กระสูบหลังดำ คืออะไร?
จากข้อมูลเก่าเมื่อปีก่อน ที่ได้กับการอธิบายไว้ในหนังสือปลาน้ำจืดไทย ได้กล่าวเอาไว้ว่า ปลากระสูบหลังดำมีความยาวประมาณ 40 เซนติเมตร มีลักษณะใกล้เคียงกับปลากระสูบขีด แต่จำนวนเกล็ดตามแนวเส้นข้างลำตัวจะมีน้อยกว่า ลายบริเวณหลังเป็นสีดำมีฐานกว้างและสั้น มีลักษณะคล้ายอ้านม้า ไม่เป็นขีดยาวเหมือนปลากระสูบขีด นอกจากนี้ยังมีลายแนวนอนจางๆ ตามแนวเส้นข้างลำตัว ซึ่งไม่พบในปลากระสูบชนิดอื่นในประเทศไทย

หากปลากระสูบหลังดำมีขนาดใหญ่ ลายบริเวณหลังมักจะจางจนหายไป จนกลายเป็นปลากระสูบสีเงิน ในส่วนหางสีแดงและขอบสีดำจะไม่สดเท่ากับปลากระสูบขีด ในกรณีที่เอาไปเลี้ยง ไม่ว่าจะตัวเล็กหรือตัวใหญ่ก็จะกลายเป็นปลากระสูบสีเงิน และหางก็เกือบใสด้วย
เป็นปลาที่พบตามแม่น้ำสายเล็กๆ ทางภาคใต้ ในเขตจังหวัดที่มีแม่น้ำไหลลงฝั่งทะลอันดามัน เช่น ระนอง กระบี่และพังงา
สำหรับชื่ออย่างเป็นทางการของกระสูบชนิดนี้ ในภาษาไทยคือ กระสูบหลังดำ (Black-backed Hampala) ชื่อวิทยาศาสตร์คือ แฮมพาลา สยามเอนซิส (Hampala siamensis) ซึ่งหมายความว่ากระสูบชนิดนี้เป็นของไทย! เท่ากับว่า ในตอนนี้ เราสามารถพูดได้อย่างเต็มปากแล้วว่า ประเทศไทย มีปลากระสูบ 4 ชนิด

กระสูบหลังดำ ต่างจาก กระสูบขีด และ กระสูบจุด ตรงไหน?
แน่นอนว่า กระสูบหลังดำ ต่างจาก กระสูบขีด และ กระสูบจุด อย่างแน่นอน! แม้จะมองเพียงลักษณะทางกายภาพ เราก็สามารถเห็นความแตกต่างได้ เช่น!
รูปแบบแถบหรือแต้มของตัวเต็มวัย หากเป็นของ กระสูบหลังดำ จะมี 1 แถบขนาดใหญ่ ซึ่งมีลักษณะคล้ายอ้านม้า หรือ สามเหลี่ยมหัวกลับ และแถบก็ดูจางๆ มีหลายกรณีที่แถบจางจนมองแทบไม่เห็น ส่วนกระสูบขีด จะมีขีดใหญ่สีดำอยู่แถวกลางลำตัว และอาจมีจุดสีดำจางๆ แถวโคนหาง ในกรณีของกระสูบจุด จะมีจุดสีดำอยู่ที่กลางลำตัว
ความแตกต่างที่อาจจะสังเกตได้ง่ายก็คือ สีสันของครีบหาง หากเป็นของกระสูบหลังดำ จะมีสีส้มอ่อน ขอบบนและล่างมีแถบสีเทาจนถึงดำ ส่วนของกระสูบขีดหางจะมีสีส้มจนถึงแดง แถบบนและล่างจะมีสีดำชัดเจน ในกรณีของกระสูบขีด สีค่อนข้างผันผวน ปกติจะมีสีส้มจางจนถึงดำจางๆ






