ชะมดแอฟริกา คืออะไร?
ชะมดแอฟริกา (African Civet) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Civettictis civetta ลักษณะเด่นที่มักจะเห็นก่อนคือ เครื่องหมายสีดำและสีขาวบนขน และใบหน้าที่เป็นสีเทา ร่วมกับแถบสีดำรอบดวงตา จริงๆ หน้าตาของมันเกือบจะเหมือน “แรคคูน” แล้วขาหลังของชะมดแอฟริกาจะยาวกว่าขาหน้าเล็กน้อย มันเลยมีท่ายืนแปลกๆ และ ขนที่ลำตัวมีลายจุดๆ ขีดๆ สีดำคล้ายกับไฮยีน่า โดยเฉพาะเมื่อมันรู้สึกว่าถูกคุกคามหรือตื่นเต้น มันจะขนฟูขึ้น และจะตั้งชันเป็นพิเศษตลอดกระดูกสันหลัง ซึ่งทำให้ดูตัวใหญ่ขึ้น
ชะมดชนิดนี้เป็นสัตว์ที่โดดเดี่ยว มันจะออกหากินในเวลากลางคืน เพราะแบบนี้ จึงมักจะต่อยตีกับฮันนี่แบดเจอร์อยู่เสมอ มันเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่กินเนื้อ แต่จริงๆ แล้วมันสามารถกินได้เกือบทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นผักผลไม้ ลูกไม้ หนอน แมลง แน่นอนมันล่าสัตว์ขนาดเล็ก
ในเรื่องจำนวนประชากรของชะมดชนิดนี้ ไม่มีข้อมูลแน่ชัด การถูกล่าในปัจจุบันก็เช่นกัน แต่เมื่อเกือบ 20 ปีก่อน เฉพาะในแอฟริกา ชะมดชนิดนี้ ถูกล่า ปีล่ะ เกือบหนึ่งหมื่นตัว! นี่ถือเป็นตัวเลขที่เยอะ เมื่อคิดว่า มันคือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่พอๆ กับสุนัข และเพื่อให้ได้มูลค่าสูงสุด ก็ต้องพยามจับแบบเป็นๆ แล้วเมื่อมันถูกจับมาแล้ว! ก็จะถูกขังเอาไว้กรงเล็กๆ และตามข้อมูลระบุว่า ชะมดส่วนใหญ่จะตายภายใน 3 สัปดาห์หลังจากถูกจับ ซึ่งมักเกิดจากความเครียจ
กลิ่นเหม็น กลับกลายเป็นส่วนผสมของน้ำหอมแพง
แน่นอนว่า! เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องดีสำหรับสัตว์ชนิดนี้ เป็นเพราะชะมดชนิดนี้มีต่อมที่อยู่ใกล้อวัยวะสืบพันธ์ ที่สามารถผลิตของเหลวที่คล้ายขี้ผึ้งสีขาวหรือเหลือง ซึ่งเรียกว่า ซิเวโทน (civetone) สิ่งนี้มีกลิ่นเฉพาะตัว และแรงมาก มันเหม็น! เป็นที่รังเกียจของสัตว์และมนุษย์ แต่มันกลับดึงดูดนักทำน้ำหอม เพราะหากผ่านกระบวนการพิเศษ ทำให้เจือจางลง มันก็จะกลายเป็นวัตถุดิบสำหรับการผสมน้ำหอมราคาแพง
นอกจากนี้ข้อมูลระบุว่า ชะมดแอฟริกา จะหลั่งของเหลวดังกล่าวประมาณ 4 กรัมต่อสัปดาห์ ซึ่งสามารถเก็บสิ่งนี้มาจากในป่าได้ อย่างไรก็ตาม แต่ก็ไม่สะดวกเท่าการจับมาขังไว้ ส่วนวิธีการเก็บเกี่ยวและการเก็บรักษายังไม่ทราบแน่ชัด แต่กล่าวกันว่ามันเป็นอุตสาหกรรมที่โหดร้ายอย่างมาก จนถูกวิพากษ์วิจารณ์จากนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิสัตว์ แต่ถึงอย่างงั้นก็ยังมีความต้องการสูงอยู่ดี
และถึงแม้มันจะเป็นสัตว์ที่ได้รับการคุ้มครอง แต่ก็ไม่สามารถหยุดเรื่องนี้ได้ นอกจากนี้ประชากรของชะมดแอฟริกา ยังได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากมนุษย์ ซึ่งล่าพวกมันเพื่อเอาขน หรือแม้แต่เป็นเกมกีฬา และยังโดนรถทับอีกด้วย
แต่! ก็ยังโชคดีอยู่บ้าง เพราะในตอนนี้เริ่มมีวิธีการเลี้ยงชะมดชนิดนี้ในที่เลี้ยงได้มากขึ้น ความต้องการชะมดจากป่าจึงลดลงไปบ้าง! แต่ถึงอย่างงั้น สุดท้ายชะมดพวกนี้ก็ตายเพราะความเครียจอยู่ดี




