บทสรุปตั้งแต่ต้น ‘ปลาช่อนจากเอเซีย’ กับผู้อาศัยท้องถิ่น การรุกรานที่ยาวนานกว่า 20 ปี

ในที่สุดผมก็หาเจอประวัติการพบเจอ ปลาช่อนในอเมริกาซะที เพราะอยากรู้ว่าพวกเขาเจอปลาช่อนที่ไหนเมื่อไร และเมื่อเจอคิดกันยัง รวมทั้งวิธีการต่อสู้กับปลาที่ไม่รู้จัก หรือทัศนคติของผู้อาศัยท้องถิ่นคิดยังไงกับปลาช่อน ผมมีคำตอบอยู่ในบทนี้ และมีคลิปท้ายเรื่องนะ

ปลาช่อน

การพบเจอครั้งแรก

ปลาช่อนถูกค้นพบในสหรัฐอเมริกาครั้งแรกในบึงแห่งหนึ่งในรัฐแมริแลนด์ ในปี 2002 มันทำให้ผู้คนแตกตื่น และต่างหวาดกลัวกับปลากินเนื้อขนาดใหญ่จากเอเซียที่สามารถทนอยู่ในน้ำสภาพแย่ สามารถย้ายถิ่นได้บนบกกรณีน้ำแห้ง และมันกำลังรุกรานสิ่งมีชีวิตท้องถิ่น ตั้งแต่นั้นมา ความกลัวเหล่านั้นได้ถูกพิสูจน์ว่าถูกต้องเพียงบางส่วน

ปลาช่อนเหนือจากจีนนั้นได้ยึดถิ่นในเขตแม่นํ้า Potomac ด้วยจำนวนประชาการที่อาจจะมากถึง 21,000 ตัวแพร่กระจายในแม่น้ำระยะทางมากกว่า 200 กิโลเมตร มันสามารถมีนํ้าหนักได้ถึง 8 กิโลกกรัม และ มีความยาวถึง 1 เมตร ปลาช่อน “แฟรงเกนสไตน์” ได้แพร่พันธุ์ไปในหลายพื้นที่ และล่าสุดมันได้ถูกพบในทางเหนือของ Washington DC แล้ว




ปลาช่อนเหนือ
สรุปคือปลาช่อนที่มาระบาดอเมริกาก่อนคือ “ปลาช่อนเหนือ” ไม่ใช่ปลาช่อนไทยหรือปลาชะโด ตามที่เข้าใจกัน

ปลาช่อนเหล่านี้ถูกนำเข้ามาอย่างผิดกฏหมายจากเอเซียสำหรับตลาดปลาสวยงามและร้านอาหารจนถึงปี 2004 พวกมันได้รุกรานและกินสัตว์ท้องถิ่นไปหลายชนิด แต่ตอนนี้ผู้คนในถิ่นได้เริ่มล่าพวกมันคืนบ้างแล้ว ทางการได้ร่วมมือกับชาวประมงท้องถิ่นเพื่อลดจำนวนพวกมันให้มากที่สุดและหยุดการย้ายถิ่นฐาน เจ้าหน้าที่รัฐได้ลงมาควบคุมการครอบครองหรือขนย้ายพวกปลาช่อนที่ยังมีชีวิตด้วย

ในปีนั้นรัฐแมริแลนด์เป็นเจ้าภาพในเทศกาลล่าปลาช่อน เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนรับบรู้ถึงผู้บุกรุกชนิดนี้ เราได้พูดคุยกับ Joseph Love นักชีววิทยาปลาจากหน่วยงานทรัพยากรธรรมชาติรัฐแมริแลนด์ ผู้ที่ศึกษาเกี่ยวกับปลาช่อนในเขตนี้




พวกปลาช่อนสามารถหลุดไปยังแม่น้ำได้อย่างไร?

จากหลักฐานพันธุ์กรรมที่มี เราเชื่อว่าปลาเหล่านี้ลงมาอยู่ที่แม่น้ำ Anacostia ที่ซึ่งไหลลงแม่น้ำ Potomac สาเหตุที่ปลาเหล่านี้ถูกนำมาปล่อยยังเป็นปริศนา แต่มีสองสาเหตุหลักๆ อย่างแรกอาจจะเป็นพวกคนที่ปล่อยปลาชนิดนี้เพื่อทำบุญ ซึ่งเป็นประเพณีของทางเอเชีย กับอย่างที่สองคือเก็บพวกมันเป็นอาหารแต่ได้เปลี่ยนใจจึงปล่อยมันไป




เกิดอะไรขึ้นที่ Crofton รัฐแมริแลนด์ ในปี 2002 จนนำไปสู่ความหวาดกลัวที่แพร่ไปทั่ว

ในปี 2002 ปลาช่อน 4 ตัว และตัวอ่อนอีกนับร้อยถูกพบในบึงที่ Crofton ปลาพวกนี้ถูกนำมาปล่อยโดยครอบครัวหนึ่งที่ซึ่งได้รับการแนะนำให้เลี้ยงปลาชนิดนี้ โดยพวกเขาเชื่อว่ามันจะทำให้อาการป่วยดีขึ้น และมันก็ดีขึ้นจริงๆ จนพวกได้นำปลาไปปล่อยในแหล่งน้ำธรรมชาติเพื่อเป็นการขอบคุณ พวกเขาไม่ได้คำนึงถึงผลว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป

มีอยู่ช่วงนึงที่อเมริกาต้องการกำจัดปลาช่อนอย่างมาก จนถึงขนาดใช้ปล่อยสารพิษลงน้ำเพื่อกำจัดพวกมัน แน่นอนว่าการทำแบบนี้ ทำให้ปลาท้องถิ่นได้รับผลด้วยเช่นกัน พวกเขาทำกันในปี 2008

ทางการได้พยายามที่กำจัดปลาเหล่านั้น ถึงขนาดใช้สารพิษที่มีผลต่อระบบทางเดินหายใจของปลา ถึงสุดท้ายจะกำจัดพวกมันได้แต่เหตุการณ์นี้ได้เป็นข่าวใหญ่ในสื่อต่างๆ และนำไปสู่กฏหมายในการครอบครองหรือจำหน่ายปลาช่อนที่มีชีวิต เรื่องนี้ทำให้ผู้ที่ครอบครองปลาเหล่านี้เริ่มวิตกกังวล และแอบปล่อยปลาพวกนี้ลงในแหล่งน้ำ แต่ว่าเราก็ยังไม่มีหลักฐานเรื่องนี้




การเลือกใช้ยาพิษเพื่อกำจัดปลาช่อน ทำให้แหล่งน้ำได้รับการปนเปื้อน ผลกระทบเป็นวงกว้าง

ผลกระทบที่ปลาเหล่านี้ก่อขึ้นกับสิ่งแวดล้อม

เริ่มแรกนผู้คนกังวลเรื่องปลาช่อนจะเป็นเหตุให้ปลาท้องถิ่นสูญพันธุ์ได้ ผู้คนไม่ได้สนใจเรื่องการแพร่พันธุ์ของพวกมัน แต่มันได้เกิดขึ้นในเวลาต่อมา โดยปลาช่อนได้เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็วและการที่พ่อแม่มันเลี้ยงดูลูกๆ เป็นอย่างดี ยิ่งทำให้โอกาสรอดชีวิตของลูกปลาสูงมาก

จริงๆ แล้วพวกเขากลัวว่าปลาช่อนพวกนี้จะส่งผลกระทบกับปลาแบสปากใหญ่ ซึ่งปลาแบสถูกนำเข้ามาในแม่น้ำในช่วงปลายปี 1800 โดยพวกปลาแบสส่วนใหญ่จะมีน้ำหนักเพียง 2-3 กิโลกรัม

ปลาแบสปากใหญ่  “Largemouth bass” มันเป็นปลาแบสที่ดุร้ายและมีขนาดใหญ่กว่า ปลาชนิดนี้อาจยาวได้ถึง 1 เมตร

ในขณะที่ปลาช่อนชนิดนี้สามารถสามารถทำน้ำหนักมากถึง 4.5 – 5.5 กิโลกรัม และใหญ่ที่สุดที่เคยพบคือ 8 กิโลกรัม (รวมถึงปลาชะโดด้วย) และปลาทั้งสองชนิดครอบครองพื้นที่ในฐานะนักล่าระดับบน แต่ส่วนมากพวกนี้จะแบ่งเขตกันเลยไม่ค่อยตีกัน




“เราไม่เห็นผลกระทบต่อจำนวนปลาท้องถิ่นมากนัก อาจจะเพราะพวกมันไม่ได้กินตลอดเวลา ทำให้จำนวนปลาท้องถิ่นยังไม่ได้รับผลกระทบมาก แต่ในอนาคตถ้าจำนวนมันมากกว่านี้ ก็เป็นเรื่องที่น่ากังวล”

พวกนักล่าท้องถิ่นล่ามันได้ไหม?

ปลาช่อนที่ยังเล็ก อาจจะตกเป็นเหยื่อของปลาขนาดใหญ่ แต่ก็ยากเพราะพ่อแม่มันเฝ้าดูตลอดเวลา ปลาแบสที่จับมาได้และผ่าท้องดู พบกว่าแทบไม่เจอลูกปลาช่อนในท้องมันเลย และปลาช่อนเองนั้นก็โตได้อย่างรวดเร็ว อาจมีนกที่กินพวกมันรวมทั้งปลาดุกขนาดใหญ่ แต่เมื่อปลาโตเต็มไว มันยากที่จะมีอะไรล่ามันได้แม้แต่นกอินทรีย์เพราะปลาหนักเกิน แถมในพื้นที่นั้นไม่มีหมีหรือจระเข้ในพื้นที่ ดังนั้นสิ่งเดียวที่จะล่ามันได้ก็มีแค่มนุษย์เท่านั้น

ปลาช่อนอันตรายกับคนไหม?

มันไม่ใช่ปลาปิรันย่าหรือฉลามที่ทำให้คนไม่กล้าไปว่ายน้ำ แต่ด้วยขนาดใหญ่ของมัน และฟันแหลมอันคม อาจจะทำให้คนที่โดนมันกัดบาดเจ็บได้

“4 ปีก่อนมีเด็กคนหนึ่งได้เอามือลงไปในนํ้า และตรงนั้นเป็นฝูงของลูกปลาช่อนทำให้พ่อแม่ปลากัดมือกัดเด็ก ถึงมันจะไม่รุนแรงมาก และเป็นเรื่องที่เกิดไม่บ่อยนัก มันเป็นการแสดงถึงการปกป้องลูกๆ ของพวกมัน”

มีรายงานว่าพบปลาช่อนแม้แต่ในสวนหลังบ้าน ซึ่งคาดว่ามันมาจากน้ำท่วม ถึงปลาพวกนี้จะไม่มีผลต่อสุขภาพของมนุษย์ แต่ในการรับมือมันต้องระมัดระวังถ้าไม่อยากได้แผล




ปลาช่อนไม่สามารถอยู่บนบกได้?

“ผมจับมันได้และยัดมันใส่ตู้เย็นไว้ สามวันต่อมาผมเอามันออกมาและพบว่ามันยังไม่ตาย” ปลาตระกูลนี้มีอวัยวะที่ช่วยให้มันหายใจได้ในบริเวณที่มีออกซิเจนต่ำหรือไม่มีน้ำ ทำให้มันสามารถรอดได้โดยไม่มีน้ำเป็นเวลาวันได้ ขอแค่ให้อากาศนั้นไม่ร้อนเกินและมีความชื้นอยู่บ้าง ยิ่งพื้นตรงนั้นยังเปียกตลอดเวลายิ่งดี ในเอเซียมันจะพบได้มากตามนาข้าวและสามารถเคลื่อนที่บนบกระยะสั้นๆเพื่อหาแหล่งน้ำใหม่ได้

ปลาช่อนเกือบทุกชนิดสามารถเคลื่อนที่บนพื้นได้อย่างไม่ยากเย็น




ชาวประมงรับมือพวกมันอย่างไร?

พวกเรารับมือพวกมันมาหลายปีแล้ว เราพยายามควบคุมประชากรของพวกมันให้น้อยสุด พวกเราใช้แทบทุกวิธีเพื่อจับมัน ทั้งเบ็ดตกปลาแม้แต่ธนูกับหน้าไม้ และการล่าปลาช่อนเป็นอะไรที่สนุกมาก แถมยังรสชาติดีอีก เราไม่มีเจ้าหน้าที่มากพอที่มาควบคุมปลาช่อน ทำให้การล่าพวกมันในทุกวันนี้ ไม่มีวันตามทันการเพิ่มจำนวนได้

“อย่างไรก็ตามเราไม่ต้องการเพิ่มจำนวนมันอีกแล้ว เราต้องการทำให้มันสูญพันธุ์ไปเลยถ้าเป็นไปได้”

ผู้คนควรทำอย่างไรถ้าจับมันได้

การครอบครองปลาช่อนที่มีชีวิตในอเมริกานั้นผิดกฏหมาย ดังนั้นเราต้องการให้คนที่จับมันได้ ฆ่ามันหลังจับได้ เราสนับสนุนให้คนล่ามัน เอาเครื่องในออกแล้วแช่เเข็ง เราไม่แนะนำให้ทุบหัวมันเพราะกะโหลกของมันนั้นแข็งมาก กว่าจะตายใช้เวลานานเกินไป




เป็นไปได้ไหมที่จะกำจัดพวกมันจนหมด?

ในความคิด นั้นเป็นไปได้ว่าเราสามารถหยุดการแพร่พันธุ์ของพวกมันในบางพื้นที่ได้ แต่จะยากในพื้นที่ขนาดใหญ่อย่างแม่น้ำ และเป็นไปไม่ได้ที่เราจะใช้ยาพิษอีกครั้ง

และนี่คือเรื่องราวของปลาช่อนในอเมริกาตั้งแต่เริ่มต้นพบเจอ อ่านมาจนถึงตรงนี้ผมเลยได้ทราบว่าเป็นปลาช่อนเหนือที่เข้าอเมริกาก่อน และด้วยความกลัวปลาช่อนจนถึงขนาดเลือกใช้วิธีที่รุนแรงในการกำจัด นั้นคือการใช้ “ยาพิษ” ถ้าน้าๆ ชอบเรื่องนี้ก็แชร์ให้น้าๆ ท่านอื่นอื่นกันบ้างนะครับ




อ่านเรื่องอื่น

แหล่งที่มาnationalgeographic