การปะทุของทะเลสาบไนออส ความตายของทุกชีวิตในรัศมี 15 ไมล์

ผมเคยเขียนถึงเรื่องทะเลสาบที่สะสมระเบิดไว้ 55 พันล้านตัน ซึ่งก็คือทะเลสาบคีวู และมันดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ที่จะเกิดระเบิดหรือปะทุของสิ่งนี้ แต่ความจริงคือเคยมีตัวอย่างที่เกินขึ้นจริงๆ กับทะเลสาบขนาดเล็กอย่างทะเลสาบไนออส มันสังหารสิ่งมีชีวิตเกือบทั้งหมดที่อยู่รัศมี 15 ไมล์

Advertisements

“ทะเลสาบไนออส (Lake Nyos) มีความกว้างกว่า 206 ตารางกิโลเมตร ความลึกสูงสุดที่ 208 เมตร ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือ ของแคเมอรูนซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 315 กม. (196 ไมล์) ทางตะวันตกเฉียงเหนือของยาอุนเดซึ่งเป็นเมืองหลวง”

ทะเลสาบไนออสที่แปลกประหลาด

โดยปกติแล้วน้ำที่เหมือนไม่มีอะไร แต่ด้วยความลึกกับชั้นน้ำที่พิเศษมันได้สะสม CO₂ (ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์) ที่ไม่ละลายน้ำเอาไว้ที่ใต้ทะเลสาบ (ปกติ CO₂ จะละลายน้ำ และค่อยๆ ลอยขึ้นสู่อากาศ) สิ่งนี้จะไม่เป็นอันตราย หากไม่ถูกรบกวนที่รุนแรงพอ แต่หากแรงพอมันจะเกิดการปะทุขึ้นมาที่ผิวน้ำ และ CO₂ จำนวนมากจะลอยสู่อากาศ จากนั้นจะตกลงพื้น และจากแทนที่อากาศ จากนั้นสิ่งมีชีวิตจะขาดออกซิเจนและตายอย่างรวดเร็ว

ลักษณะของทะเลสาบ

“คาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศ 5% เทียนไขและเครื่องยนต์จะดับ, 10% จะทำให้สิ่งมีชีวิตโคม่าก่อนเสียชีวิตลง และหากถึง 30% สิ่งมีชีวิตเกือบจะตายทันที”

Advertisements

ความตายอย่างเงียบๆ

วันที่ 21 สิงหาคม 1986 หรือก่อนหน้า 1 – 2 วัน? สิ่งนี้เกิดขึ้นอย่างเงียบๆ ไม่มีใครรู้ จนกระทั้งมีคนเดินทางไปในหมู่บ้านใกล้ทะเลสาบไนออส จนพวกเขาพบกับซากสิ่งมีชีวิต นก วัว สัตว์เลี้ยง รวมถึงชาวบ้านทั้งหมดเสียชีวิต โดยจากการตรวจสอบ ทุกคนไม่มีบาดแผล ไม่มีเลือดออก ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ .. มันเหมือนอยู่ๆ ก็ตาย

จากการสืบสวนจึงทราบว่ามันเป็นการปะทุอย่างฉับพันที่ส่งก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ประมาณ 1 – 3 แสนตัน และในบางพื้นที่ 1.6 ล้านตัน มันเป็นก๊าซลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า และด้วยความที่เป็นก๊าซชนิดนี้หนักกว่าอากาศ มันจึงตกลงสู่พื้นดิน มันแทนที่อากาศทั้งหมดและทำให้คนและสิ่งมีชีวิตทั้งหมดในรัศมี 15 ไมล์ ขาดอากาศตายเกือบทันที “จากเหตุการณ์นี้ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1,746 คนและปศุสัตว์ 3,500 ตัว ยังไม่นับสัตว์ชนิดอื่นๆ”

สภาพทะเลสาบหลังเหตุการณ์ 10 วัน

เหตุการณ์แบบนี้นี้ถูกเรียกว่า Outgassing นักธรณีวิทยาส่วนใหญ่เชื่อว่าดินถล่ม แต่บางคนเชื่อว่าภูเขาไฟระเบิดขนาดเล็กอาจเกิดขึ้นบนพื้นของทะเลสาบ ความเป็นไปได้ประการที่สามคือน้ำฝนที่เย็นลงที่ด้านหนึ่งของทะเลสาบทำให้เกิดการพลิกชั้นน้ำขึ้น และก็ยังคงมีคนเชื่อว่ามีแผ่นดินไหวขนาดเล็ก แต่เนื่องจากพยานไม่ได้รายงานว่ารู้สึกสั่นสะเทือนใดๆ ในช่วงเช้าของภัยพิบัติ สมมติฐานนี้จึงไม่น่าเป็นไปได้ เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผล

ในตอนนี้พวกเขาได้ป้องกันเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นซ้ำ โดยการใช้การวางท่อลงไปจนขึ้นก้นทะเลสาบจนทำให้เกิดแรงดันสูง ส่งผลให้น้ำพุ่งสูงขึ้นไปบนอากาศราว 13 เมตร มันน่าจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการปะทุขึ้นอีกในอนาคต

Advertisements

อ่านเรื่องอื่น

Advertisements