ตอนนี้เรารู้แล้วว่าทำไม.!! กุ้งที่อุบลราชธานีจึงเดินกันบนบก

เมื่อเดือนก่อน ผมได้นำเสนอเรื่อง "ทำไม กุ้งนับแสนจึงออกจากน้ำที่ปลอดภัย แล้วเลือกเดินบนบกที่อันตราย" มันเป็นบทความที่เกิดจากงานวิจัยโดย "คุณวัชรพงษ์ หงส์จำรัสศิลป์" ที่ทำมาหลายปี และยังไม่ได้ข้อสรุปอะไร จนในที่สุดเมื่อเมื่อเดือน ธันวาคม 2020 ทาง nationalgeographic ได้นำเสนอเรื่องนี้ พร้อมกับข้อสรุปของเรื่องนี้ ลองอ่านกันดู

กุ้ง

“เกิดและเติบโตที่กรุงเทพ ประเทศไทย “คุณวัชรพงษ์ หงส์จำรัสศิลป์” ได้มีความสนใจจากรายการโทรทัศน์เกี่ยวการเดินขบวนของกุ้งน้ำจืด ของจังหวัดอุบลราชธานี ที่พากันเดินออกจากลำธารในช่วงฤดูฝนเพื่อออกหากินอย่างลึกลับ”

ความสนใจในพฤติกรรมสัตว์ช่วงแรกๆ ของเค้าเกิดจากความหลงใหลในด้านวิชาการ และหลังจากจบการศึกษาในระดับปริญญาตรี สาขาชีววิทยา วัชรพงษ์ ก็ได้เดินทางมาที่สหรัฐเพื่อศึกษาต่อในระดับชั้นปริญญาตรี

ในปี 2017 วัชรพงษ์ ได้เป็นนักสำรวจของ National Geographic ที่ UCLA เพื่อศึกษาความก้าวร้าวและการสื่อสารของปลา แต่เค้าก็ยังคิดถึงกุ้งที่ทำให้เค้าประทับใจเมื่อหลายปีก่อน

“ถึงมันแค่ห้านาที แต่มันอยู่ในสมองผมคิดเรื่องนี้ถึง 20 ปี”

แม้เรื่องราวของกุ้งนี้จะได้รับความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยว และยังเป็นตำนานของท้องถิ่น แต่ก็ไม่มีใครศึกษาว่าทำไมพวกมันถึงทิ้งแหล่งน้ำหรือระบุชนิดมัน เขากระตือรือร้นที่จะกลับไปยังบ้านเกิดเพื่อศึกษาสัตว์ประจำถิ่นอันโด่งดัง

“ผมต้องการให้โครงการนี้ช่วยเหลือคนไทยและยังช่วยสิ่งแวดล้อมด้วย”

ความลับของกุ้ง

ในปี 2018 และ 2019 วัชรพงษ์ได้ออกสำรวจแม่น้ำลำโดม ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย และระบุสถานที่สองแห่งที่กุ้งนับแสนตัวออกจากแหล่งน้ำ ที่มีพายุในช่วงฤดูฝนช่วงเดือนสิงหาคม-ตุลาคม เขาและเพื่อนร่วมงานตั้งกล้องถ่ายภาพกลางคืนแบบ Time-Lapse เพื่อจับความเคลื่อนไหวของมัน

การค้นพบของพวกเขาถูกตีพิมพ์ได้ไม่นานนี้ ในนิตยสาร Journal of Zoology ชี้ให้เห็นว่ากุ้งมีแนวโน้มที่จะหลบหนีจากเขตที่มีกระแสน้ำแรง ยิ่งกระแสน้ำแรงมากเท่าไรก็ยิ่งมีโอกาสที่กุ้งจะคลานขึ้นบก แล้วกลับมาในเขตเดิมเมื่อกระแสน้ำนิ่งลง

“ขบวนกุ้งที่พวกเขาสังเกตเห็นคือการเดินขบวนอย่างต่อเนื่องและมีการร่วมฝูงที่เพิ่มขึ้น โดยบางตัวสามารถไปได้ไกลถึง 65 ฟุต”

ในถังของห้องแลป วัชรพงษ์ได้เก็บกุ้งที่ขึ้นมาบนบก หลังจากสองปีในการหาตัวอย่างที่สมบรูณ์ เทคนิคนั้นคือใช้น้ำจากแม่น้ำที่ใกล้แหล่งที่จับมัน และปรับการไหลของน้ำให้ใกล้เคียง

“ผมตะโกนด้วยความดีใจเมื่อกุ้งตัวแรกเดินออกจากน้ำ ผมคิดถึงคำว่าโอ้พระเจ้า ผมไขความลับของธรรมชาติได้แล้ว!”

อุณหภูมิที่เย็นลงอย่างน่าประหลาดและแสงที่น้อย น่าจะเป็นกุญแจที่เป็นสาเหตุที่ทำให้กุ้งออกจากแหล่งน้ำ วัชรพงษ์ ผู้ทดสอบปัจจัยสำคัญต่างๆ ทั้งแสง ความแรงของกระแสน้ำและลม รวมถึงอุณหภูมิของน้ำในการทดลอง

ในขั้นตอนสุดท้ายของการศึกษา เขาได้ทำการวิเคราะห์ทางพันธุกรรมของกุ้งถึงทราบสายพันธุ์ของมัน Macrobrachium Dienbienphuense ซึ่งพบครั้งแรกในปี 1970 แต่ไม่ทราบว่ามันคือกุ้งเดินขบวน

เทศกาลเคลื่อนย้าย

กุ้งอย่าง Macrobrachium Dienbienphuense มีความเสี่ยงอย่างสูงเมื่อออกจากแหล่งน้ำ เพราะสัตว์หลายชนิดจ้องจะกินมัน มีทั้ง กบ กิ้งก่า งู และแม้แต่แมงมุมก็ล่าพวกมันได้

แมงมุมพวกนี้จะรอกุ้งที่ผ่านมาก่อนจะเลือกกินได้อย่างอร่อย โดยในฤดูฝนของทุกปี บุฟเฟ่ต์เคลื่อนที่พวกนี้มีแนวโน้มที่จะเพิ่มโปรตีนเข้าไปในห่วงโซ่อาหาร ด้วยการอพยบดังกล่าว

Peter Novak นักนิเวศน้ำจืดจาก Department of Biodiversity กล่าวว่าเป็นเรื่องน่าสนใจที่การเดินขบวนของกุ้งพวกนี้ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการสืบพันธุ์

ญาติสนิทของกุ้งชนิดนี้บางพวกเป็นพวกอยู่น้ำกร่อย อยู่ตามปากแม่น้ำก่อนจะอพยพไปยังต้นน้ำเพื่อวางไข่ แม้ว่า Macrobrachium Dienbienphuense จะไม่ทำแบบนี้ แต่ Novak ก็สงสัยว่าการที่กุ้งย้ายไปมาในช่วงต่างๆ ของวงจรชีวิต อย่างเช่นช่วงที่น้ำขึ้นสูงพวกโตเต็มวัยที่พร้อมสืบพันธุ์ อาจจะหลุดเข้าไปสู่แหล่งอาศัยของพวกตัวอ่อน

แม้ว่ากุ้งพวกนี้ยังห่างไกลจากการสูญพันธุ์ แต่การท่องเที่ยวก็ก่อผลเสียกับพวกมันได้ เมื่อคนส่องไฟไปที่พวกมันจะทำให้มันตื่นและรีบกลับลงไปในน้ำทำให้มันถูกพัดไป

“ในช่วงไม่กี่ปีนี้ ขบวนกุ้งได้ดึงดูดนักท่องเที่ยวมากกว่า 100,000 คนต่อปี โดยได้รับการส่งเสริมในฐานะการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ”

คาราวานสู่อนาคต

วัชรพงษ์หวังว่างานวิจัยของเขาเกี่ยวกับขบวนกุ้งจะช่วยส่งเสริมการอนุรักษ์กุ้งชนิดอื่นๆ ที่กำลังลดลง ตัวอย่างเช่นเขื่อนที่หยุดการเคลื่อนไหวของกุ้งชนิดไปยังแหล่งที่พวกมันเคยไป ดังเช่นญาติๆ ของพวกมันในออสเตรเลียและแอฟริกา ทำให้ประชาการของพวกมันแตกตัว และขัดขวางการอพยพของพวกมัน กุ้งขบวนพวกนี้สามารถเป็นแรงบันดาลใจให้กับ “บันไดกุ้ง” ในอนาคตเพื่อช่วยเหลือพวกมันได้

อ่านเรื่องอื่น

แหล่งที่มาNational Geographic