวัฒนาการที่ช่วยให้ตัวปลามีความยืดหยุ่น จนสามารถเลื้อยซอกซอนไปตามระบบรากไม้ที่หนาแน่นของป่าพรุได้
นอกจากนี้ ปลาดุกลำพันจะพบได้เฉพาะในแหล่งน้ำที่มีความเป็นกรดค่อนข้างสูง ในที่ที่มีใบไม้ทับถมเยอะ ๆ หรือก็คือ มันเป็นปลาที่อาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบป่าพรุ เช่น ในป่าพรุควนเคร็ง และป่าพรุโต๊ะแดง เป็นต้น
ปลาดุกลำพันภูเขา (Clarias leiacanthus)
ปลาดุกลำพันภูเขา ในอดีตผมเคยอธิบายไว้ในชื่อ คลาริอัส คาตาแรคตุส (Clarias cataractus) แต่พอกลับมาเช็กดูดี ๆ ชื่อนี้เป็นเพียงชื่อพ้อง ผมจึงปรับชื่อให้ตรงกับที่อธิบายไว้ในหนังสือปลาน้ำจืดไทย คือ คลาริอัส เลไออาแคนธัส (Clarias leiacanthus)
ส่วนสิ่งที่ปลาดุกลำพันภูเขา ต่างจากปลาดุกลำพัน คือ ลำพันภูเขาจะมีลำตัวทรงกระบอก ป้อมสั้น ตามแบบปลาดุกทั่วไป! และเป็นปลาที่ยาวได้เพียง 30 เซนติเมตร แน่นอนว่ามีจุดเล็ก ๆ สีขาวคล้าย ๆ กัน พบอาศัยอยู่ตามลำธารน้ำตก หรือบริเวณต้นน้ำในพื้นที่ภูเขา แน่นอนว่าอาจพบเห็นได้ในแหล่งน้ำทั่วไปด้วยแต่ก็ยาก เพราะเป็นปลาที่ชอบอยู่ในระบบนิเวศแบบต้นน้ำ
ก็เป็นอย่างที่เห็น ปลาดุกลำพันทั้งสอง แม้จะมีพื้นที่อาศัยในภาคใต้เหมือนกัน แต่ทั้งคู่ก็ต่างกันทั้งในแง่ลักษณะทางกายภาพไปจนถึงแหล่งน้ำ แน่นอนว่าเมื่อไปอยู่ในตลาด ปลาดุกลำพันก็มีราคาแพงกว่าลำพันภูเขาด้วย แต่บอกตรงๆ ว่า หลายคนอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่า พวกมันไม่ใช่ปลาชนิดเดียวกัน ส่วนใครที่อยากจะหากินปลาดุกพวกนี้ คงต้องไปแถว ๆ ตลาดปลาสดภาคใต้ เช่น จังหวัดพัทลุง นครศรีธรรมราช และกระบี่ แต่! ก็ต้องลุ้นหน่อยว่า วันที่เราไป จะมีขายหรือเปล่า
ขยายพันธุ์ ปลาดุกลำพัน ของแท้ได้หรือยัง?
เพื่อป้องกันการสูญพันธุ์ของปลาดุกลำพันในธรรมชาติ สถานีประมงน้ำจืดจังหวัดนราธิวาส จึงได้เริ่มศึกษาวิจัยการเพาะพันธุ์และการอนุบาลปลาดุกลำพันสายพันธุ์แท้ โดยใช้พ่อแม่พันธุ์ปลาจากป่าพรุโต๊ะแดง ข่าวดีคือ ทำได้สำเร็จ! แม้ยังไม่สามารถเพาะขยายพันธุ์แบบธรรมชาติในที่เลี้ยงได้ แต่ก็ยังทำได้ด้วยวิธีฉีดฮอร์โมนเพื่อกระตุ้นการพัฒนาของเซลล์ไข่และการตกไข่ จนสุดท้าย ก็ได้เป็นลูกปลาออกมา
ต่อมามีการทดลองของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ก็พบว่า อัตราการรอดชีวิตในขั้นตอนการอนุบาลลูกปลาดุกลำพันขึ้นอยู่กับรูปแบบของบ่อเลี้ยง ซึ่งหากเป็นบ่อปูนแท้ ๆ อัตราการรอดจะต่ำที่สุด และหากเป็นบ่อดินธรรมชาติ จะสูงถึง 87.04% ส่วนบ่อปูนที่รองพื้นด้วยดินพรุ จะมีโอกาสรอดต่ำลงมาหน่อย ซึ่งเหลืออยู่ที่ 77.78% และมีข่าวดี ที่เมื่อปี พ.ศ. 2566 เริ่มมีการปล่อยปลาดุกลำพันลงใน ป่าพรุควนเคร็ง ล็อตใหญ่ โดยตามข่าวระบุว่า ซื้อปลาจากป่าพรุโต๊ะแดง มาปล่อย มิใช่ปลาที่ได้จากการเพาะเลี้ยงโดยกรมประมงแต่อย่างใด
ส่วนจะมีฟาร์มเลี้ยงปลาดุกลำพันเพื่อส่งเข้าตลาดหรือเปล่า? ผมเองก็หาข้อมูลไม่ค่อยได้ แต่ดูจากเงื่อนไขการเลี้ยงแล้วคงไม่ง่ายเลย ด้วยเหตุนี้ จึงมีลูกผสม “ปลาดุกบิ๊กลำพัน” (Big Lamphan) เกิดขึ้นมา!
ปลาดุกบิ๊กลำพัน (Big Lamphan) เกิดขึ้นมาได้อย่างไร?

กำเนิด “ปลาดุกบิ๊กลำพัน” ก็คล้ายกับปลาดุกบิ๊กอุย แค่เปลี่ยนจากแม่ปลาดุกอุยผสมกับพ่อปลาดุกเทศ ไปเป็น แม่ปลาดุกลำพันผสมกับพ่อปลาดุกเทศ โดยปลาที่ได้มาคือ ปลาดุกที่มีลำตัวยาวขึ้น มีแถบจุดสีขาวที่คล้ายกับปลาดุกลำพัน มีหัวคล้ายปลาดุกรัสเซีย เป็นปลาที่โตเร็ว ทนต่อโรคและคุณภาพน้ำที่ต่ำได้ดี แต่ตลาดค่อนข้างเฉพาะกลุ่ม และราคาก็แพงกว่าปลาดุกบิ๊กอุย
อ่านเรื่องอื่น
-
5 ข้อเท็จจริงที่ หอยโข่งไทย แพ้ให้กับ หอยเชอรี่
-
ปลากัดป่ายักษ์อันตูต้า ปลากัดที่ได้ชื่อว่า! ใหญ่ที่สุดในโลก



