
พฤติกรรม อาบมด! ของอีกา
อย่างที่บอก มีนกมากมายที่มีพฤติกรรมอาบมด แต่อาจเป็นเพราะบนโลกใบนี้ จะมีเพียงนกอย่างอีกา ที่พบได้แทบจะทั่วโลก พฤติกรรมอาบมด จึงพบได้มากที่สุดในอีกา ..ส่วนเป้าหมายของอีกาคือ ต้องการใช้ “กรดฟอร์มิก (Formic acid)” ที่มีมากในมด มาทำความสะอาด
แต่คุณรู้หรือไม่ว่า จากงานวิจัย ได้เปิดเผยว่า อีกาเองก็เลือกชนิดของมดด้วยนะ พวกมันฉลาดมากพอที่จะเลือกใช้มดที่ดีที่สุด โดยมดที่พวกอีกาชอบคือ มดในวงศ์ย่อย ฟอร์มิซินี (Formicinae) เหตุที่อีกาเลือกมดวงศ์ย่อยนี้ก็เพราะ มีความสามารถพิเศษในการสังเคราะห์และฉีดพ่นกรดฟอร์มิก ออกจากต่อมพิษได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด
สำหรับพฤติกรรม อาบมด! ถูกนักวิจัยสังเกตุเห็นครั้งแรก ไม่ได้มาจากอีกา แต่เป็นไก่งวงป่า มันถูกบรรยาไว้เป็นลายลักษณ์อักษรในปี พ.ศ.2374 (1831) โดยเขาได้สังเกตุเห็นพฤติกรรมแปลกๆ ของลูกไก่งวงป่า ที่ลงไปนอนเกลือกกลิ้งและถูไถตัวอยู่ในรังมด แต่ในตอนนั้นก็ไม่สามารถอธิบายอะไรเพิ่มเติมได้
จนในปี พ.ศ.2390 (1847) ก็มีการอธิบายเพิ่มเติม จากการสังเกตุเห็น พฤติกรรมของอีกา ซึ่งปล่อยให้ฝูงมด ทำหน้าที่เป็นเสมือนผู้ช่วยในการกำจัดปรสิตที่ซ่อนอยู่ตามร่างกาย ในขณะที่ตัวอีกาเองก็กำลังง่วนอยู่กับการออกหาอาหารตามปกติ จนเข้าสู่ ศตวรรษที่ 20 การศึกษาพฤติกรรมการอาบมดของนกก็ชัดเจนมากขึ้น ซึ่งมีการอธิบายกลไกเชิงพฤติกรรมของการอาบมดเอาไว้ 2 รูปแบบคือ
1. การอาบมดแบบเชิงรุก (Active Anting)
แบบเชิงรุก จะดูไม่ดุเดือดมากนัก เพราะนกจะใช้จะงอยปากจับมดมาทีละตัวหรืออาจมากกว่านั้น จากนั้นก็บีบมดเบาๆ เพื่อกระตุ้นให้มดหลั่งสารเคมีป้องกันตัวออกมา ไม่ว่าจะเป็นมดเป็นหรือตาย นกก็จะเอามดไปถูตามเส้นขน โดยเฉพาะบริเวณโคนขนใต้ปีก และบริเวณผิวหนังที่เข้าถึงยาก หลังจากใช้งานมดเสร็จ ในนกบางชนิดก็จะกินมดตัวนั้นไปด้วย
2. การอาบมดแบบเชิงรับ (Passive Anting)
วิธีนี้ก็เป็นไปตามภาพที่ดุเดือด เพราะบางทีก็จะคิดว่ามดกำลังฆ่านกด้วยซ้ำ เพราะเพื่อให้ได้มดเยอะๆ นกจะค้นหารังของมด เลือกที่มีประชากรมดหนาแน่น หรือ แม้แต่ทางผ่านของมด เมื่อเจอแล้ว มันจะทิ้งตัวลงบนพื้น กางปีกออกบางส่วน จากนั้นก็ดิ้นไปดิ้นมาเพื่อก่อความวุ่นวาย พฤติกรรมนี้จะยั่วยุให้ฝูงมดตื่นตระหนกและไต่ขึ้นมาบนร่างกายของนกเพื่อป้องกันรัง วิธีนี้นกจะต้องอดทนเพราะจะมีการฉีดกรดฟอร์มิกออกมาเป็นจำนวนมาก และวิธีนี้มักจะถูกใช้โดยอีกา
สรุปก่อนจาก! นกโดยเฉพาะอีกาอาบมดไปทำไม? แน่นอนว่าหลักๆ เลยคือมันทำไปเพื่อ กำจัดปรสิตและแบคทีเรียกับเชื้อรา ที่อยู่ตามขนของมัน ซึ่งปกติแล้ว ตัวนกเองจะไม่สามารถจัดการได้ มันจึงต้องอาศัยกรดฟอร์มิกของมดมาช่วยจัดการ ซึ่งกรดชนิดนี้ สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียกับเชื้อราที่ทำลายขนได้ แต่สำหรับปรสิต ดูเหมือนกว่า กรดฟอร์มิกจากมดจะมีประสิทธิภาพน้อย







