การศึกษาใหม่เผย บางครั้งหมีขั้วโลกล่า ‘วอลรัส’ ด้วยการทุ่มหินใส่หัว

นักชีววิทยาสามารถศึกษาเรื่องราวของสัตว์ต่างๆ ได้จากวัฒนธรรมของชนชาตินั้นๆ เพราะพวกเขาอยู่ใกล้ชิดในระบบนิเวศที่อาศัยอยู่ใกล้เคียงกัน และอาจจะยังมีข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสายพันธุ์ที่อาจตกสำรวจไปอีกด้วย

หมีขั้วโลก

การศึกษาเมื่อเร็วๆ นี้ ในแถบอาร์กติกชี้ให้เห็นว่า ประวัติศาสตร์ของชาวเอสกิโมนั้นมีเรื่องราวของสัตว์อีกหลายชนิด รวมถึงพฤติกรรมการล่าแปลกๆ ของหมีขั้วโลก มันคือเรื่องที่ว่า “หมีจะใช้ก้อนน้ำแข็งหรือก้อนหินทุบหัวตัววอรัส”

ถึงแม้ปัจจุบันพวกมันจะดูน่ารัก แต่วอลรัสนั้นเป็นสัตว์ที่น่าเกรงขาม มันเป็นสัตว์ตระกูลแมวน้ำขนาดใหญ่อันดับสองรองจากแมวน้ำช้าง มันอาจจะมีน้ำหนักหนึ่งถึง 2 ตัน และมีฟันที่ยาวออกมาเป็นเอกลักษณ์ และไม่ใช่แค่นั้นหนังของมันยังหนามาก กะโหลกของมันแข็งมากด้วย ..จึงยากที่จะล่าแม้จะเป็นหมีขั้วโลกก็ตาม

หมีขั้วโลกบางครั้งล่าตัววอลรัส แต่เป้าหมายของมันไม่ใช่พวกที่โตแล้ว แต่เป็นตัวลูก แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะแม้แต่ตัวลูกก็ยังมีกะโหลกที่ใหญ่และแข็งแรง การฆ่าจึงต้องใช้กำลังมากมัก ทั้งต้องกัดไม่ก็จับฟาดแรงๆ หลายครั้ง ฟันกับอุ้งเท้าของหมีขั้วโลกไม่สามารถบดกะโหลกพวกมันได้

จากการเขียนข้อมูลของนักวิจัยหมีขั้วโลกที่มีประสบการณ์สามคนคือ Ian Stirling, Kristin Laidre และ Erik Born ได้รายงานในการศึกษาเพิ่มเติมว่า มีเรื่องราวของชนพื้นเมืองที่ว่าหมีขั้วโลกใช้ก้อนหินเพื่อล่าวอลรัส โดยเรื่องนี้ได้รับรายงานจากกรีนแลนด์ตะวันตก แคนนาดาตะวันออก รวมถึงอลาสก้าด้วย ตั้งแต่ปลายทศวรรษ 1700

ตัวอย่างเช่น ภาพแกะสลักในปี 1865 แสดงให้เห็นหมีขั้วโลกกำลังโยนก้อนหินลงไปยังพวกวอลรัส ซึ่งภาพประกอบอ้างอิงจากนักสำรวจชาวอเมริกัน Charles Francis Hall จากเกาะ Baffin

โดยทั่วไปแล้ว เวลาหมีล่าเหยื่อจะไม่ใช้ก้อนหินแต่ใช้ก้อนน้ำแข็งในการทุบหน้าวอลรัส โดยมีบันทึกจากนักสำรวจชาวอังกฤษในปี 1824 ได้บรรยายว่า มีครั้งหนึ่งเขาเห็นหมีว่ายนํ้าไปที่น้ำแข็ง ซึ่งมีวอลรัสสองตัวนอนกับลูก มันกลิ้งก้อนน้ำแข็งใส่วอลรัสตัวหนึ่งทำให้ตัวหนึ่งตายทันที ส่วนอีกตัวหนีลงไปโดยยังทิ้งลูกมันไว้ ทำให้หมีขาวได้อิ่มเพราะได้เหยื่อถึงสองตัว

และนอกจากนี้ยังมีข้อมูลจากนักล่าชาวเอสกิโมอีกด้วย ในปลายยุค 90 ได้มีการพบวอลรัสที่ถูกฆ่า ใกล้ๆ กันมีร่องรอยของหมีขั้วโลก และจากการวิเคราะห์พบว่า หมีได้โจมตีวอลรัสด้วยก้อนน้ำแข็งที่ทำให้เรียบเป็นพิเศษ ซึ่งน่าแปลกใจมากสำหรับสัตว์พวกนี้ ไม่ใช่แค่กับหมีขั้วโลก หมีชนิดอื่นสามารถใช้เครื่องมือได้เช่นกัน อย่างเช่น หมีสีน้ำตาลในที่เลี้ยง ซึ่งเป็นญาติสนิทของหมีขั้วโลก สามารถย้ายท่อนซุงเพื่อใช้เป็นฐานต่อตัวในการเอาอาหารที่อยู่ข้างบนได้

อีกกรณีหนึ่ง หมีขั้วโลกในสวนสัตว์โอซาก้าที่ญี่ปุ่นที่มีชื่อว่า GoGo สามารถใช้เครื่องมือเพื่อเอาเนื้อที่แขวนไว้ได้ มันใช้ท่อหรือท่อนไม้เพื่อกระแทกเนื้อ และมันยังชอบโยนวัตถุด้วยอุ้งเท้าหน้า เหมือนกับการเล่นบาสเก็ตบอล

นอกจากนี้มีรายงานจากหน่วยสำรวจทางธรณีวิทยาของสหรัฐในอลาสก้า พบหมีขั้วโลกกำลังย้ายก้อนน้ำแข็งไปด้วยจมูกของมันระหว่างว่ายน้ำ ด้าน Sirling เสนอว่าการใช้ก้อนน้ำแข็งพวกนี้อาจจะโยงถึงการล่าแมวน้ำของหมี

โดยทั่วไปแล้วหมีถือว่าเป็นสัตว์ที่ฉลาดมาก มันสามารถย้ายสิ่งของไปมาเพื่อรักษาอาหาร หมีขั้วโลกอาจจะมีความสามารถในการใช้เครื่องมือหรือของแข็งในการโจมตีพวกวอลรัส

หมีขั้วโลกจะฆ่าวอลรัสด้วยการใช้ก้อนน้ำแข็งที่ทำให้เรียบกลม มันสามารถรวมอยู่ในกลุ่มสัตว์ที่ใช้เครื่องมือได้เช่น ลิงชิมแปนซี โลมา และหมึก

เดิมทีนั้นหลายคนคิดว่าการที่หมีใช้เครื่องมือได้ เป็นเรื่องเล่าจากจินตนาการเท่านั้น แต่จากที่เห็นมาทำให้พบว่ามันน่าประหลาดใจ แต่กลับกันไม่มีรายงานเรื่องนี้ในเขตขั้วโลกเหนือโซนรัสเซียและนอร์เวย์

ความท้าทายในการล่าวอลรัสนั้นมีมากกว่าแมวน้ำธรรมดาที่ล่าได้ง่ายกว่า ซึ่งความยากนี้ทำให้มันต้องใช้เครื่องมือในการล่าด้วย และมันสามารถส่งต่อกันไปเป็นทอดๆ จากรุ่นสู่รุ่น

สุดท้าย เราต้องพูดเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศด้วย การละลายของน้ำแข็งนั้นสร้างปัญหามากขึ้นและยังมีการส่งผลกระทบต่อสัตว์ด้วย พวกวอลรัสจะเริ่มเข้าใกล้ฝั่งน้อยลง จนทำให้หมีขาดอาหารและเพิ่มโอกาสการปล้นสะดมเขตชุมชนจากหมีขั้วโลกอีกด้วย

อ่านเรื่องอื่น

แหล่งที่มาearthtouchnews