หน้าแรก พืชและสัตว์ จุดข้ามแม่น้ำ! โคตรอันตราย! ถ้าไม่จำเป็น! อย่าหยุดรถ

จุดข้ามแม่น้ำ! โคตรอันตราย! ถ้าไม่จำเป็น! อย่าหยุดรถ

จุดข้ามแม่น้ำ! แห่งนี้ถูกเรียกว่า คาฮิลส์ครอสซิง (Cahills Crossing) หรือจะเรียก ถนนแห่งจระเข้ก็ได้ มันเป็นชื่อเรียกส่วนหนึ่งของถนน ที่ตัดผ่านหนึ่งในแม่น้ำที่มีจระเข้มากที่สุด ใช่แล้ว ถนนแห่งจระเข้ มีจระเข้เต็มไปหมด ที่สำคัญ ยกเว้นหน้าแล้ง ถนนส่วนนี้จะจมอยู่ใต้น้ำ มันจึงกลายเป็นถนนที่เมื่อขับผ่าน ห้ามหยุดรถ! และนี่คือเรื่องราวของถนนแห่งจระเข้ ...ถ้าดูแล้วชอบก็อย่าลืมกดติดตาม กดกระดิ่ง หรือหากต้องการสมัครสมาชิกก็ทำได้เช่นกัน

ถนนแห่งจระเข้ คืออะไร.?

ถนนแห่งจระเข้ หรือ คาฮิลส์ครอสซิง (Cahills Crossing) เป็นจุดตัดผ่านแม่น้ำแอลลิเกเตอร์ (Alligator Rivers) ซึ่งจุดตัดนี้ยาวไม่ถึง 100 เมตร และแม้ว่าจะมีชื่อว่า แม่น้ำแอลลิเกเตอร์ แต่จริงแล้วสัตว์เลื้อยคลานในน้ำเป็นจระเข้น้ำเค็ม (Crocodylus porosus) ซึ่งเป็นจระเข้ขนาดใหญ่และได้ชื่อว่าดุร้ายมาก นอกจากนี้ยังเป็นบริเวณที่มีกระแสน้ำขึ้นและลงที่รุนแรง

ทั้งนี้ถนนแห่งจระเข้ อยู่ทางตอนเหนือของออสเตรเลีย ในอุทยานแห่งชาติคาคาดู (Kakadu National Park) มันเป็นที่ๆ ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในภูมิภาคที่มีความหลากหลายทางชีวภาพมากที่สุดในออสเตรเลีย เป็นที่ๆ มีสัตว์มากมาย แน่นอนว่าในแม่น้ำก็มีจระเข้อยู่มาก

โดยตามข้อมูลระบุว่า จะมีจระเข้ขนาดใหญ่ที่บริเวณนี้ 5 – 9 ตัว ต่อตารางกิโลเมตร แต่บางช่วงเวลา พวกมันมีมากกว่า 50 ตัว ในพื้นที่ไม่ถึง 400 เมตรด้วยซ้ำ พวกมันจะวนเวียนเข้ามาหากินแล้วก็จากไป .เหตุที่พวกมันเข้ามา เพราะมีปรากฏการณ์ที่เรียกว่า การลอยตัวของปลา ซึ่งเกิดขึ้นจากระดับน้ำขึ้นลงอย่างรวดเร็วและรุนแรง จนพัดพาฝูงปลาจำนวนมหาศาล ว่ายทวนน้ำมาจากทะเล และเมื่อฝูงปลาชนเข้ากับคาฮิลส์ครอสซิง พวกมันส่วนหนึ่ง จะถูกกระแสน้ำพัดข้ามถนนไปอีกฝั่ง จนไปตกอีกด้าน และเพราะแบบนี้ จึงมีปลามากมายอยู่บริเวณนี้ และเป็นเหตุผลที่ทำไป จระเข้จำนวนมาก จึงรวมกันอยู่กันที่จุดสุดท้ายที่ปลาข้ามมา! โดยพวกมันไม่พยายามข้ามไปถนนอีกฝั่งด้วยซ้ำ …และเพราะแบบนี้ ก็เลยมีนักท่องเที่ยวมาตกปลาตรงนี้ด้วยเช่นกัน

แต่ถึงแม้จะอันตรายมาก แต่ก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากเช่นกัน! ส่วนหนึ่งนักท่องเที่ยวจะมานั่งเฝ้าดูจระเข้ที่มีเยอะมาก แต่สิ่งที่พวกเขาอยากเห็นจริงๆ คือ รถที่ต้องข้ามถนนเส้นนี้ โดยเฉพาะรถขนาดเล็กที่มีโอกาสโดนน้ำพัดจนตกถนน ซึ่งนักท่องเที่ยวจะรอถ่ายคลิปช่วงเวลารถตกถนน และต้องบอกว่า มีประจำ โดยเฉพาะช่วงที่มีน้ำปานกลาง เพราะช่วงนี้นี้ แม้แต่รถขนาดเล็กก็กล้าเสี่ยงขับผ่าน แต่โชคดีที่ยิ่งน้ำมาก จระเข้ก็ไม่หนาแน่นเท่ากับช่วงน้ำน้อย ปฏิบัติการกู้ภัยจึงทำได้สะดวกขึ้น อย่างน้อยก็ไม่ต้องกังวลเรื่องจระเข้มากนัก แต่สิ่งที่ต้องเจอก็คือ! น้ำที่แรง ซึ่งหากรถหลุดจากแนวกันชน คุณจะไม่ตายเพราะจระเข้ แต่เป็นจมน้ำตายไปพร้อมกับรถ

มีคนตายเพราะถนนเส้นนี้หรือไม่?

แน่นอนว่ามี! น่าเสียดายที่ไม่มีตัวเลขที่แน่ชัด แต่หากนับเฉพาะที่ตายเพราะจระเข้ จะมีน้อยกว่าที่คิด! เพราะจากข้อมูลระบุว่า ผู้เสียชีวิตจากจระเข้รายแรก ที่เกิดขึ้นบนถนนแห่งจระเข้ แบบที่ยืนยันนอนยัน เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2545 (2002) ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวชาวเยอรมัน แน่นอนว่าก่อนหน้านี้ มีการโจมตีจากจระเข้มาตั้งแต่ก่อนปี พ.ศ. 2530 (1987) แต่ไม่มีบันทึกที่ชัดเจนว่ารอดชีวิตหรือไม่?

สำหรับผู้เสียชีวิตรายล่าสุด แบบที่เป็นข่าวใหญ่ เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2560 (2017) เป็นชายวัย 47 ปี ที่พยายามลุยข้ามแม่น้ำ พร้อมกับผู้หญิงอีกสองคน และแม้จะมีคนพยายามตะโกนเตือน แต่กลุ่มของพวกเขาก็ยังคงข้ามต่อไป เมื่อเวลาผ่านไป มีผู้หญิงสองคนเท่านั้นที่ข้ามสำเร็จ ในขณะที่ผู้ชายตัวหายไป จนพบเป็นศพ อยู่ห่างออกไป 2 กิโลเมตร จากจุดเกิดเหตุ และก่อนเหตุการณ์นี้เพียงเดือนเดียว มีคน 7 คน ติดอยู่ในรถที่เสียหลักตกถนน ซึ่งต้องใช้เวลามากถึง 2 ชั่วโมงในการช่วยเหลือ …และนี่แสดงให้เห็นว่า ถนนแห่งนี้! แม้จระเข้จะดูน่ากลัว แต่อันตรายที่แท้จริง คือกระแสน้ำ และความประมาทของมนุษย์

อ่านเรื่องอื่น