บิกีนีอะทอลล์ การทดลองนิวเคลียร์สหรัฐ กับเรื่องร้ายที่เกิดกับเรือประมงญีปุ่น

เรื่องราวนี้เกิดขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 มันเป็นยุคของสงครามเย็น เป็นช่วงเวลาของการเก็บสะสมอาวุธขนาดใหญ่ของประเทศยักษ์ใหญ่ของโลก สหรัฐเองก็เช่นกัน และอาวุธที่น่ากลัวที่สุดอย่างระเบิดนิวเคลียร์เองก็ถูกอัพเกรดความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ จนเกิดเป็นอาวุธเทอร์โมนิวเคลียร์ หรือ ระเบิดไฮโดรเจน การทดสอบก่อให้เกิดผลกระทบมากมาย เรือประมงญีปุ่นเองก็เป็นหนึ่งในนั้น

เกาะต้องห้าม บิกีนีอะทอลล์ (Bikini Atoll)

Advertisements

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมเกาะบิกีนีอะทอลล์ จึงเป็นเกาะต้องห้าม ข้อเล่าแบบไม่ยาวนะครับ ย้อนกลับไปหลังสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งเริ่มเข้าสู่ยุคสงครามเย็น สหรัฐได้เริ่มทดสอบระเบิดนิวเคลียร์ ซึ่งบริเวณที่ถูกเลือกก็คือแนวปะการังในหมู่เกาะที่ดูเหมือนสวรรค์ ที่มีชื่อว่า บิกีนีอะทอลล์

วันที่ 1 กรกฏาคม ค.ศ.1946 สหรัฐทดลองนิวเคลียร์ เริ่มโครงการทดสอบระเบิดนิวเคลียร์ลงบนเกาะประการังบิกินี ซึ่งเป็นเกาะขนาดเล็กในแนวหมู่เกาะมาร์แชลในมหาสมุทรแปซิฟิก ผลการทดลองระเบิดนิวเคลียร์ของสหรัฐ มากกว่า 23 ลูก ระหว่างปี 1946-1958 ทำให้สิ่งแวดล้อมบริเวณเกาะต้องเสียหายอย่างหนัก ประชากรต้องอพยพไปยังเกาะอื่นๆ และได้รับผลจากกัมมันตภาพรังสีจำนวนมาก

“ถ้ายังจำกันได้ เกาะแห่งนี้ก็เป็นที่ๆ ก็อตซิลล่า โดนพวก “โมนาช” จัดหนักด้วยระเบิดนิวเคลียร์ ในภาพยนต์เรื่องก็อตซิลล่า”

1 มีนาคม ค.ศ.1954 ทิ้งระเบิดไฮโดรเจนครั้งแรก ภายใต้ชื่อรหัส Castle Bravo

การทดสอบระเบิดไฮโดรเจนครั้งแรก ทำให้ประชาชนของญี่ปุ่นโกรธแค้นมาก เนื่องจากการทดสอบนี้ได้สร้างความเสียหายอย่างหนักกับเรือประมงญีปุ่นที่ชื่อ “Daigo Fukuryu Maru” หรือ “Lucky Dragon”

นั้นเพราะระเบิดไฮโดรเจน ที่ชื่อว่า Castle Bravo ที่พวกเขาทดสอบมีอานุภาพมากกว่าที่คิด การระเบิดครั้งนั้นทำให้กัมมันตรังสีกระจายออกไปไกลเกินกว่า 300 กิโลเมตร

การทดสอบ Castle Bravo มันรุนแรงกินความคาดหมาย ทำให้เกิดการปนเปื้อนของกัมมันตภาพรังสีอย่างกว้างขวาง มันไปไกลถึงออสเตรเลียอินเดียและญี่ปุ่นรวมถึงสหรัฐอเมริกาเอง และบางส่วนของยุโรป การทดสอบนี้ถือเป็นความลับ แต่มันกลับกลายเป็นเหตุการณ์ระหว่างประเทศอย่างรวดเร็ว กระตุ้นให้มีการเรียกร้องให้มีการห้ามการทดสอบอุปกรณ์เทอร์โมนิวเคลียร์ในชั้นบรรยากาศ

มีรายงานว่าเช้าของวันทดสอบระเบิด ลูกเรือของ Lucky Dragon 23 คน กำลังจับปลากันอยู่ แต่แล้วอยู่ๆ ท้องฟ้าก็เกิดลูกไฟขนาดใหญ่มาก มันพุ่งขึ้นมาจากหมู่เกาะบิกีนี หลังจากนั้นก็มีเสียงดังสนั่นตามมา แต่ถึงแม้ลูกเรือจะเห็นอย่างนั้น ก็ยังคงเดินหน้าจับปลาต่อไป .. หลังจากนั้นไม่นานหายนะก็เกิดกับเรือ นั้นเพราะฝุ่นกัมมันตภาพรังสีจำนวนมากตกใส่เรือของพวกเขา

แต่พวกเขาไม่รู้ว่ามันคืออะไร จึงทำแค่โกยเศษฝุ่นลงทะเล และเดินทางกลับบ้านที่ชิซูโอกะ หลังจากนั้นไม่นานพวกเขาก็ล้มป่วย อาเจียน ปวดหัว มีเลือดออกตามเหงือก แล้วยังเจ็บตา ..สุดท้ายพบว่าพวกเขาได้รับกัมมันตภาพรังสี

สหรัฐปฏิเสธความรับผิดชอบ

จนรัฐบาลญี่ปุ่นติดต่อกับสหรัฐ เพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่สหรัฐก็ไม่สนใจและปฏิเสธไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ และชาวประมงก็ไม่ได้ป่วยจากกัมมันตภาพรังสีด้วย

การปฏิเสธอย่างไม่มีเยื่อใยของสหรัฐ ทำให้หมอชาวญีปุ่นโกรธมาก เพราะพวกเขารู้ดีว่าอาการลูกเรือคือผลจากกัมมันตภาพรังสี เพราะพวกเขาคือประเทศแรก และประเทศเดียวที่โดนโจมตีด้วยระเบิดนิวเคลียร์  ..แน่นอนว่าประชาชนญีปุ่นโกรธต้องโกรธมาก แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้มาก นอกจากการเรียกร้องให้ต่อต้านอาวุธนิวเคลียร์

หลังจากนั้นประมาณ 6 เดือน นาย Kuboyama Aikichi ลูกเรือของ Lucky Dragon ก็เสียชีวิตด้วยวัย 40 ปี ในเวลาต่อมาสหรัฐ แสดงความรับผิดชอบด้วยการจ่ายเงิน ประมาณ 2,500 ดอลลาร์

บิกีนีอะทอลล์ในตอนนี้

Advertisements

ดูเหมือนปัจจุบันปะการังบริเวณบิกีนีอะทอลล์ เริ่มฟื้นสภาพอย่างน่าพอใจ นักท่องเที่ยวเข้าไปเยือนได้ แต่ดินยังคงมีสารกัมมันตรังสีปะปนอยู่ในระดับอันตราย โชคยังดีที่สัตว์ทะเลไม่ได้รับผลกระทบจากการทดลอง (สหรัฐว่างั้น) มันเปิดให้นักท่องเที่ยวดำน้ำไปดูซากเรือที่จมลงอยู่ที่ก้นทะเลตั้งแต่ปี 1946

อย่างไรก็ตามแม้จะมีการฟื้นสภาพเกาะอยู่ในระดับน่าพอใจ แต่ของการทดสอบระเบิดอย่างต่อเนื่องก็ทำให้สิ่งมีชีวิต 42 สายพันธุ์ต้องหายไปหมู่เกาะแถบนี้ โดยเฉพาะในจำนวนนี้มี 28 สายพันธุ์ที่มีเฉพาะในหมู่เกาะนี้เท่านั้น

อ่านเรื่องอื่น

Advertisements
แหล่งที่มาthoughtco.com