หน้าแรก บทความพิเศษ ปลาลาซารัสแห่งญี่ปุ่น ที่สาบสูญไปกว่า 70 ปี

ปลาลาซารัสแห่งญี่ปุ่น ที่สาบสูญไปกว่า 70 ปี

คำว่า ลาซารัส หรือ ลาซารัสแท็กซอน (Lazarus taxon) หมายถึง! กลุ่มของสิ่งมีชีวิต รวมถึงพืช ที่ไม่ถูกพบเห็นมาเป็นเวลานานหลายสิบหรือร้อยปี จนพวกมันถูกประกาศการสูญพันธุ์ บางชนิดรู้จักจากฟอสซิล เช่น ปลาซีลาแคนท์ ที่ภายหลังมาพบว่า ยังมีประชากรบางส่วนอาศัยอยู่ในทะเล ขณะที่ ปลาลาซารัสแห่งญี่ปุ่น ในเรื่องนี้ มันมีชื่อว่า แบล็คโคคานี (Black kokanee) หรือ ปลาเทราต์คุนิมาสึ (kunimasu) ซึ่งจริงๆ เจ้าปลาตัวนี้ ผมเคยเล่าไปแล้ว แต่ในตอนนั้นข้อมูลเกี่ยวกับปลาชนิดนี้น้อยเหลือเกิน วันนี้เลยเอาฉบับปรับปรุงมาเล่าให้ฟัง และต้องบอกว่าการที่ปลาชนิดนี้รอดจากการสูญพันธุ์มาได้ เป็นเรื่องบังเอิญและโชคช่วยสุดๆ ป่ะเดี๋ยวมาดูเรื่องราวของปลาชนิดนี้กัน

ปลาเทราต์คุนิมาสึ คืออะไร?

แบล็คโคคานี (Black kokanee) หรือ ปลาเทราต์คุนิมาสึ (kunimasu) บางสื่อก็เรียกว่าปลาแซลมอน มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า ออนโครินคัส คาวามูเร (Oncorhynchus kawamurae) จัดเป็นปลาเทราต์ประจำชาติของญี่ปุ่น ซึ่งเคยพบในทะเลสาบน้ำจืดเพียงแห่งเดียวในญี่ปุ่น

ในอดีต! ปลาเทราต์คุนิมาสึ ถูกจัดให้อยู่ในชนิดย่อยของปลาแซลมอนซ็อกอาย (Oncorhynchus nerka) โดยใช้ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า ออนโครินคัส เนอร์ก้า คาวามูเร (Oncorhynchus nerka kawamurae) ซึ่งก็ไม่แปลก เพราะพวกมันมีรูปร่างคล้ายกันทั้งในร่างทั่วไปและร่างฤดูผสมพันธุ์ ยิ่งหากเป็นซ็อกอายในร่างทั่วไป มันก็มีรูปร่างหน้าตาคล้ายกับ ปลาเทราต์คุนิมาสึ แต่หากเป็นร่างผสมพันธุ์ของซ็อกอาย จะสังเกตได้ง่ายกว่า เพราะซ็อกอายมักจะมีสีแดงสด ในขณะที่ปลาเทราต์คุนิมาสึจะเป็นสีดำ

คุนิมาสึ แบบปกติและแบบดำ

และด้วยสิ่งนี้ได้แสดงให้เห็นว่า ความเข้าใจทางวิทยาศาสตร์ในยุคแรก จะอาศัยลักษณะทางสัณฐานวิทยาที่คล้ายคลึงกันเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม! การศึกษาในยุคปัจจุบัน จะใช้ข้อมูลทั้งทางสัณฐานวิทยา และ พันธุศาสตร์ จนนำไปสู่การยกระดับสถานะของ ปลาเทราต์คุนิมาสึ ขึ้นเป็นปลาอีกชนิด!

และแม้ว่าปลาเทราต์คุนิมาสึ จะมีอีกชื่อว่า แบล็คโคคานี (Black kokanee) หรือ ปลาเทราต์ดำ แต่มันก็ไม่ได้มีสีดำตลอดเวลา เฉพาะในช่วงฤดูผสมพันธุ์เท่านั้น ที่มันเป็นปลาจะมี สีเขียวมะกอกเข้ม! จนถึงสีดำสนิท และจะยิ่งเข้มขึ้นหลังจากตาย และทั้งสองเพศก็เหมือนกัน

แน่นอนว่า แบล็คโคคานี (Black kokanee) ไม่ใช่ชื่อเรียกเฉพาะ ปลาเทราต์คุนิมาสึเท่านั้น! เพราะปลาเทราต์สีดำ ยังอาจพบได้ในพื้นที่อื่นในโลกเช่น ในประเทศแคนาดา แต่ถึงอย่างงั้น มันก็มีความแตกต่างกันทางพันธุกรรมและมีต้นกำเนิดแยกจากกัน

และตามความเห็นของนักวิจัยได้ระบุไว้ว่า การที่พวกมันกลายเป็นปลาเทราต์ดำ ถือเป็นลักษณะเฉพาะของปลาที่วิวัฒนาการ ให้สามารถวางไข่ในน้ำลึกได้ ซึ่งหากเป็นปลาเทราต์คุนิมาสึ มักจะวางไข่ที่ความลึก 30 – 40 เมตร ต่างจากปลาเทราต์หรือแซลมอนชนิดอื่นเกือบทั้งหมด พวกมันจะวางไข่ในน้ำตื้นอย่างในลำธารหรือชายฝั่ง

พวกมันตายหลังวางไข่หรือไม่?

แม้ว่าปลาเทราต์คุนิมาสึ จะอาศัยในทะเลสาบน้ำจืดตลอดเวลา แต่พวกมันก็มีการเปลี่ยนรูปร่างและตายหลังวางไข่เช่นกัน แต่เนื่องจากมันต่างจากปลากลุ่มเดียวกันเกือบทั้งหมด จึงไม่สามารถยืนยันได้ว่า พวกมันจะตายทั้งหมดหลังวางไข่หรือไม่ …เพราะยังไงซะปลาเทราต์คุนิมาสึเป็นปลาที่ขึ้นชื่อในเรื่องความเฉื่อยชา ซึ่งต่างจากพี่น้องเกือบทั้งหมดของมัน ที่เป็นปลาที่กระตือรือร้น

แล้วก็เป็นอย่างที่บอก! พวกมันจะวางไข่ในน้ำลึก ในช่วงเวลานั้นจะมีปรากฏการณ์หลังการวางไข่ ที่ไม่เหมือนปลาชนิดอื่น! ซึ่งรู้จักกันในชื่อ “อุคิโยะ” (浮魚, “ปลาผิวน้ำ หรือ ปลาลอย”) โดยมักจะเกิดขึ้นกับปลาเทราต์คุนิมาสึที่อายุมาก พวกมันจะลอยขึ้นสู่ผิวน้ำหลังวางไข่ มันเป็นผลมาจากความเสื่อมโทรมทางร่างกาย ซึ่งคล้ายกับปลาแซลมอนที่เสื่อมโทรมและตายหลังวางไข่ แต่ในกรณีของปลาเทราต์คุนิมาสึ พวกมันลอยขึ้นมา เพราะไม่สามารถควบคุมถุงลมได้ สุดท้ายก็ถูกส่งให้ลอยขึ้นสู่ผิวน้ำ และอาจไม่สามารถจมลงได้อีกเลย

ปลาเทราต์คุนิมาสึ ในถิ่นที่อยู่ดั้งเดิม!

แต่เดิมปลาชนิดนี้พบได้เฉพาะในทะเลสาบทาซาวะ (Lake Tazawa) ในจังหวัดอาคิตะ ซึ่งเป็นทะเลสาบปล่องภูเขาไฟ เพื่อให้พวกเราเข้าใจจุดเริ่มต้นของการหายไปของปลาเทราต์คุนิมาสึ เราต้องทำความเข้าใจเรื่องที่เกี่ยวกับ ทะเลสาบทาซาวะ ก่อนปี พ.ศ. 2483 (1940)

ในช่วงเวลานั้น ทะเลสาบมีความลึกถึง 423 เมตร มีน้ำที่เย็นและยังมีน้ำจืดมหาศาล ที่ระดับความลึกต่ำกว่า 100 เมตร อุณหภูมิที่เย็นและคงที่ไว้ที่ 3.8–3.9°C ตลอดทั้งปี ความเสถียรในเรื่องอุณหภูมินี้ เป็นลักษณะสำคัญที่กำหนดสภาพแวดล้อมของปลาเทราต์คุนิมาสึ ด้วยสภาพแวดล้อมที่ดี จึงทำให้ทะเลสาบแห่งนี้ เป็นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตหลากหลายชนิด โดยมีปลาเทราต์คุนิมาสึ เป็นชนิดพันธุ์เฉพาะถิ่นที่สำคัญ

ความเปลี่ยนแปลกของ ปลาเทราต์คุนิมาสึ

ปลาเทราต์คุนิมาสึ ต่างจากปลาเทราต์ทั่วไป พวกมันอาศัยอยู่ที่ความลึก ตั้งแต่ 15 เมตร และ อาจไปถึง 300 เมตร แต่โดยปกติพวกมันจะอยู่ที่ 90 – 180 เมตร และแม้ว่านักวิจัยจะยังไม่ทราบว่าพวกมันกินอะไรเป็นหลัก แต่ด้วยความลึกนี้ พวกเขาอนุมานว่า อาหารหลักน่าจะเป็น แพลงก์ตอนสัตว์ ที่พบมากเป็นที่เศษในเขตความลึกดังกล่าว

ในช่วงก่อนปี พ.ศ. 2483 (1940) พวกมันมีความเป็นอยู่ที่ดีมาก เสถียรมาก ซึ่งดีซะจนพวกมันมีพฤติกรรมการว่ายน้ำที่เชื่องช้า หรือ ไม่กระฉับกระเฉง ไม่แสดงอาการตื่นกลัว ซึ่งบ่งบอกว่า พวกมันวิวัฒนาการในสภาพแวดล้อมที่มีผู้ล่าน้อย แต่เพราะเรื่องนี้ เลยทำให้พวกมันกลายเป็นปลาที่เปราะบางอย่างยิ่งต่อการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อม จึงไม่แปลกที่หากพวกมันจะหายไปอย่างรวดเร็ว

การสูญพันธุ์ใน 1 ปี ของปลาเทราต์คุนิมาสึ

เราสามารถพูดได้อย่างเต็มปากเลยว่า การสูญพันธุ์ของ ปลาเทราต์คุนิมาสึ เกิดขึ้นจากน้ำมือมนุษย์ มันเริ่มต้นในปี พ.ศ. 2483 (1940) มันเป็นโครงการผันน้ำจากแม่น้ำทามะเข้าสู่ทะเลสาบทาซาวะ ซึ่งน้ำจากแม่น้ำทามะ มีความเป็นกรดสูงมาก โดยบางช่วงมี pH เริ่มต้นที่ 1.1 ซึ่งอยู่ในระดับที่ละลายเนื้อเยื่อมนุษย์ได้ เพราะแบบนี้น้ำจากแม่น้ำทะกะ จึงเป็นที่รู้จักในท้องถิ่นว่า ทามากาวะ โดคุซุย (玉川毒水) หรือน้ำพิษแห่งแม่น้ำทามะ และนี้ก็เป็นจุดเริ่มต้นและจุดจบ ที่ทำให้น้ำในทะเลสาบทาซาวะกลายเป็นกรดอย่างรวดเร็ว

ด้วยความเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงของค่า pH ทำให้เกิดการล่มสลายของสิ่งมีชีวิตในทะเลสาบ ที่น่าตกใจคือ โศกนาฏกรรมของปลาเทราต์คุนิมาสึ ไม่ใช่ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะวิศวกรและนักวิจัย คาดการณ์ไว้แล้ว แต่พวกเขาเพิกเฉยต่อหลักการทางนิเวศวิทยา ชุมชนท้องถิ่นก็ยังทราบดีว่า แหล่งน้ำดังกล่าวเป็นพิษต่อปลาอย่างมาก แต่เพราะในยุคนั้น ให้ความสำคัญกับการผลิตพลังงานเพื่ออุตสาหกรรม และ การทหารมากกว่าการอนุรักษ์ระบบนิเวศ สุดท้ายปลาเทราต์คุนิมาสึ ก็สูญพันธุ์ไปจากทะเลสาบทาซาวะภายในปีเดียวเท่านั้น!

หีบของไข่ปลา การอนุรักษ์โดยไม่ตั้งใจ

แน่นอนว่า ปลาเทราต์คุนิมาสึ ได้สูญพันธุ์ไปจากทะเลสาบทาซาวะแล้ว! แต่เมื่อมองย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ. 2478 (1935) ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่น้ำจะเป็นกรด 5 ปี ได้มีโครงการย้ายถิ่นประชากรปลาเทราต์คุนิมาสึ จากทะเลสาบทาซาวะ ไปที่ทะเลสาบอีกหลายแห่งในญี่ปุ่น มันเป็นการอนุรักษ์โดยไม่ตั้งใจ

เพราะเป้าหมายการย้ายถิ่น ก็เพื่อปริมาณอาหารให้กับท้องถิ่น! ในตอนนั้นมีไข่ปลาคุนิมาสุที่ได้รับการผสมแล้วจำนวน 100,000 ฟอง ถูกนำออกมาจากทะเลสาบทาซาวะ ไปยังทะเลสาบไซโกะ (Saiko Lake) และ ทะเลสาบโมโตสุ (Motosu Lake) ในจังหวัดยามานาชิ และยังมีส่งไปยังทะเลสาบอื่นๆ อีกหลายแหล่ง แต่รายงานในตอนนั้น ถูกระบุว่าทั้งหมดล้มเหลวโดยสิ้งเชิง ..พวกเขาจึงยกเลิกโครงการไป

ปลาเทราต์คุนิมาสึ ที่ซ่อนตัวในทะเลสาบ!

นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2483 (1940) จนปลาเทราต์คุนิมาสึถูกพบอีกครั้งในปี พ.ศ. 2553 (2010) ก็เป็นเวลากว่า 70 ปี! ชาวประมงในทะเลสาบไซโกะ จับปลาชนิดหนึ่งได้! ในตอนแรกพวกเขาคิดว่าเป็นปลาฮิเมมาสุ (Hime masu) ซึ่งเป็นช็อกอายอีกชนิด แต่มันก็ต่างกัน เพราะตัวที่พบนี้มีตัวสีดำคล้ำ โดยชาวประมงได้เล่าว่า จริงๆ แล้วปลาชนิดนี้ถูกจับได้เป็นบางครั้ง มันมีเนื้ออร่อย แต่ถึงอย่างงั้น! ก็ไม่มีรายงานทางวิทยาศาสตร์ จึงยังไม่สามารถยืนยันได้มันคือปลาเทราต์คุนิมาสึ

จนในที่สุด ตัวอย่างปลา 9 ตัว ก็ถูกส่งไปให้กับ ศาสตราจารย์ นาคาโบะ ซึ่งได้ทำการวิเคราะห์ทางสัณฐานวิทยาและ ดีเอ็นเอ จนยืนยันได้ว่า มันคือ ปลาเทราต์คุนิมาสึ (Oncorhynchus kawamurae) ที่หายสาบสูญไปนานจริงๆ และในช่วงเวลานี้เองที่ปลาเทราต์คุนิมาสึ ถูกถอดออกจากชื่อปลาที่สูญพันธุ์ แต่ก็ยังจัดอยู่ในกลุ่มปลาที่สูญพันธุ์ไปจากธรรมชาติอยู่ดี และจากเรื่องนี้ ได้เป็นข้อพิสูจน์ถึงความสำคัญขององค์ความรู้พื้นบ้านเชิงนิเวศ

ท้ายที่สุดแล้วทะเลสาบไซโกะ ก็เป็นแหล่งน้ำเพียงแหล่งเดียวที่พบปลาเทราต์คุนิมาสึ ส่วนเหตุที่ปลารอดชีวิตในทะเลสาบไซโกะ อาจเป็นเพราะเป็นทะเลสาบที่มีสภาพแวดล้อมคล้ายทะเลสาบทาซาวะ ที่น้ำลึกและเย็น ซึ่งจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของปลาเทราต์คุนิมาสึ โดยน้ำเย็นอยู่ที่ 4-5°C ซึ่งใกล้เคียงกับสภาวะดั้งเดิมของแหล่งวางไข่ในทะเลสาบทาซาวะอย่างมาก ทั้งปลายังสามารถวางไข่ในความลึกที่เหมาะสมได้อีกด้วย แม้จะไม่เท่ากับในทะเลสาบทาซาวะก็ตาม แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้ประชากรของพวกมันยังคงอยู่

อ่านเรื่องอื่น