ระวังโดนต้มว่าเป็นกดคัง ปลากดอเมริกันพบในแหล่งน้ำธรรมชาติไทยแล้ว

จริงๆ ปลากดอเมริกัน หรือ ปลากดหลวง ก็ไม่ได้มีหน้าตาเหมือนกับปลากดคังทุกอย่าง แต่สำหรับคนที่ดูปลาไม่ค่อยเป็น ก็อาจคิดว่าปลากดชนิดนี้เป็นปลากดคังได้เหมือนกัน ต่อไปผมจะพูดถึงเรื่องของปลากดอเมริกัน พร้อมประวัติการมาถึงไทยของมัน

ปลากดอเมริกัน ปลากดหลวง
Advertisements

สำหรับเรื่องนี้ต้องขอออกตัวก่อนว่า ไม่ได้จะมาบอกว่าปลากดอเมริกันกินไม่ได้และไม่อร่อยนะ แต่จะให้รู้ว่าในไทยมีปลากดที่มีขนาดตัวและหน้าตาใกล้เคียงกับปลากดคัง และราคาก็ถูกกว่า นั้นเพราะผมเคยได้ยินคนมาเล่าว่า มีคนเอาปลากดอเมริกัน มาขายแล้วบอกเป็นปลากดคังอยู่ จึงควรระวังไว้บ้าง …จะได้ไม่ต้องจ่ายแพงจนเกินไป

ประวัติการมาถึงไทยของปลากดอเมริกันที่เปลี่ยนชื่อเป็นปลากดหลวง

ตามบันทึกระบุว่า “ปลากดอเมริกัน” ถูกนำเข้ามาในไทยเป็นครั้งแรกในปี 1990 โดยสถาบันพัฒนาแห่งเอเซีย (AIT) รวมกับกรมประมง ซึ่งนำพันธุ์ปลาจำนวน 50 คู่ มาทดลองเลี้ยงในพื้นที่ของโครงการหลวง จังหวัดเชียงใหม่ จนในปี 1991 ก็สามารถเพาะขยายพันธุ์ได้สำเร็จ

ปลากดอเมริกัน หรือ ปลากดหลวง

หลังจากนั้นไม่นาน ปลากดอเมริกันก็ได้รับการส่งเสริมให้เกษตรกรเลี้ยง ซึ่งเริ่มต้นในพื้นภาคเหนือ โดยจะเป็นการเลี้ยงในกระชังที่วางตามแม่น้ำ เขื่อน หรืออ่างเก็บน้ำในหลายพื้นที่ และผลที่ได้เป็นที่น่าพอใจ เนื่องจากปลากดอเมริกันสามารถกินอาหารปลาสำเร็จรูป พวกมันเติบโตได้ดี อัตรารอดสูง และยังมีระยะเวลาการเลี้ยงที่สั้น …ต่อมาไม่นานจึงเปลี่ยนชื่อเป็น “ปลากดหลวง”

Advertisements

แน่นอนว่าการเลี้ยงปลาในกระชังที่วางในแหล่งน้ำธรรมชาติ จะต้องมีประชากรปลากดอเมริกันบางส่วน หลุดรอดลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ ซึ่งการหลุดครั้งใหญ่และที่มีบันทึกเป็นครั้งแรกคือ ช่วงเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่เมื่อปี 1995 จากนั้นก็มีการหลุดออกมาเรื่อยๆ

หากถามว่า “ปลากดอเมริกัน” จะสร้างปัญหาให้กับคนไทย เหมือนกับสิ่งมีชีวิตรุกรานบางชนิด อย่างปลาซัคเกอร์ หรือไม่? ผมคงว่าไม่น่าจะมีปัญหา เหตุผลแรกคือ ปลากดอเมริกัน กินได้ กินง่าย ราคาก็ดี คนส่วนใหญ่ที่จับได้ก็น่าจะเก็บไปกินจนหมด อย่างที่สองคือ ปลากดชนิดนี้ชอบน้ำค่อนข้างเย็น หรือต้องไม่เกิน 29 องศาเซลเซียส พวกมันจึงอยู่ได้ในแหล่งน้ำเพียงไม่กี่แห่งในประเทศไทย …แต่! ต่อให้ปลาชนิดนี้ เติบโตได้ดีเทียบเท่าในถิ่นกำเนิดอย่างอเมริกัน พวกมันก็คงไม่มีปัญหาอยู่ดี เพราะคนไทยกินปลาน้ำจืดเก่งจนน่ากลัว

ต่อไปเป็นข้อมูลของปลากดอเมริกัน

ปลากดอเมริกัน หรือ ปลากดหลวง (Channel Catfish) เป็นปลาน้ำจืด มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า (อิคทาลูรัส พลัดทาทูส / Ictalurus punctatus อยู่ในวงศ์ปลากดอเมริกัน (Ictaluridae)

เป็นปลาที่มีลักษณะโดยรวมคือ มีหัวที่ใหญ่ ปากกว้าง มีหนวด 4 คู่ คู่ที่รูจมูกจะสั้น คู่ที่ริมฝีปากและคางจะยาว ลำตัวเรียวยาวและแบนข้างที่ส่วนท้าย มีเงี่ยงที่ครีบหลังและครีบอก ครีบไขมันมีขนาดเล็กและสั้น ครีบก้นยาว ครีบหางเว้าลึก ลำตัวมีสีเทาอมน้ำตาลหรือเหลือง ด้านท้องมีสีจาง มีกะสีดำกระจายอยู่ห่างๆ

Advertisements

ปลากดอเมริกัน มีฉายาอีกอย่างว่า “ลิ้นว่ายน้ำ” นั้นเพราะปลาชนิดนี้ มีความสามารถในการรับรู้รสชาติที่ดีเป็นพิเศษ พวกมันมีปุ่มรับรสอยู่ทั่วพื้นผิวภายนอกร่างกายและภายในช่องคอหอย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พวกมันมีความไวต่อกรดอะมิโนอย่างมาก

มันเป็นปลาที่ยาวได้ถึง 120 เซนติเมตร แต่ขนาดทั่วไปจะยาว 50 เซนติเมตร เป็นปลาพื้นเมืองของทวีปอเมริกาเหนือ พบกระจายพันธุ์ในลุ่มแม่น้ำมิสซิสซิปปีและตอนใต้ของแคนาดา นิยมตกเป็นเกมกีฬาและเลี้ยงเป็นปลาเศรษฐกิจ

ปลากดอเมริกัน หรือ ปลากดหลวง
ปลากดคัง

โดยปลาชนิดนี้จัดเป็นปลาในสายพันธุ์ปลากดหรือปลาดุก ที่ถูกจับได้มากที่สุดในอเมริกา เนื่องจากมีนักตกปลาประมาณ 8 ล้านคนกำหนดเป้าหมายไปที่พวกมัน

Advertisements

สำหรับปลากดอเมริกัน ที่อยู่ในวงศ์ปลากดอเมริกัน หรือที่เรียกว่า Ictaluridae /อิค-ทา-ลู-ริ-ดี้/) จะมีอยู่ทั้งหมด 45 ชนิด และขนาดใหญ่ที่สุดคือ ปลาดุกอเมริกันสีน้ำเงิน (Ictalurus furcatus) โดยสถิติที่เคยจับได้คือยาวเกือบ 160 เซนติเมตร และหนักเกิน 50 กิโลกรัม ส่วนชนิดที่เล็กที่สุดจะหนักไม่ถึงครึ่งกิโลกรัม บางชนิดไม่มีตาด้วยซ้ำ

ปลาดุกอเมริกันสีน้ำเงิน (Ictalurus furcatus

สำหรับปลากดอเมริกัน เมื่อเทียบกับปลากดที่พบในประเทศไทย มันจะคล้ายกับปลากดแก้ว หรือ ปลากดคังมากที่สุด แต่หัวของปลากดอเมริกันจะเล็กกว่าปลากดคัง ในเรื่องราคาต่อกิโลของปลากดชนิดนี้ บอกตรงๆ ว่าผมลองเช็คดูในเว็บไซต์ ในเดือนมกราคม 2023 ไม่พบข้อมูลการขายปลาชนิดนี้เลย ก็เลยงงว่าเกษตรกรเลี้ยงแล้วเอาไปขายที่ไหน? หรือเพราะขายดีจนไม่มีพอให้ประกาศราคาในเว็บไซต์

อ่านเรื่องอื่น

Advertisements