หน้าแรก พืชและสัตว์ ความหวังคืนชีพ นกพิราบ ที่เป็นรากฐาน โดโด ด้วยเทคโนโลยีชีวอะคูสติกใหม่

ความหวังคืนชีพ นกพิราบ ที่เป็นรากฐาน โดโด ด้วยเทคโนโลยีชีวอะคูสติกใหม่

เมื่อพูดถึง โดโด (Dodo) หลายคนก็น่าจะรู้จัก หรือ อย่างน้อยก็คงเคยได้ยินชื่อ เพราะยังไงซะ! มันก็เป็นหนึ่งในนกที่มีชื่อเสียง แน่นอนว่า โดโด ได้สูญพันธุ์ไปจากโลกนานแล้ว แต่ รู้หรือไม่ว่า เส้นทางวิวัฒนาการ ก่อนจะเป็น โดโด ก็คือ นกพิราบ และนกพิราบที่เก่าแก่และถือเป็นรากฐานของโดโด ก็คือ ทูธ-บิลดฺ พิจ'เจิน (Tooth-billed pigeon) หรือ หากให้แปลตรงตัวแบบง่ายๆ ก็เป็น นกพิราบปากเขี้ยว มันคือหนึ่งในนกที่หายากที่สุดในโลก และนักวิจัยก็เชื่อกันมานานแล้วว่า นกชนิดนี้อาจสูญพันธุ์ไปแล้ว แต่ใครจะรู้ว่า เมื่อปี พ.ศ.2556 (2013) กลับมีรายงานการค้นพบลูกนกพิราบปากเขี้ยว แม้จะแค่หนึ่งตัว แต่มันคือความหวัง! เพราะแบบนี้ นักวิจัยจึงคิดว่า ที่ไหนสักแหล่งบนเกาะ จะต้องมีนกพิราบตัวอื่นๆ และหลังจากการค้นหาอยู่หลายปี ในปี พ.ศ.2563 (2020) ระหว่างการสำรวจป่าบนเกาะซาไวอิ (Savaiʻi) ประเทศซามัว ทีมสำรวจก็ได้ยินเสียงและเห็นตัวนก! น่าเสียดายที่ไม่สามารถเก็บภาพเอาไว้ได้ ...ผ่านไปอีกหลายปี นักวิจัยได้นำเสนอ เทคโนโลยีชีวอะคูสติกแบบใหม่ ซึ่งสามารถระบุตัวเจ้าของเสียงได้ด้วยความแม่นยำสูงมาก ด้วยสิ่งนี้ จะช่วยให้ทีมค้นหา สามารถตามหาสิ่งที่พวกเขาต้องการได้ง่ายขึ้น มาถึงตรงนี้ หลายคนคงอยากรู้แล้วว่า เทคโนโลยีใหม่มันทำงานยังไง ป่ะเดี๋ยวมาดูกัน

นกพิราบปากเขี้ยว คืออะไร?

อย่างที่เคยพูดเอาไว้ นกพิราบปากเขี้ยว จัดเป็นรากฐานของนกโดโด จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่า มันคือนกโบราณ มันไม่เหมือนนกพิราบส่วนใหญ่ จุดเด่นของนกตัวนี้คือ มีปากเหมือนนกแก้ว! สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมการกินอาหารของพวกมันคล้ายนกแก้ว

ทั้งนี้ นกพิราบปากเขี้ยว (Tooth-billed pigeon) หรือ มา-นู-เม-อา (manumea) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า ดี-ดังก-คิว-ลัส สตริ-จิ-รอส-ทริส (Didunculus strigirostris) มันเป็นนกเฉพาะถิ่นของประเทศซามัว และยังเป็นนกประจำชาติชามัวอีกด้วย และแม้ในตอนนี้ จะไม่มีภาพถ่ายที่ชัดเจนของนกขณะมีชีวิต แต่ก็มีคำอธิบายเอาไว้ มันเป็นนกพิราบขนาดประมาณ 30 เซนติเมตร มีสีขนที่เข้ม เท้าสีออกแดง หัวและคอมีสีเทาอมเขียว ขนหางคลุมปีกและขนชั้นที่สามมีสีน้ำตาลเข้ม! มีปากคล้ายนกแก้ว ..เป็นนกชนิดเดียวในสกุลของมัน และ ญาติใกล้ชนิดทางพันธุกรรมของมันก็คือนกโดโด

จากภาพนี้แสดงให้เห็นถึงความเกี่ยวข้องของนกพิราบปากเขี้ยว กับนกโดโด

ในเรื่องประชากรที่เหลืออยู่ นักวิจัยเชื่อว่า นกพิราบปากเขี้ยว น่าจะมีประชากรในป่าไม่ถึงร้อยตัว แต่ถึงอย่างงั้น จนถึงตอนนี้ ก็ยังไม่สามารถจับตัวอย่างได้แม้แต่ตัวเดียว แน่นอนว่า ไม่มีประชากรในกรงเช่นกัน

เทคโนโลยีชีวอะคูสติกแบบใหม่ ช่วยอะไรได้?

หลังจากอ่านรายล่ะเอียดบางส่วนของเทคโนโลยีนี้ คงต้องบอกว่า นี่เป็นสิ่งที่มีประโยชน์ในการตามหาสัตว์ โดยเฉพาะนกในป่าจริงๆ เพราะด้วยสิ่งนี้ จะทำให้ทีมค้นหาสามารถระบุแหล่งที่มาของเสียง รวมถึงชนิดของนกได้แม่นยำถึง 95% ซึ่งสูงมากๆ คุณลองคิดดู เมื่อเข้าไปในป่าลึก จะมีเสียงนกและสัตว์มากมายจากทุกทิศทาง มันจะยากมากๆ เมื่อต้องระบุเสียงได้อย่างถูกต้อง!

สำหรับเทคโนโลยี่นี้ เป็นความร่วมคือระหว่าง เดอะโคะลอสซัล ฟาวน์เดชั่น (The Colossal Foundation) กับองค์กรด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศซามัว โดยในขั้นต้น พวกเขาต้องการตามหานกพิราบปากเขี้ยวที่เหลืออยู่ในป่า!

และแม้จะไม่มีการเปิดเผยข้อมูลเชิงลึก เกี่ยวกับเทคโนโลยีชีวอะคูสติกแบบใหม่ แต่โดยพื้นฐานมันคือ การผสมผสาน ระหว่าง ชีววิทยา และ อะคูสติก และด้วยความก้าวหน้าที่มากขึ้น ทีมงานได้เพิ่มเติมเทคโนโลยี AI เข้าไป ซึ่งช่วยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น แน่นอนว่า เพื่อตามหานก AI จำเป็นต้องใช้เวลาเรียนรู้ เพื่อให้สามารถตรวจจับเสียงนกที่เป็นเอกลักษณ์ สุดท้าย หากยังมีนกเหลืออยู่ ก็จะต้องเจอตัวอย่างแน่นอน

ข้อมูลเพิ่มเติมระบุว่า เครื่องมือนี้ ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้จำแนกนกพิราบปากเขี้ยว ซึ่งสามารถลดเสียงรบกวน ลบเสียงพื้นหลัง ที่ได้รับมาจากการบันทึกเสียง จากนั้นด้วย AI ที่ทรงพลังจะช่วยจำแนกเสียงออกมาเป็นนกชนิดต่างๆ และด้วยฐานข้อมูลเสียง จะช่วยให้ทีมงานสามารถระบุตัวของนกที่หายาก รวมถึง นกที่ไม่รู้จัก! สุดท้าย สำหรับเสียงที่ไม่รู้จัก อาจเป็นเสียงนกพิราบปากเขี้ยว หรือ แม้แต่นกชนิดใหม่ ก็เป็นได้ …แต่ยังไงซะ ด้วยขนาดของป่าของประเทศซามัล การตามหานก ก็คงขึ้นอยู่กับเวลาแล้ว

อ่านเรื่องอื่น