หน้าแรก พืชและสัตว์ 5 ข้อเท็จจริงที่ หอยโข่งไทย แพ้ให้กับ หอยเชอรี่

5 ข้อเท็จจริงที่ หอยโข่งไทย แพ้ให้กับ หอยเชอรี่

อย่างที่รู้กันว่า หอยเชอรี่ (Pomacea canaliculata) เป็นชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่รุกราน (Invasive Alien Species) ที่สร้างความเสียหายให้กับระบบนิเวศไทยอย่างหนัก แม้ว่าตอนนี้สถานการณ์จะดีขึ้นมาบ้างแล้ว แต่ผลกระทบก็ยังคงอยู่ สัตว์หลายชนิดไม่สามารถฟื้นตัวกลับมาได้ ดังเช่น หอยโข่ง หอยปัง และหอยในสกุลพีล่า (Pila) อีกหลายชนิด ก็ได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้กันหมด ต่อไปมาดูกันว่า ข้อเท็จจริงอะไรที่ทำให้หอยโข่งไม่สามารถต้านทานหอยเชอรี่ได้เลย

ข้อที่ 1. พ้ายแพ้ตั้งแต่ยังเป็นไข่

หลายคนน่าจะรู้กันอยู่แล้วว่า ไข่ของหอยเชอรี่จะเป็นสีชมพูแลดูสวยงาม และแม้จะดูโดดเด่นสะดุดตา แต่สีนี่ล่ะที่ช่วยให้ไข่ของหอยเชอรี่ มีโอกาสรอดสูงกว่าไข่หอยโข่งมากๆ นั่นเพราะสีชมพูเป็นสีที่คอยบอกสัตว์นักล่าในธรรมชาติว่า “ไข่มีพิษ!” จะมีก็เพียงมด หนูนา หรือสัตว์บางชนิดเท่านั้นที่กินแล้วไม่เป็นอะไร และหากมองดูไข่ของหอยโข่ง ไม่เพียงแต่เป็นสีขาว แต่ยังขาดกลไกป้องกันตัวอีกด้วย เหตุนี้จึงตกเป็นอาหารของสัตว์นักล่าที่เดินอยู่ตามพื้นได้ง่าย ๆ

ข้อที่ 2. ข้อจำกัดในการจำศีล

ก่อนอื่นเลย หอยโข่งจำเป็นต้องจำศีลในช่วงฤดูแล้ง โดยมันจะฝังตัวลงไปในดิน ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าว หอยโข่งจะไม่ทำกิจกรรมอะไรเลย และแน่นอนว่าจะไม่ขยายพันธุ์ด้วย เมื่อมองในมุมนี้ก็เหมือนจะเป็นเรื่องดี แต่! จะดีหากไม่มีหอยเชอรี่มาอยู่แถวนั้น เพราะการจำศีลจะทำให้ช่วงเวลาในการขยายพันธุ์น้อยกว่าหอยเชอรี่มากๆ และคุณต้องรู้ว่า หอยเชอรี่จะขยายพันธุ์อย่างต่อเนื่องตลอดอายุขัย 1 – 2 ปีของพวกมัน

ข้อที่ 3. หอยเชอรี่กินดุมาก

นี่คือจุดสำคัญที่ทำให้ชาวนากลัวหอยเชอรี่มากๆ เพื่อให้โตเร็วกว่าคู่แข่ง หอยเชอรี่จึงมีความสามารถในการย่อยและการดูดซึมอาหาร พวกมันมีพฤติกรรมการกินอาหารแบบตะกละตะกลาม มีงานวิจัยหนึ่งระบุว่า หอยเชอรี่ตัวเต็มวัย สามารถกินใบข้าวหนึ่งใบจนหมดได้ภายในเวลา 3 – 5 นาที! แต่อย่าเพิ่งตกใจ หอยเชอรี่แรกเกิดกับพวกตัวเล็กๆ กินดุกว่าตัวใหญ่ซะอีก สุดท้าย! นาทีที่หอยโข่งตัวน้อยออกมาจากไข่ เมื่อมันมองซ้ายมองขวาหาของกินไม่เจอ พวกมันก็อยู่ไม่ได้ จนนำไปสู่การลดจำนวนประชากรหอยโข่งอย่างต่อเนื่อง

© Y. K. L

ข้อที่ 4. หอยเชอรี่โดนนกปากห่างกิน หอยโข่งก็โดนเหมือนกัน

หลายคนอาจจะแซวกันว่า หอยเชอรี่โดนนกปากห่างกินจนหมด แต่จริงๆ แล้ว นกพวกนี้มันก็กินทุกหอยนั่นล่ะ แต่ผมบอกเลยว่า หอยโข่งจะหมดไปก่อนหอยเชอรี่แน่นอน แถมยังไม่รู้ว่าจะป้องกันยังไง? และรู้หรือไม่? นกปากห่างเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองด้วยนะ

ข้อที่ 5. ระบบนิเวศเสื่อมโทรม หอยโข่งอยู่ไม่ได้

จริงอยู่มนุษย์อย่างเรา มีส่วนอย่างมากที่ทำให้เกิดน้ำเสีย แต่หอยเชอรี่เองก็ไม่เบา พวกมันกินเก่งมาก จึงมีของเสียมากเช่นกัน ในพื้นที่ระบาดของหอยเชอรี่ พวกมันจะปลดปล่อยธาตุอาหารที่เต็มไปด้วย ฟอสฟอรัส (P) และ ไนโตรเจน (N) ในปริมาณมหาศาลลงสู่แหล่งน้ำ

ใช่แล้ว! หากเป็นคนเลี้ยงปลาสวยงามหรือไม้น้ำจะรู้ว่า สารอาหารที่มากเกินไปนั้นไม่ใช่เรื่องดีเลย มันจะทำให้เกิดแพลงก์ตอนบลูม (Algal Bloom) ทำให้น้ำขุ่น และออกซิเจนในน้ำก็จะต่ำลง สุดท้ายระบบนิเวศจะเข้าสู่สภาวะเสื่อมโทรม แน่นอนว่าขีดจำกัดต่อระบบนิเวศที่เสื่อมโทรมของหอยโข่งนั้นต่ำกว่าหอยเชอรี่มาก หอยโข่งจึงต้องจากไปก่อน

สรุปส่งท้ายกันซะหน่อย!

อันนี้เดี๋ยวขอพูดถึงงานวิจัยที่เพิ่งเปิดเผยเมื่อไม่กี่ปีก่อน มันเป็นกรณีศึกษาของการล่มสลายในพื้นที่ชุ่มน้ำแม่น้ำเวฬุ จังหวัดจันทบุรี ผมจะไม่ขอพูดยืดยาว! การวิจัยนี้ทำขึ้นระหว่างเดือนมีนาคม พ.ศ. 2562 ถึงเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 มีการสุ่มเก็บตัวอย่างหอยจาก 10 สถานี นักวิจัยเก็บหอยเชอรี่มาได้ 227 ตัว แต่ที่น่าตกใจคือ มีเพียง 1 ตัวเท่านั้นที่เป็นหอยโข่ง นี่แสดงให้เห็นว่าหอยโข่งใกล้สูญพันธุ์ไปจากธรรมชาติของไทยแล้วจริงๆ

และหากจะให้สรุปว่าทำไมหอยโข่งจึงไม่รอด? ก็ตอบง่ายๆ เลยครับ หอยเชอรี่กินเก่ง แย่งอาหารเก่ง โตไวกว่า ไข่ก็มีกลไกป้องกันตัว และยังขยายพันธุ์ได้เร็วแถมยังต่อเนื่อง ส่วนหอยโข่งบ้านเราโตก็ช้า แถมยังต้องหยุดชะงักในช่วงจำศีลอีก ยังดีที่ยังมีคนเลี้ยงในฟาร์ม เอาล่ะ… ก็ขอจบตรงนี้เลยก็แล้วกัน

อ่านเรื่องอื่น