เต่าทะเล 5 ชนิด ที่พบได้ในทะเลประเทศไทย

ในโลกนี้มีเต่าทะเลประมาณ 7 ชนิด มี 5 ชนิดที่สามารถพบได้ในประเทศไทย บางชนิดก็ขึ้นมาวางไข่ทุกปี และก็มีบางชนิดที่ไม่พบการวางไข่มานานนับสิบปี เดี๋ยวเรามาดูเรื่องราวของเต่าทะเลทั้ง 5 กัน

เต่าทะเล

1. เต่าตนุ (Green turtle)

Advertisements

เต่าตนุ มีชื่อวิทยาศาสตร์ Chelonia mydas หรือบางทีก็เรียกว่า เต่าแสงอาทิตย์ พบในเขตร้อนและกึ่งร้อน ตามชายฝั่ง แหล่งหญ้าทะเลและเกาะ ประเทศไทยพบการแพร่กระจายในธรรมชาติ ทั้งฝั่งทะเลอ่าวไทย และฝั่งทะเลอันดามัน .. เต่าตนุเป็นเต่าทะเลที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่และมีน้ำหนักมากเมื่อโตเต็มที่ โดยมีความยาวตั้งแต่หัวจรดหางประมาณ 1 เมตร น้ำหนักราว 130 กิโลกรัม

เต่าตนุ

เต่าตนุนับเป็นเต่าทะเลที่พบได้บ่อยที่สุดในน่านน้ำไทย โดยมักพบในเขตที่มีอุณหภูมิน้ำที่ค่อนข้างอุ่น คือ สูงกว่า 20 องศาเซลเซียสขึ้นไป โดยขึ้นมาวางไข่มากที่เกาะครามและเกาะกระในอ่าวไทย และทางฝั่งทะเลอันดามันพบวางไข่มากที่อุทยานแห่งชาติตะรุเตา บนชายหาดและเกาะหลายแห่งในจังหวัดภูเก็ตและพังงา .. แต่แม้จะพบได้บ่อยที่สุด มันก็เป็นเต่าที่อยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์

2. เต่ากระ (Hawksbill turtle)

เต่ากระ มีชื่อวิทยาศาสตร์ Eretmochelys imbricata อาศัยและวางไข่ในเขตร้อน ในบริเวณน้ำตื้นที่เป็นแนวปะการัง แนวหญ้าทะเลและแนวสาหร่าย ประเทศไทยพบเข้ามาหากินใกล้ชายฝั่งทั้งสองด้าน เต่าชนิดนี้เมื่อโตเต็มที่ จะมีขนาดความยาวประมาณ 100 เซนติเมตร และมีน้ำหนักประมาณ 120 กิโลกรัม

Advertisements

เต่ากระ

จากการศึกษาพบว่า เต่ากระกินทั้งได้พืชและสัตว์ โดยใช้ปากที่งองุ้มนี้กินทั้งสาหร่ายทะเล, หญ้าทะเล รวมทั้งสัตว์น้ำประเภทต่าง ๆ รวมถึงปะการังด้วย วางไข่บนชายหาดครั้งละ 150-250 ฟอง จัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองประเภทที่ 1 ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช 2535

3. เต่าหญ้า (Olive Ridley Turtle)

มีชื่อวิทยาศาสตร์ Lepidochelys olivacea อีกชื่อหนึ่งคือ เต่าสังกะสี ถิ่นอาศัยหลักอยู่ในเขตซีกโลกเหนือ บริเวณที่มีอุณหภูมิของน้ำ 20 องศาเซลเซียส ประเทศไทยพบมากในฝั่งทะเลอันดามัน สำหรับการเกยตื้นพบทั่วไปด้านฝั่งทะเลอันดามัน ส่วนด้านฝั่งอ่าวไทยพบการเกยตื้นเพียงบางแห่งเท่านั้น มีความยาวเต็มที่ประมาณ 60-70 เซนติเมตร น้ำหนักเมื่อโตเต็มที่ประมาณ 30-40 กิโลกรัม

เต่าหญ้า

ในน่านน้ำไทยจะพบได้ในฝั่งทะเลอันดามัน ในอ่าวไทยจะพบได้น้อยกว่า จัดเป็นเต่าทะเลอีกชนิดหนึ่งที่พบได้น้อยมากในน่านน้ำไทย โดยการวางไข่มีรายงานว่าพบที่ฝั่งทะเลอันดามันเท่านั้น โดยจะไม่พบในฝั่งอ่าวไทย และจัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช 2535

4. เต่าหัวค้อน (Loggerhead Turtle)

เต่าหัวค้อน มีชื่อวิทยาศาสตร์ Caretta caretta อาศัยใกล้ชายฝั่งน้ำตื้นมักอาศัยในเขตที่น้ำทะเลมีอุณหภูมิมากกว่า 20 องศาเซลเซียส ประเทศไทย พบการเกยตื้นทั้งฝั่งอ่าวไทยและฝั่งทะเลอันดามัน ซึ่งเข้าใจว่าเป็นประชากรเต่าทะเลจากแหล่งอื่นของประเทศเพื่อนบ้านที่เข้ามาอาศัยหรือหาอาหารในน่านน้ำไทย โตเต็มที่จะมีความยาวประมาณ 85 เซนติเมตร มีน้ำหนักประมาณ 70 กิโลกรัม

Advertisements

เต่าหัวค้อน

ในน่านน้ำไทยพบน้อยมาก และไม่พบรายงานว่ามีการขึ้นมาวางไข่เป็นเวลากว่า 20 ปีแล้ว แต่ยังพบได้บ้างที่เขตอบอุ่นทางตอนเหนือของออสเตรเลียและทะเลญี่ปุ่น หรืออินโดนีเซีย .. สถานะปัจจุบันของเต่าหัวค้อนในประเทศไทย ถือเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช 2535 เช่นเดียวกับเต่าทะเลชนิดอื่นๆ

5. เต่ามะเฟือง (Leatherback Turtle)

เต่ามะเฟือง มีชื่อวิทยาศาสตร์ Dermochelys coriacea อาศัยในเขตทะเลเปิดที่อุณหภูมิน้ำ 10-20 องศาเซลเซียส ประเทศไทยพบเต่ามะเฟืองได้น้อยมากในปัจจุบัน พบการเกยตื้นเพียงบางแห่งในชายฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามัน

เต่ามะเฟือง

เนื่องจากเต่าทะเล ส่วนใหญ่จะมีการเดินทางตามกระแสน้ำอุ่น จึงสามารถพบเต่ามะเฟืองได้ตามทวีป หรือ ประเทศที่มีกระแสน้ำอุ่นพัดผ่าน รวมถึงประเทศในเขตร้อน เช่น ประเทศไทย มาเลเซีย หมู่เกาะอินดีส ปาปัวนิวกินี และ ในฝั่งทะเลแคริบเบียน .. ปัจจุบันเป็นสัตว์ป่าสงวนตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าแห่งชาติ พุทธศักราช 2562

Advertisements

อ่านเรื่องอื่น

Advertisements