ทะเลสาบเนตรอน แหล่งน้ำที่สังหารเกือบทุกชีวิตยกเว้นแบคทีเรียและ ‘นกฟลามิงโก้’

ทะเลสาบเนตรอน (Lake Natron) ทะเลสาบแห่งความตาย ที่มันได้ชื่อนี้มา เพราะที่แห่งนี้มีน้ำที่เกือบจะมีฤทธิ์กัดกร่อนเหมือนสารฟอกขาว แถมอุณหภูมิสูงได้ถึง 60 องศาเซลเซียส มันมีสภาพแย่ซะจนแทบจะไม่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ได้เลย แต่เชื่อหรือไม่ว่ามันเป็นรังของ "นกฟลามิงโก้" มากกว่า 1 ล้านตัว ว่ากันว่านี่คือหนึ่งในสาเหตุที่พวกมันมีขนสีชมพู

ทะเลสาบที่ใช้คำว่า “Extremophile” ได้เลย

อิกซ์ตรีโมไฟล์ (Extremophile) มาจากภาษาละติน หมายความว่า ภาวะสุดขั้วทางกายภาพหรือธรณีเคมีซึ่งเป็นโทษต่อสิ่งมีชีวิตส่วนใหญ่บนโลก

ทะเลสาบแห่งนี้ลึกน้อยกว่าสามเมตร มีความกว้างที่แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับระดับน้ำ ความยาวสูงสุด 57 กิโลเมตร และกว้าง 22 กิโลเมตร พื้นที่โดยรอบได้รับปริมาณน้ำฝนที่ไม่สม่ำเสมอตามฤดูกาล ส่วนใหญ่ระหว่างเดือนธันวาคมถึงเดือนพฤษภาคมรวม 800 มิลลิเมตรต่อปี อุณหภูมิที่ทะเลสาบมักสูงเกินกว่า 40 องศาเซลเซียส

ทะเลสาบเนตรอน มีสภาพแวดล้อมที่จะฆ่าสิ่งมีชีวิตส่วนใหญ่ได้ ไม่ว่าจะความร้อน ความเค็ม การกัดกร่อน ซึ่งในบางช่วงอาจมีค่า pH ถึง 12 ซึ่งเกือบจะเป็นสารฟอกขาวในบ้าน สภาพแวดล้อมที่แปลกประหลาดนี้ อยู่ท่ามกลางภูเขาไฟ Ol Doinyo Lengai ซึ่งใกล้ๆ ภูเขาไฟจะสามารถมองเห็นบ้านของนกที่ไม่ยอมอะไรง่ายๆ นั้นก็คือ “นกฟลามิงโก้” พวกมันใช้ที่แห่งนี้เป็นที่อาศัยและแหล่งผสมพันธุ์

ทะเลสาบเนตรอน ได้รับคุณสมบัติการกัดกร่อนจากโซเดียมคาร์บอเนตและแร่ธาตุอื่นๆ ที่ไหลลงสู่ทะเลสาบจากเนินเขาโดยรอบทำให้น้ำมีฤทธิ์เป็นด่าง มันมากเพียงพอที่จะทำอันตรายถึงชีวิตสำหรับมนุษย์ เผาไหม้ผิวหนังและดวงตาของสัตว์ส่วนใหญ่ทและอาจจะตายในที่สุด

“อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่เกิดขึ้นกับสัตว์อื่น ไม่ใช่ปัญหาของ “นกฟลามิงโก้” เพราะพวกมันสามารถปรับตัวให้เข้าสภาพแวดล้อมของทะเลสาบได้ แถมยังผสมพันธุ์ เลี้ยงดูลูกๆ จนมีจำนวนนับล้านตัว”

ทะเลสาบเนตรอน แหล่งเพาะพันธุ์อย่างดีของ Lesser Flamingo

Lesser Flamingo หรือ นกฟลามิงโก้เล็ก (Phoeniconaias minor) มีเรื่องเล่าว่า ก่อนหน้านี้รัฐบาลของแทนซาเนีย มีแผนจะสร้างโรงงานโดยใช้ประโยชน์จากทะเลสาบเนตรอน แต่แล้วแผนการเหล่านี้ก็ถูกทิ้งลงถังไป นั้นก็เพื่อสนับสนุนและปกป้องนกซึ่งมีชีวิตที่ไม่เหมือนใครในน้ำสีแดงแปลกๆ ของทะเลสาบแห่งนี้

ฝูงลูกนกฟลามิงโก้

โดยนกฟลามิงโก้ เหล่านี้อาศัยกินสาหร่ายที่เติบโตอยู่ในน้ำสีแดงของทะเลสาบ และนี้อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้นกนกฟลามิงโก้มีสีแดงอมชมพู สาหร่ายที่นกฟลามิงโก้ได้กินเข้าไปนั้น เต็มไปด้วยมีสารอัลฟาและเบตาแคโรทีน โดยเหล่านกฟลามิงโก้จะสร้างรังเอาไว้เพื่อออกไข่บนดินของทะเลสาบเนตรอนที่ถูกความร้อนระเหยจนแห้ง

ชีวิตไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับลูกๆ ของนกฟลามิงโก้ ที่เกิดและโตในทะเลสาบเนตรอน

“นกฟลามิงโก้ 1 – 2 ล้านตัวอาศัยอยู่ในแอฟริกาตะวันออก และทั้งหมดขึ้นอยู่กับทะเลสาบเนตรอน ซึ่งเป็นทะเลสาบโซดาภูเขาไฟที่ไม่เป็นมิตรกับสิ่งมีชีวิตเอาซะเลย”

นี่คือเรื่องราวของทะเลสาบเนตรอน และ นกฟลามิงโก้ คงต้องบอกว่า แม้ทะเลสาบจะมีภาวะสุดขั้วที่เป็นโทษต่อสิ่งมีชีวิตส่วนใหญ่บนโลก แต่ก็ยังเป็นสิ่งจำเป็นต่อสิ่งมีชีวิตบางชนิด เช่น นกฟลามิงโก้ และเชื่อหรือไม่ว่า มีปลาที่อาศัยอยู่ในทะเลสาบแห่งนี้ด้วย เอาไว้เดี๋ยวหามาให้ชมกันภายหลัง

อ่านเรื่องอื่น