สึชิโนะโกะ สัตว์มายาในตำนานแห่งญีปุ่น

สึชิโนะโกะ หรือ สึจิโนะโกะ เป็นสัตว์ลึกลับในตำนานของญีปุ่น ความจริงที่มาของการทำเรื่องนี้เพราะมีน้าหลายคนบอก "งูกาบูน เหมือน สึชิโนะโกะ" เลยอ่ะ พอค้นๆ ดู เออก็เหมือนจริงๆ เลยขอเอาเรื่องนี้มาพูดถึงซะหน่อย

สึชิโนะโกะ สัตว์มายาในตำนานแห่งญีปุ่น

สึชิโนะโกะ (Tsuchinoko : 槌の子) ถือเป็นสัตว์ในตำนานของประเทศญีปุ่น แม้คนไม่น้อยจะเชื่อว่ามีอยู่จริง แต่มันไม่เคยถูกยืนยันว่ามีตัวตนอยู่จริง มันจึงถือเป็นสัตว์มายาที่มีอยู่มากมายในโลกใบนี้

มีข้อมูลเก่าๆ เขียนเอาไว้ว่า มันเป็นสัตว์ที่คล้ายงู ลำตัวยาวประมาณ 1 ฟุต ถึง 1 เมตร มีลายคล้ายงู (ลายจากภาพเขียนส่วนใหญ่เหมือนกับงูกาบูนมาก) หางเรียวแหลม (จากภาพวาดก็เหมือนงูกาบูนเช่นกัน) กลางลำตัวมีลักษณะอ้วนแบน แต่สามารถเคลื่อนที่ได้รวดเร็ว (เรื่องความเร็วถือว่าต่างกัน เพราะงูกาบูช้ามาก)

สึชิโนะโกะมีการเคลื่อนไหลที่หลากหลาย บางข้อมูลอ้างว่า และมีวิธีหนึ่งคือมันจะกัดหางตัวเองลักษณะวงกลมเพื่อกลิ่งตัวไป น่าจะประมาณทำตัวเป็นล้อรถ นี่อาจเป็นสาเหตุที่มันเร็ว เพราะรูปร่างของมันไม่น่าจะเคลื่อนที่เร็วได้

ลักษณะเด่นของสึชิโนะโกะจากผู้ที่เคยพบ

Advertisements
  1. เทียบกับงูปกติ ลำตัวจะอ้วนกว่ามาก
  2. มีพละกำลังมาก สามารถกระโดดได้ไกล 2 เมตร สูง 5 เมตร (บางข้อมูลบอก 10 เมตร)
  3. ชอบกินสาเกญี่ปุ่น
  4.  มีเสียงร้อง “จี”
  5. มีความว่องไวเป็นอย่างมาก
  6. ร่างกายมีความยืดหยุ่นเคลื่อนไหวคล้ายหนอนคืบ หรืออาจขดตัวให้เป็นวงแล้วกลิ้ง
  7. กรนได้ด้วย
  8. ชอบกลิ่นหมึกแห้งย่าง เส้นผมที่ถูกเผาและซุปมิโซะ
  9. มีพิษร้ายแรง

หลักฐานแรกที่มีการกล่าวถึงสึชิโนะโกะ สามารถย้อนกลับไปไกลถึงได้ 10,000 ปีก่อน ในยุคโจมง ก่อนคริสต์ศักราช มีวัตถุที่คล้ายสึชิโนะโกะ ในยุคเอโดะ ในสารานุกรมเล่มแรกของญี่ปุ่นก็ได้มีการกล่าวถึงสึชิโนะโกะด้วย โดยเรียกว่า “เยตสุเฮบิ” (やついヘビ) ซึ่งหมายความว่า “งูน้ำ”

สึชิโนะโกะ สัตว์มายาในตำนานที่พบได้ทั่วในญีปุ่น และที่ผ่านมาก็มีคนอ้างว่าพบมันหลายครั้ง แต่ก็ไม่เคยมีการจับตัวจริงมาได้ แม้จะมีภาพถ่ายที่อ้างว่าเป็นสึชิโนะโกะหลายภาพก็ตาม และที่ผ่านมาก็มีกิจกรรมตั้ง “รางวัลนำจับ” มาหลายครั้งแล้ว แต่ไม่เคยถูกจับได้ ..ตัวอย่างรางวัลนำจับ

  • ปี 1992 หมู่บ้านชิกุสะได้เสนอรางวัลนำจับเจ้าสึชิโนะโกะเป็นเงินกว่า 200 ล้านเยนสำหรับผู้จับสึชิโนะโกะได้ตัวเป็นๆ และ 100 ล้านเยนถ้ามันตายแล้ว
  • ปี1989 เมืองมิคาตะได้มีการเสนอรางวัลที่ดิน 330 ตารางเมตรสำหรับใครก็ได้ที่สามารถจับสึชิโนะโกะได้
  • ปี 2000 มีการประกาศให้รางวัล 3 – 20 ล้านเยน แก่ผู้ที่สามารถจับสึชิโนะโกะมาได้
  • ปี 2001 ได้มีผู้นำงูดำขนาดใหญ่ที่จับได้มาอ้างว่างูตัวนั้นเป็นสึชิโนะโกะแต่ก็ถูกเปิดโปงในที่สุดว่าไม่ใช่!!!

อย่างไรก็ตามจนปัจจุบันนี้ก็ไม่มีใครสามารถคว้ารางวัลได้เลยแม้แต่รายเดียว

ข่าวการพบสึชิโนะโกะ

ในเดือนสิงหาคม ปี 2000 สื่อมวลชนญี่ปุ่นได้เสนอข่าวว่ามีการพบเจอตัวสึชิโนะโกะที่เมืองโยชิอิ เมืองเล็กๆ ที่อยู่ตอนกลางของจังหวัดโอคายามา

ตามข่าวในหนังสือพิมพ์ไมนิชิ ชิมบุน เรื่องเกิดขึ้นเมื่อ 1 พฤษภาคม เช้าวันนั้นชาวนาคนหนึ่งออกไปตัดหญ้า ได้แลเห็นสัตว์อะไรบางอย่างเขาอิบายว่า สัตว์ตัวนั้นรูปร่างคล้ายงู ใบหน้าเหมือนโดเรมอน แมวการ์ตูนในทีวี? มันกำลังเลื้อยข้ามทุ่งนา เขาจึงหวดมันด้วยเคียวดายหญ้าแต่งูหลบทันและเลื้อยหลบลงลำธารใกล้ๆ แล้วหนีไปได้ แต่ถึงอย่างไรมันก็ได้บาดแผลบาดเจ็บ

หลังจากนั้น 25 พฤษภาคม ฮิเดโกะ ตากาฮิชิ แม่เฒ่าวัย 72 ได้พบงูนอนตายอยู่ข้างลำธาร แม่เฒ่าเลยนำมันไปฝัง เธออธิบายลักษณะให้แก่นักข่าวว่า “มันมีใบหน้ากลม ดูน่ารัก เห็นชัดว่ามันไม่ใช้งู เพราะฉันเคยเห็นพวกมันก่อนหน้านี้เหมือนกัน มันรอง จิ๊บๆ”

เมื่อทางเทศบาลเมืองโยชิอิทราบเรื่อง จึงส่งเจ้าหน้าที่มาสอบสวน และไปจุดที่ฝังสึชิโนะโกะเอาไว้ และขุดซากไปตรวจสอบ ..แต่ก็ไม่มีรายงานเพิ่มเติม

แต่เพราะอิทธิพลของข่าวสึชิโนะโกะ เลยทำให้เมืองโยชิอิกลายเป็นเมืองท่องเที่ยวทันที คนญี่ปุ่นที่อยากรวยทางลัด (ถ้าจับได้จะได้เงินรางวัล 20 ล้านเยน) เริ่มเข้าเมืองนี้และอยู่เมืองนี้หลายเดือน แม้จะไม่พบหรือจับไม่ได้ ก็มีไวน์ตราสึชิโนะโกะปลอบใจ หรือไม่ก็มีขนมโก๋ตราสึชิโนะโกะ ของเล่นตราสึชิโนะโกะ และอื่นๆ สุดแล้วแต่พวกพ่อค้าคิดทำขึ้นมา

สุดท้ายจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีคนเคยจับสึชิโนะโกะได้เลย แต่มีการวิเคราะห์ว่าสึชิโนะโกะมีรูปร่างคล้ายกิ้งก่า “กิ้งก่าลิ้นสีน้ำเงิน (blue-tongued lizard) หรือ กิล่ามอนสเตอร์ (Gila Monster) ที่พบในทะเลทรายทวีปอเมริกาเหนือ เป็นต้น แต่ผมว่าคล้าย “งูกาบูน (gaboon viper)” อยู่เหมือนกัน แต่งูอาจจะยาวไปหน่อย

กิ้งก่าลิ้นสีน้ำเงิน (blue-tongued lizard)

ซึ่งถ้าสึชิโนะโกะมีจริง อาจเป็นไปได้ว่าจะเป็นสัตว์พวกนี้ก็ได้ ในขณะที่บางคนเชื่อว่า จริงๆ แล้วสึชิโนะโกะก็คืองูที่กินอาหารชิ้นใหญ่จนลำตัวป่องออกมา แต่ก็ยังมีการอ้างว่าพบเห็นสึชิโนะโกะมีอยู่ทั่วประเทศญี่ปุ่น และผลสุดท้ายก็ยังไม่สามารถตอบได้ว่ามีจริงหรือไม่

อ่านเรื่องอื่น

Advertisements