กบและคางคกต่างกันตรงไหน กบใหญ่ที่สุด? คางคกที่เป็นภัยพิบัติที่สุด?

หลายคนอาจไม่มีปัญหา หากจะบอกความแตกต่างระหว่างกบและคางคกแถวบ้าน เพราะยังไงซะก็เห็นจนชินตา แต่รู้หรือไม่ว่าในโลกนี้มีกบและคางคก รวมๆ เป็นพันชนิดเลยก็ว่าได้ แล้วพวกนักวิจัยใช้อะไรเป็นตัววัดว่าเจ้านี่คือกบ เจ้านี้คือคางคก และนี้คือวิธีแยกความแตกต่างง่ายๆ ของพวกมัน แล้วที่ท้ายเรื่องจะมีเรื่องเสริมของกบและคางคกด้วยนะ

ความแตกต่างที่สำคัญระหว่าง “กบและคางคก” ที่สามารถมองเห็นได้ง่ายที่สุดคือ ขาหลังและผิวหนังของพวกมัน ทั้งกบและคางคกเป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำที่จัดอยู่ในอันดับของกบ หรือที่ใช้ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Anura (อะนูรา) โดยคางคกจะมีผิวหนังที่เป็นปุ่มและแห้งกว่า มีลำตัวที่หนาและขาเป็นตุ่ม ในขณะที่กบมีผิวหนังที่อ่อนนุ่มและมีขาที่ยาวกว่า

กบส่วนใหญ่มีขายาวที่ใช้เพื่อการกระโดด ในขณะที่คางคกจะมีขาที่สั้นกว่าซึ่งเหมาะสำหรับเดิน และผิวของพวกมันยังดูแตกต่างออกไป ..คางคกโดยทั่วไปมีผิวที่แห้ง ปกคลุมไปด้วยต่อมที่ขับพิษออกมาเพื่อช่วยให้คางคกป้องกันตัวจากนักล่า ส่วนกบมีผิวที่เรียบเนียน ชุ่มชื้นและมีแผ่นรองบนนิ้วเท้าเพื่อช่วยในการปีนป่ายได้ดี

กบนา (Hoplobatrachus rugulosus)
คางคกบ้าน (Duttaphrynus melanostictus)

ไข่ของพวกมันก็ต่างกัน โดยคางคกทั่วไปจะวางไข่เป็นเกลียวยาว กบจะวางไข่เป็นกลุ่มที่คล้ายกับพวงองุ่น และเพิ่มเติมคือคางคกสามารถอยู่ในพื้นที่แห้งได้นานกว่าพวกกบมาก แต่ในขณะที่พวกกบส่วนมากจำเป็นต้องอยู่ใกล้กับแหล่งน้ำหรือที่ๆ มีความชื้นสูง

แต่ไม่ใช่ว่ากบและคางคกทุกตัวจะแยกได้ง่าย อย่างไรก็ตามแม้แต่นักชีววิทยาชั้นนำต่างก็ยังโต้เถียงกันเรื่องคำจำกัดความของพวกมัน นั้นเพราะมีกบบางชนิดที่มีผิวหนังตะปุ่มตะป่ำ และปกคลุมไปด้วยตุ่ม ในขณะที่คางคกที่มีผิวเรียบเนียนและเป็นเมือกก็มีเช่นกัน

ลักษณะของกบและคางคก ยังสามารถส่งสัญญาณถึงการป้องกันได้เช่นกัน ตัวอย่างเช่น สัตว์ที่มีร่างกายสีสดใส มันหมายความว่ากำลังเตือนศัตรูรวมถึงคุณว่ามันมีผิวหนังที่เป็นพิษ

กบและคางคกที่มี “สีเขียวหรือสีน้ำตาลลายจุด” จะใช้เป็นลายพรางเพื่อซ่อนตัวจากผู้ล่า แต่มีบางชนิดอย่างเช่น คางคกท้องไฟ (fire-bellied toad) จะใช้ทั้งสองกลยุทธ์ ส่วนบนของร่างกายที่เป็นสีเขียวหม่น แต่เมื่อถูกรบกวน มันก็จะเผยให้เห็นท้องสีแดงและเตือนผู้ล่าว่ามันมีพิษ

fire-bellied toad
Advertisements

นอกจากนี้เมื่อถูกคุกคาม คางคกยังสามารถพองตัวเพื่อให้ดูใหญ่ขึ้นและทำให้นักล่าไม่สามารถกลืนมันลงไปได้ …ความแตกต่างหลักๆ ของกบและคางคกที่มองเห็นได้ด้วยตาก็จะมีประมาณนี้

กบชนิดไหนตัวใหญ่ที่สุดในโลก?

Advertisements

กบโกไลแอท ‘Goliath frog’ คือกบขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ‘ที่ยังมีชีวิต’ มันเป็นกบที่สามารถเติบโตได้ยาวถึง 34 เซนติเมตร และหนัก 3.3 กิโลกรัม ถือเป็นกบที่ทรงพลังมาก มันกระโดดได้สูงถึง 3 เมตร และยังดันหินก้อนใหญ่เพื่อสร้างเขื่อนขนาดเล็กสำหรับทำรังได้อีกด้วย ในทางกลับกันขนาดที่ใหญ่ทำให้พวกมันเป็นอาหารที่น่าดึงดูดสำหรับมนุษย์และผู้ล่าอื่น

และเนื่องจากการล่าที่มากเกินไป กบใหญ่ที่สุดในโลกตัวนี้จึงถูกจัดอยู่ในประเภทสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ และปัจจุบันยังไม่มีกฏหมายคุ้มครองพวกมัน มีเพียงแค่การจำกัดการส่งออก ซึ่งจะทำได้ไม่เกิน 300 ตัวต่อปี แต่ในความเป็นจริงก็ไม่ได้ช่วยอะไรมาก เพราะยังมีการแอบลักลอบจับพวกมันอยู่ดี

คางคงที่เป็นภัยพิบัติมากที่สุดในโลก

คางคกอ้อยคือคางคกขนาดใหญ่ที่มีพิษร้ายแรงมาก คางคกอ้อยมีถิ่นกำเนิดในอเมริกากลางและอเมริกาใต้ จากนั้นมันถูกนำเข้าไปในหลายๆ ประเทศ ทั้งอเมริกา ฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น และที่อื่นๆ มันเป็นคางคกที่ยาวได้ถึง 20 เซนติเมตร และหนักเกือบ 1 กิโลกรัม คางคกอ้อยที่มีชื่อเสียงที่เพิ่งถูกจับได้ในปีนี้ ถูกขนานนามว่า Toadzilla มันเป็นคางคกอ้อยที่หนัก 2.7 กิโลกรัม มันใหญ่จนกินได้แม้แต่แมว

สาเหตุที่คางคกชนิดนี้เป็นภัยพิบัติ เพราะพวกมันเป็นจอมทำลายล้าง และแม้มนุษย์อย่างเราต้องการจะกวาดล้างพวกมัน ก็ไม่ง่ายที่จะทำ สาเหตุแรกคือเกือบจะไม่มีสัตว์ชนิดไหนกล้ากินมันเลย สาเหตุที่สองคือพวกมันขยายพันธุ์เร็วกว่ากระต่ายซะอีก สาเหตุที่สามคือ พวกมันตะกละอย่างมาก กินพืชและยังกินสัตว์พื้นเมืองหลายชนิดอีกด้วย

และจนวันนี้เฉพาะในออสเตรเลีย ก็มีคางคกอ้อยอย่างน้อยก็พันล้านตัว และเป็นเรื่องตลกที่มันเริ่มจากคางคกอ้อยแค่ร้อยตัว ซึ่งถูกนำเข้ามาเพื่อช่วยกำจัดแมลง …จบ

อ่านเรื่องอื่น

Advertisements