การตกปลาแล้วปล่อย Catch & Release

การตกปลาขึ้นมาแล้วปล่อยกลับลงน้ำแบบมีชีวิต หรือที่ภาษาอังกฤษ Catch & Release เป็นเรื่องที่นักตกปลาแบบเกมกีฬาในบ้านเราชอบพูดและปฏิบัติกันมากขึ้น ซึ่งถือได้ว่าเป็นการอนุรักษ์พันธุ์ปลาที่ดีที่สุดวิธีหนึ่ง และคงเป็นสิ่งที่น่าพอใจสำหรับผู้อื่นที่ได้เห็นปลาตัวนั้นยังมีชีวิตและว่ายจากไป

แต่ถ้าให้ดี ปลาตัวที่เราปล่อยไปนั้น ควรต้องได้รับการปฏิบัติอย่างถูกวิธี เพื่อไม่ให้มันตกอยู่ในสภาพที่บอกช้ำจนเกินไป ไม่ใช่แค่เมื่อปลดเบ็ดเสร็จแล้วก็จับเหวี่ยงตูมโยนลงน้ำไปเลย อันนี้อาจตายได้ โดยเทคนิค “การปล่อยปลา” ที่เอามาแนะนำนี้ ก็เพื่อต้องการให้มันมีชีวิตอยู่รอดและเจริญเติบโตต่อไปในภายภาคหน้า มีโอกาสจะกลับมาเป็นคู่ต่อสู้กับเราอีก เป็นเทคนิควิธีที่ต้องเกี่ยวข้องกับเทคนิคอื่นๆ อีกหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นวิธีการตกปลา การเลือกใช้อุปกรณ์ วิธีการสู้ปลา และวิธีการเอาปลาขึ้นจากน้ำ

เหยื่อปลอมทำอันตรายน้อยกว่า

การตกปลาล่าเหยื่อ การใช้เหยื่อปลอมให้มากกว่าเหยื่อเป็นหรือเหยื่อสด เป็นวิธีที่จะทำให้ปลาได้รับอันตรายน้อยที่สุด เพราะตามธรรมชาติแล้ว ปลาล่าเหยื่อเมื่อคว้าเหยื่อได้สักครู่แล้ว มันจะกลืนกินเหยื่อลงท้องไปเลย เป็นต้นเหตุทำให้เกิดอันตรายต่ออวัยวะภายในได้ง่าย เปอร์เซ็นต์รอดตายก็จะต่ำกว่าครึ่ง

ถ้าคิดว่าไม่สามารถหลีกเลี่ยงการใช้เหยื่อเป็นได้ เพราะมันไม่มาแยแสกับเหยื่อปลอมที่ไม่ว่ารุ่นไหนที่เอามาตีจนแขนห้อยแล้วก็ตาม ก็ควรพยายามวัดเบ็ดให้เร็วที่สุดหลังจากที่รู้ว่าปลาฉวยเหยื่อแล้วเพื่อจะทำให้คมเบ็ดเกี่ยวติดอยู่แค่ปากปลาเท่านั้น

ตัวเบ็ดไม่มีเงี่ยง

วิธีการที่ดีที่สุดอย่างหนึ่งที่จะทำให้ปลาไม่บาดเจ็บมาก คือการใช้ตัวเบ็ด “ไม่มีเงี่ยง” แม้ว่าในไทยจะหาตัวเบ็ดที่มาแบบไม่มีเงี่ยงได้ยาก แต่หากต้องการเราสามารถใช้คีมมาพับเงี่ยงลงได้ไม่ยาก แต่จริงๆ แล้วสมัยนี้ทางผู้ผลิตบางรายให้ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่อง Catch & Release และมีการผลิตตัวเบ็ดแบบไม่มีเงี่ยงโดยเฉพาะออกมา เพียงแต่น่าเสียดายที่ในไทยแทบจะไม่มีนำเข้ามา

การใช้อุปกรณ์ขนาดเล็กอย่างเหมาะสม

การใช้อุปกรณ์ตกปลาขนาดเล็กก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะทำให้ปลาไม่ช้ำมาก แต่!! การใช้คันเบ็ดและขนาดสายในขนาดที่เล็กกว่าขนาดหรือชนิดของปลาที่ต้องการตกมากเกินไป เพราะต้องการทำเรกคอร์ดต่างๆ ก็ดี เป็นวิธีการที่ขัดต่อวัตถุประสงค์ในเรื่องนี้เช่นกัน เพราะเมื่อปลาติดเบ็ดเราต้องใช้เวลาสู้กับปลานานจนเกินไป ทำให้มันเหนื่อยล้ามากเกินไป กว่าที่จะได้ตัวมันบางทีอาจปลาอาจเหนื่อยจนตายก็ได้เช่นกัน

ดังนั้นถ้าต้องการ “ตกแล้วปล่อย” จริงๆ ต้องใช้อุปกรณ์ให้เหมาะสม และพยายามสู้กับปลาให้เต็มที่ในระดับที่อุปกรณ์ที่ใช้อยู่สามารถรับไหว เพื่อเอาตัวปลาเข้ามาสู่สวิงให้เร็วที่สุด แต่ข้อควรระวังของวิธีนี้คือเมื่อปลาตัวนั้นยังไม่หมดแรงขณะเข้ามาอยู่ใกล้ฝั่ง การสะบัดตัวสู้เบ็ดของมันอาจจะก่อให้เกิดอันตรายแก่ตัวมันเองได้ จากการกระแทกตัวชนกับขอบตลิ่ง และมันก็อาจไม่รอด

จับปลาอย่างระวัง

ปลาส่วนมากที่ปล่อยคืนลงน้ำไปแล้วแต่กลับลอยขึ้นมานอนตายอยู่บนผิวน้ำ มักเกิดจากอาการบาดเจ็บเพราะใช้วิธีการจับตัวปลาที่ไม่ถูกต้อง อย่างเช่นการจับปลาที่เบ้าตาเพื่อปลดเบ็ด การจับยกที่เหงือก การจับบีบลำตัวตัวแรงเกินไป หรือการจับโดยเหวี่ยงลงไปในน้ำ ซึ่งถ้าหลีกเลี่ยงกับการกระทำเช่นนี้ ปลาตัวนั้นก็จะมีโอกาสรอดสูงขึ้นมากเช่นกัน

ใช้สวิงช่อนปลา อย่าคิดว่าดี

ถือตัวการสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้ปลาเกิดอาการติดเชื้อ เพราะเส้นตาข่ายที่เสียดสีไปมากับตัวปลาจะถูไถให้เมือกปลาหลุดออกจากตัวจนเกล็ดของมันฉีกขาดหลุดลุ่ยได้ ทำให้ทำให้เชื้อโรคแทรกซึมเข้าไปในบาดแผลจนเป็นอันตรายได้ในภายหลัง

ดังนั้นถ้าไม่ต้องการเอาตัวปลากลับบ้าน ก็ไม่ควรที่จะใช้สวิง แต่ถ้าจำเป็นก็ต้องเลือกใช้สวิงชนิด “ตาข่ายยาง” ซึ่งก็คงหาซื้อใช้ในบ้านยากกว่าแบบเชือก จึงควรเลือกใช้วิธีการเอาปลาขึ้นจากน้ำด้วยวิธีอื่นแทน เช่น การจับปาก การจับท้อง หรือการจับทางด้านหลังเป็นต้น

การไม่ต้องเอาปลาขึ้นจากน้ำเลย

เป็นอีกวิธีหนึ่งที่สำควรนำมาใช้เมื่อต้องการปล่อยปลาคืนไป กับพวกปลาฟันคมเราอาจจะใช้วิธีจับใต้เหงือกโดยปล่อยตัวปลาส่วนล่างยังแช่อยู่ในน้ำขณะปลดเบ็ด ไม่ว่าจะด้วยมือหรือที่ปลดเบ็ดก็ตามส่วนปลาที่มีฟันไม่คมเราจะใช้วิธีจับเฉพาะสายลีดเดอร์หรือสายเบ็ดขณะปลดเบ็ดก็ย่อมได้ ซึ่งวิธีการที่ไม่ยกเอาตัวปลาขึ้นจากน้ำเลยนี้ ถื้อว่าเป็นเทคนิควีการปล่อยปลาคืนลงน้ำที่ดีที่สุด

อย่าล่ามปลาไว้ด้วยเชือกหรือโซ่

มีนักตกปลามือธรรมชาติหลายคนที่ชอบใช้วิธีการล่ามปลาไว้ด้วยเชือกหรือโซ่ร้อยปลา หรือขังมันไว้ในกระชัง เพื่อรอเวลาเอาตัวขึ้นมาถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกก่อนที่จะปล่อยมันคืนไป ถ้าเป็นการตกอยู่ในแหล่งน้ำนิ่ง การกระทำเช่นนี้จะเป็นการสร้างความบอบช้ำให้แก่ตัวปลามากขึ้นไปอีก วิธีที่ควรทำมากกว่าคือเมื่อเอาปลาขึ้นจากน้ำแล้วไมต้องล่ามหรือขังมันไว้ ควรรีบเอามาถ่ายรูปทันทีแล้วปล่อยตัวมันไป ถ้าเราคิดจะไม่เอาตัวมันจริงๆ

ขังปลาไว้ใต้ท้องเรือ

สำหรับนักตกปลาที่ใช้เรือออกตก การขังปลาไว้ใต้ท้องเรือจะก่อให้เกิดอันตรายแก่ตัวปลามาก โดยเฉพาะถ้าขังไว้ในปริมาณที่แออัดยัดเยียดเกินไป เพราะการถ่ายเทหมุนเวียนของน้ำสะอาดและออกซิเจนไม่พอเพียงทำให้เปอร์เซ็นต์การตายสูงขึ้น วิธีการที่พอจะหลีกเลี่ยงได้หน่อยก็คืออย่าขังปลารวมกันไว้ในปริมาณที่มากเกินไป

ว่ากันว่าการปล่อยปลากลับสู่พื้นน้ำ นับว่าเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด และสำคัญที่สุดสำหรับนักกีฬาตกปลา ที่ต้องการให้วงการกีฬาตกปลาคงอยู่คู่กับเราไปนานๆ อย่างน้อยก็ให้มีปลาตัวโตๆ ได้ตกกันบ้าง

อ่าน : เหตุใด ? ตกปลาสาย Stream ถึงใช้รอกทรงกลม

{{ reviewsOverall }} / 5 Users (0 votes)
ให้ความรู้ดี0
อ่านง่าย0
น้าๆ พูดอะไรกันบ้าง... อ่านจบแสดงความคิดเห็นกัน
Order by:

Be the first to leave a review.

User Avatar User Avatar
Verified
{{{review.rating_comment | nl2br}}}

This review has no replies yet.

Avatar
Show more
Show more
{{ pageNumber+1 }}
อ่านจบแสดงความคิดเห็นกัน

ปี 2020 นี่ ไม่ใช่แค่ไทยที่ดูจะยากลำบาก ต้องบอกว่าทั่วโลกตกอยู่ในช่วงที่เรียกว่าวิกฤต ตั้งแต่ต้นปีเราผ่านเรื่องร้ายมามากมาย จนตอนนี้ยังไม่ทันถึงกลางปี ไวรัสโควิด-19 ก็ระบาดหนักทั่วโลก ตัวผมเองก็ได้รับผลประทบค่อนข้างมากเช่นกัน แต่ถึงงั้นก็สู้ๆ และอดทนกันนะครับ