เพราะอะไร? ปลาบู่ ‘ปลาเนื้อดี’ คนไทยจึงไม่ค่อยได้กิน เพราะนิทาน?

ปลาบู่ที่ผมกำลังพูดถึงก็คือ ปลาบู่ทรายหรือปลาบู่ทอง หลายคนอาจจะเถียงว่าไม่จริง! เรื่องที่คนไทยไม่ค่อยกินปลาบู่? แต่เอาจริงๆ คนใกล้ตัวผม รวมทั้งตัวผมซึ่งตกปลาบู่ได้ค่อนข้างบ่อย แต่ไม่เคยกินตัวที่ตกได้เองเลย แม้ใครๆ ก็ว่ามันอร่อย ส่วนสาเหตุที่ผมไม่กินบอกเลยว่านิทานมีส่วน กับอีกสาเหตุคือผมไม่ชอบกินปลาเป็นทุนเดิม แต่ผมว่าสาเหตุหลักที่หลายคนไม่ได้กินคงเป็นเพราะหาซื้อยาก ไม่ชื่อก็ลองหาในเว็บตลาดไทยดู ชื่อปลาบู่ไม่มีด้วยซ้ำ เลยเกิดคำถามว่ามันเป็นปลาเศรษฐกิจจริงหรือ? ....ท้ายเรื่องมีคลิป

ปลาบู่

จากในนิทานปลาบู่ทอง เศรษฐีทารก (อ่านว่า ทา-ระ-กะ) ออกไปหาปลากับนางขนิษฐา แต่ไม่ว่าจะเหวี่ยงแหไปกี่ครั้งก็ได้เพียงปลาบู่ทองที่ตั้งท้องตัวเดียว ทว่านางขนิษฐา ดันไปสงสารปลาบู่ จึงขอให้สามีปล่อยปลาไป ด้วยเหตุนี้เศรษฐีทารกจึงเกิดบันดาลโทสะสุดท้ายก็ตีเมียจนตาย

เพราะนิทานเลยทำให้คนไม่ค่อยกินปลาบู่กันหรือไม่..? ..แต่ก็มีคนโบราณบอกว่า เพราะก้างของปลาบู่ทองเหมือนกระดูกสันหลังคน เลยทำให้ไม่กิน? แต่ผมว่าปลาบู่ทราย หรืออีกชื่อปลาบู่ทอง มันแพงและหายากมากกว่า?

จริงๆ แล้วปลาบู่ทรายถือเป็นหนึ่งในปลาน้ำจืดไทยแท้ที่มีราคาแพง บางช่วงอาจเกินกิโล 300-500 บาทด้วยซ้ำ ก็คิดดูแล้วกันปลากระพงโลล่ะ 100 บาทเอง และปลาบู่ก็เป็นปลาที่หากินได้ยาก ถึงจะเดินเข้าไปตลาดก็ใช่ว่าจะเจอ ที่ผ่านมาผมเดินตลาดแถวบ้านแทบไม่เคยเจอปลาบู่ขายเลย ตลาดหลักของปลาชนิดนี้น่าจะเป็นตลาดต่างประเทศ

ปลาบู่ธรรมชาติน่ากลัวกว่าปลาช่อน.?

Advertisements

เห็นปลาบู่หน้าตาแบบนี้ผมกล้าพูดเลยว่า ถ้ามันได้อยู่ในแหล่งน้ำที่ไม่แย่จนเกินไป เรื่องความถึก อดทน มันไม่แพ้ปลาช่อน แต่สิ่งที่น่ากลัวของปลาบู่คือ มันเป็นปลาที่กินเก่งกว่า ..อันที่จริงปลาบู่ถ้ามีตัวจะตกได้ง่าย เพียงแต่จำนวนมันน้อยเลยเจอยากในธรรมชาติ

ในฐานะของคนเลี่ยงกุ้ง อย่างกุ้งขาวอะไรพวกนี่ ปลาบู่ถือเป็นฝันร้ายเลย เพราะมันชอบกินกุ้งมาก และมันก็กินเก่งสุดๆ เหมือนจะกินให้ท้องแตกตายไปได้เลย ผมเองจับได้ในบ่อแต่ละตัวอ้วนตุ๊บกลมสมบรูณ์ จับได้ต้องขังรอตัดสินคดีตลอด แต่ก็โชคดีที่พวกมันมีน้อย

แต่ดูเหมือนว่าปลาบู่ในที่เลี้ยงกลับโตช้าและเลี้ยงยากกว่าที่โฆษณากันไว้ เนื่องจากเป็นปลาที่ต้องการสภาพแวดล้อมที่ดี เช่นน้ำดีในปริมาณมาก และยังต้องเลี้ยงเป็นเวลานาน ในสภาพดีๆ ยังต้องเลี้ยง 7 – 12 เดือน ถึงได้ขนาดที่ตลาดต้องการ แถมเลี้ยงไม่ดีปลาไม่โต และยังบอบช้ำและตายง่าย …ฉะนั้นถ้าต้องการเลี้ยงปลาบู่เพื่อขายเป็นปลาเนื้อต้องศึกษาเยอะๆ

ต่อไปเป็นข้อมูลที่น่าสนใจของปลาบู่ทราย (ปลาบู่ทอง)

ปลาบู่ทราย หรือ ปลาบู่ทอง เป็นปลาน้ำจืดที่ยาวได้ประมาณ 30 เซนติเมตร และอาจยาวได้ถึง 60 เซนติเมตร มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า “ออกซีลีโอทริส มาร์โมราตา (Oxyeleotris marmorata)

เป็นปลาที่มีลักษณะลำตัวกลมยาว หัวค่อนข้างโต ด้านบนหัวแบนราบ หัวมีจุดสีดำประปราย ปากกว้าง ครีบหูและครีบหางมีลักษณะกลมมนใหญ่ มีลวดลายดำและสลับขาว ลำตัวสีน้ำตาลเหลือง มีรอยปื้นสีดำกระจายไปทั่วตัว ในบางตัวสีอาจกลายเป็นสีเหลืองทองได้ จึงทำให้ได้ชื่ออีกชื่อหนึ่งว่า “ปลาบู่ทอง”

Advertisements

โดยปลาบู่ทราย เป็นปลาที่พบได้ทั่วไปในน้ำจืดและน้ำกร่อยอ่อนๆ ในหลายประเทศ โดยในประเทศไทย จะพบปลาบู่อยู่ทั่วไปตามแม่น้ำลำคลองและสาขาทั่วทุกภาคตามหนองบึง และอ่างเก็บน้ำต่างๆ เช่น แม่น้ำเจ้าพระยา ปากน้ำโพ บึงบอระเพ็ด แม่น้ำลพบุรี แม่น้ำท่าจีน เขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น เขื่อนลำตะคอง จังหวัดนครราชสีมา เขื่อนสิริกิติ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ อ่างเก็บน้ำบางพระ จังหวัดชลบุรี เขื่อนบางลาง จังหวัดยะลา และทะเลน้อย ทะเลสาบสงขลา … แน่นอนว่าอาจได้เจอพวกมันในบ่อเลี้ยงปลาเลี้ยงกุ้งเช่นกัน …หากสูบน้ำเข้ามาต้องระวังปลาพวกนี้

ปลาบู่ทรายเป็นปลาที่ผูกพันกับวิถีชีวิตคนไทย เป็นปลาเศรษฐกิจที่สำคัญ โดยนิยมใช้เนื้อบริโภคกันมานาน มีราคาขายที่แพง ปัจจุบันนิยมเพาะเลี้ยงเป็นปลาเนื้อ

ซึ่งสมัยก่อนนิยมเลี้ยงกันมากในกระชังแถบลุ่มแม่น้ำและลำน้ำสาขาบริเวณภาคกลาง ตั้งแต่จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี เรื่อยมาจึงถึงจังหวัดปทุมธานี ทั้งนี้ผลผลิตส่วนใหญ่จะส่งขายต่างประเทศ นอกจากนี้หากเป็นตัวที่มีสีที่ต่างไปจากปกติ เช่น สีทองหรือสีเงิน จะมีราคาแพงในตลาดปลาสวยงาม

สรุปปิดท้ายซะหน่อย …สำหรับปลาบู่ หลายคนก็น่าจะไม่กินเพราะนิทานจริงๆ นั้นล่ะ ส่วนตัวผมเองไม่เคยกินตัวที่ผมตกมาเองแม้แต่ตัวเดียว แต่ก็กินอยู่ในร้านอาหาร โดยส่วนตัวผมว่ามันอร่อยมาก

แน่นอนว่าหลายคนไม่กินไม่ใช่เพราะไม่อยากกิน แต่เพราะหากินไม่ได้ก็มี นั้นเพราะปลาในธรรมชาติก็น้อยลง ปลาในที่เลี้ยงส่วนใหญ่ก็ส่งออกต่างประเทศ ด้วยเหตุนี้จึงยากที่จะพบปลาบู่ขายในตลาดทั่วไป …ถ้าอยากกินจริงๆ บางทีก็อาจต้องตกเอาเอง

อ่านเรื่องอื่น

Advertisements