หน้าแรก พืชและสัตว์ เรื่องที่คุณไม่รู้เกี่ยวกับ ไข่ผำ

เรื่องที่คุณไม่รู้เกี่ยวกับ ไข่ผำ

หนึ่งในพืชที่เติบโตได้เร็วที่สุดในโลก ผมบอกไว้ตรงนี้เลยว่า มันคือพืชในกลุ่มของแหน! ใช้แล้ว แหนเขียวๆ ที่ลอยอยู่ในบ่อ บางทีก็น่ารำคาญ บางทีก็เป็นที่ต้องการ ..ที่มันน่ารำคาญก็เพราะแหนมันลอยที่ผิวน้ำซะเต็มบ่อ แต่หากเป็นที่ต้องการก็เพราะมันเป็นอาหารของปลาหลายชนิด โดยเฉพาะบ่อไหนมีปลานิลปลาตะเพียนเนีย ปลากินกันสบายพุง แน่นอนว่า แหนมีอยู่หลายชนิด ป่ะเดี๋ยวมารู้จักกับแหนที่เติบโตเร็วที่สุดในโลกกัน

ก่อนอื่นมาดูว่า “แหน” คืออะไร?

สำหรับพืชในกลุ่ม “แหน” หรือ ดั๊ก-วีด (Duckweed) ก็ไม่ได้ต่างอะไรจากพืชและสัตว์อื่นๆ ที่มีอยู่หลายชนิด โดยแหนจะมีอยู่ประมาณ 37 ชนิด พวกมันเป็นพืชลอยน้ำขนาดเล็ก ที่เติบโตได้ดีในแหล่งน้ำนิ่ง เช่น หนอง บึงหรือสระน้ำ และถึงแม้มันจะเป็นพืชที่ทนทาน อยู่ได้แทบจะทุกสภาพน้ำ แต่ถ้าจะให้เติบโตได้ดีก็ต้องสารอาหารและอินทรียวัตถุอุดมสมบูรณ์ และในประเทศไทยจะมีแหนที่อยู่ในวงศ์ เลมนาซี (Lemnaceae) ซึ่งแบ่งเป็น 3 สกุล

  1. คือสกุล Lemna (เลมนา) มี 3 ชนิด คือ แหนเล็ก (Lemna minor L.) / กาแหน (Lemna perpusilla Torr.) / จอกแหน (Lemna trisulca L.)
  2. คือสกุล Spirodela (สไปโรเดลา) มี 1 ชนิด นั้นคือ กาแหน หรือ แหนแดง หรือ แหนใหญ่ (Spirodela polyrrhiza (L.) Schleid.) แหนชนิดนี้อาจเรียกว่าแหนเป็ดใหญ่ก็ได้ จัดว่าหาได้ง่ายในไทย และเป็ดชอบกิน
  3. คือสกุล Wolffia (วูล์ฟเฟีย) มี 1 ชนิด คือ ไข่น้ำ หรือ ไข่แหน หรืออาจเรียกว่า ไข่ผำ Wolffia globosa (Roxb.) แหนชนิดนี้ ค่อนข้างพิเศษ เพราะมันดูเป็นเม็ด ดูน่ากิน จนมีคนเลี้ยงจริงจัง เพื่อขายให้คนกิน แน่นอนว่า ในตลาดปลาสวยงาม มีคนเอามาขายให้ปลากินด้วย

จุดแข็งของแหนคือ เติบโตได้ดี แม้แต่ในแหล่งน้ำจืดที่มีสภาพน้ำแย่ๆ และยังสามารถขยายพันธุ์ได้ทั้งแบบอาศัยเพศและไม่อาศัยเพศ โดยในกรณีของไข่ผำ แม้จะดูเป็นเม็ด แต่รู้หรือไม่ว่า ไข่ผำมีดอกและเมล็ดด้วยซ้ำ เพียงแต่ในไทย ไม่มีการพูดถึงกัน แต่ในต่างประเทศเป็นงานวิจัยเลยทีเดียว! ในกรณีที่ขยายพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ จะเพิ่มจำนวนแบบทวีคูณ ทุกๆ 3 – 5 วัน! ขึ้นอยู่กับสภาพแหล่งน้ำ

ความลับของพืชที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก

พืชที่เติบโตได้เร็วที่สุดในโลก และได้รับการวิจัยจนตีพิมพ์ในวารสารวิทยาศาสตร์แล้วก็คือ แหนใน สกุลวูล์ฟเฟีย (Wolffia) หรือที่บ้านเราเรียก ไข่น้ำ ไข่ผำ พวกมันเป็นพืชที่ลอยขนาดเล็กมาก เป็นพืชที่ง่ายต่อการเก็บเกี่ยว และยังสามารถเติบโตได้ในน้ำจืดเกือบทุกแหล่ง อยู่ได้แม้ในน้ำที่มีคุณภาพแย่ ไข่ผำมีขนาดตั้งแต่เล็กกว่ามิลลิเมตรจนถึงไม่กี่มิลลิเมตร และแม้จะเป็นพืชขนาดเล็ก แต่ไข่ผำกลับมีโปรตีนสูงมาก

โดยเฉพาะ วูล์ฟเฟีย ไมโครสโคคา (Wolffia microscopica) ที่มีโปรตีนมากกว่า 20% แถมยังมีกรดอะมิโนที่มีประโยชน์ต่อร่างกายสูงด้วย นี่จึงเป็นเหตุผลที่นักวิจัยอธิบายว่า พืชเหล่านี้มีคุณค่าทางโภชนาการมากกว่าสลัดที่เรากินกันซะอีก

มาถึงตรงนี้ หลายคนคงสงสัยกันว่า ไข่ผำที่เติบโตในไทย คือชนิดไหน คำตอบคือ วูล์ฟเฟีย โกลโบซา (Wolffia globosa) มันเป็นพืชที่ได้รับการอธิบายว่าเป็นพืชดอกที่เล็กที่สุดในโลก (world’s smallest flowering plant) โดยปกติจะมีขนาดประมาณ 0.1-0.2 มิลิเมตร แน่นอนว่ากินได้แถมดีด้วย แต่หากคุณจะกิน โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่า มาจากแหล่งน้ำที่ดีหน่อย

พืชที่เติบโตได้ดีทั้งสว่างและมืด

แล้วก็เป็นไปตามชื่อกลางของมันคือ ดั๊ก-วีด (Duckweed) ก็คือแหนที่จะถูกกินโดยเป็ด เช่นเดียวกับสัตว์อื่นๆ และแม้แต่มนุษย์ก็กิน แต่ดูเหมือนพวกมันจะทำหน้าที่เหมือนวัชพืชมากกว่า เพราะแหนพวกนี้เติบโตเร็วมาก โดยเฉพาะในน้ำที่อุดมไปด้วยสารอาหารอย่างไนโตรเจนและฟอสเฟต

มีงานวิจัยของสถาบันในแคลิฟอร์เนีย พวกเขาทำการวิจัยโดยมุ่งเน้นไปที่ลักษณะเฉพาะในจีโนมของไข่ผำ ซึ่งทำให้อธิบายเหตุที่แหนพวกนี้เติบโตได้เร็วจนน่ากลัว ..ในการวิจัยพวกเขาได้ปลูกไข่ผำภายใต้วัฏจักรแสงและความมืด เพื่อตรวจสอบว่ายีนใดทำงานในช่วงเวลาต่างๆ ของวัน ผลลัพธ์ที่ได้นั้นน่าประหลาดใจอย่างมาก นั้นเพราะพืชส่วนใหญ่จะไวต่อแสง ซึ่งหมายความว่าพวกมันจะเติบโตได้ดีเมื่อมีแสง ทั้งนี้ก็เพราะมันตอบสนองต่อแสงแดด ส่วนในเวลากลางคืนพวกมันจะเติบโตแตกต่างออกไปหรือถึงกับช้าลงไปมากๆ

แต่นี่ไม่ใช่กรณีของไข่ผำ นักวิจัยพบว่าเมื่อเปรียบเทียบกับพืชชนิดอื่น ไข่ผำมีจำนวนยีนครึ่งหนึ่งที่ควบคุมโดยวัฏจักรแสงและความมืด ดังนั้นจึงสามารถเติบโตได้มากขึ้นในเวลากลางคืน มันไม่มีกฎเกณฑ์ที่จำกัดว่ามันจะเติบโตได้ดีในช่วงเวลาใด หรือก็คือเติบโตได้ดีทั้งกลางวันและกลางคืน

แต่สิ่งนี้ไม่ใช่คุณสมบัติที่โดดเด่นเพียงอย่างเดียวของไข่ผำ นักวิจัยพบว่ายีนของพืชทั่วไปมักจะเชื่อมโยงกับองค์ประกอบของพฤติกรรมในพืช เช่น กลไกการป้องกันและการเจริญเติบโตของราก ซึ่งทั้งหมดนี้จะไม่มีอยู่ในไข่ผำ นี่หมายความว่า พวกมันได้ทิ้งยีนที่ไม่ต้องการไปแล้ว และมุ่งเน้นไปที่การเติบโตอย่างรวดเร็วแบบควบคุมไม่ได้

จากการค้นพบนี้ช่วยให้นักวิจัยเข้าใจว่า พืชสามารถแลกเปลี่ยนระหว่างการเจริญเติบโตกับหน้าที่อื่นได้ เช่น เพื่อให้เติบโตได้เร็วก็ขึ้น ก็สามารถทิ้งการหยั่งรากและการป้องกันตัวเองจากศัตรูพืช และยังอาจช่วยให้นักวิจัยสามารถออกแบบพืชที่ได้รับการปรับแต่งให้เหมาะสมสำหรับการทำงานเฉพาะ เช่น การจัดเก็บคาร์บอนที่เพิ่มขึ้น เพื่อช่วยในการจัดการกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในอนาคต

และแม้แหนพวกนี้ จะเป็นพืชที่สร้างปัญหา เพราะหากไม่ดูแลแหล่งน้ำให้ดี บางทีแหนพวกนี้จะแพร่ขยายจนปิดผิวน้ำทั้งหมดเลยก็ได้ ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องดี แต่ถึงอย่างงั้น แหนพวกนี้ก็มีประโยชน์ อย่างการเอาไปเลี้ยงสัตว์หรือแม้แต่กับปลาที่กินพืชก็สามารถใช้แหนเลี้ยงได้เช่นกัน และแหนบางชนิดก็มีประโยชน์มากในตลาดปลาสวยงาม

อ่านเรื่องอื่น