ครั้งแรก! พบเชื้อกลายเป็น Superbug ดื้อต่อยาทุกชนิด เจอในโรงพยาบาลสองแห่งในสหรัฐ

เมื่อวันที่ 23 ก.ค. 2021 ตามรายงานของ CDC เป็นครั้งแรกที่พบว่ามีผู้ป่วยติดเชื้อราที่ดื้อยา ซึ่งต้านทานต่อยาต้านเชื้อราประเภทหลักๆ ได้ทั้งหมด ตอนนี้ได้แพร่กระจายไปในหมู่ผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลในเท็กซัสและวอชิงตัน ดี.ซี.

รายงานนี้ออกโดยศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (CDC) มีรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ป่วยที่ติดเชื้อ Candida auris (C.auris) จำนวน 101 รายที่โรงพยาบาลและสถานดูแลระยะยาวใน DC ตั้งแต่เดือนมกราคม – เมษายน 2021 รวมถึง 22 รายในเท็กซัสในช่วงเวลาเดียวกัน จากทั้งหมด 123 รายพบว่ามีอย่างน้อย 5 รายที่ดื้อต่อยาต้านเชื้อราทั้งสามกลุ่มหลัก

“ภายใน 30 วัน มีถึงร้อยละ 30 ที่เสียชีวิต จากผู้ป่วยทั้งหมด 123 ราย แม้รายงานจะยังไม่ชัดเจ่นว่าเกี่ยวกับ C. auris หรือไม่”

C. auris เป็นเชื้อราที่เกิดขึ้นใหม่ซึ่งได้รับการอธิบายครั้งแรก โดยแพทย์ชาวญี่ปุ่นในปี 2009 แต่จากการวิจัยระบุว่าเชื้อราดังกล่าวสามารถผุดขึ้นพร้อมกันในปากีสถาน อินเดีย แอฟริกาใต้ และเวเนซุเอลา

มันจะทำให้เกิดการติดเชื้อในกระแสเลือด การติดเชื้อที่บาดแผล และการติดเชื้อที่หู เป็นที่ทราบกันดีว่าจะเหยื่อผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอโดยเฉพาะในโรงพยาบาล จะกลายเป็นเป้าหมายของการติดเชื้อราพวกนี้

ปกติเชื้อราสายพันธุ์นี้ถือเป็น “ภัยคุกคามด้านสุขภาพร้ายแรงไปทั่วโลก” เนื่องจากมันดื้อต่อยาต้านเชื้อราแทบทุกชนิด ดังนั้นจึงเรียกกันว่า “Superbug” เลยเป็นเชื้อราที่ยากต่อการรักษามาก

ทั้งนี้ CDC ไม่ได้อธิบายว่าทำไมกลุ่มสองกลุ่มนี้จึงเกิดขึ้นพร้อมกันในปีนี้ แต่น่าสังเกตว่าการระบาดใหญ่ของ COVID-19 ทำให้แบคทีเรียและเชื้อราดื้อยามีจำนวนเพิ่มขึ้น และยังเร็วเกินไปที่จะรู้ว่าอะไรอยู่เบื้องหลังการเพิ่มขึ้นของสิ่งนี้

แต่มีแนวคิดบางประการระบุว่า เป็นเพราะผู้ป่วยโควิด-19 ที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลจำนวนมาก พวกเขาติดเชื้อทุติยภูมิเนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอส่งผลให้มีการใช้ยาปฏิชีวนะ (และต้านเชื้อรา) เพิ่มขึ้น จนเป็นการกดดันให้เชื้อโรคเกิดการดื้อยา

ตอนนี้ขนาดของภัยคุกคามยังไม่แน่นอน แต่ผู้เชี่ยวชาญและหน่วยงานด้านสุขภาพจำนวนมากคาดว่า C. auris จะกลายเป็นความท้าทายที่สำคัญต่อสุขภาพของประชาชนในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าและหลายทศวรรษข้างหน้า

อ่านเรื่องอื่น