Aldebaran BFS 2022 ดีหรือไม่ดี? เมื่อเทียบกับ BFS 2016

เรื่องต่อไปนี้เป็นการรีวิวและเป็นความเห็นจากนักตกปลาชาวญีปุ่น แน่นอนว่าวิธีการตกปลาของคนไทยกับคนญีปุ่นค่อนข้างต่างกัน เพราะพวกเขามีปลาขนาดใหญ่ให้ตกมากมาย โดยเฉพาะปลาเกมยอดฮิตอย่างปลาแบส พวกเขาจึงไม่จำเป็นเลยที่จะต้องใช้เหยื่อเบาต่ำกว่า 3 กรัม แต่ยังไงก็ดูเพื่อประกอบการตัดสินใจกัน

Aldebaran BFS 2022
Advertisements

Aldebaran BFS 2022 มีราคาเปิดอยู่ที่ 48,000 เยน หรือประมาณ 13,000 – 14,000 บาท ส่วนราคาไทยจริงๆ คงต้องรอขายจริง โดยรอกจะขายในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2022

ก่อนอื่นขอพูดถึง Aldebaran BFS 2022 ที่มีการเครมว่า ได้เปลี่ยนแปลงแบบเต็มรูปแบบ นับตั้งแต่ Aldebaran BFS 2016 วางตลาด หรือก็คือเมื่อ 6 ปีก่อน

แต่ความรู้สึกของฉันคือ ไม่ค่อยจะมีอะไรเพิ่มเติมใน Aldebaran BFS 2022 เมื่อเทียบกับ Aldebaran BFS 2016 ดังนั้นฉันจึงวางแผนที่จะใช้รุ่นปี 2016 ต่อไป (เพราะมีรุ่นนี้ใช้อยู่แล้ว และก็ชอบมากด้วย)

มาพูดถึงความแตกต่างที่เห็นได้ชัด

แม้ทาง Shimano จะเครมว่าได้เปลี่ยนอะไรมากมาย แต่สิ่งที่เห็นชัดที่สุด ดูเหมือนจะเป็นขนาดของสปูลรอก “เส้นผ่านศูนย์กลางของสปูลเปลี่ยนไป” เพราะจนถึงปัจจุบัน Aldebaran ทั้งหมดมีเส้นผ่านศูนย์กลางสปูลอยู่ที่ 32 มม. ไม่ว่าจะเป็นรุ่น BFS หรือไม่ก็ตาม

Advertisements
ซ้าย Aldebaran BFS 2016 ขวา Aldebaran BFS 2022

โดยสปูลของ Aldebaran BFS 2016 มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 32 มม. / 22 มม. แต่สำหรับ Aldebaran BFS 2022 มันได้รับการออกแบบใหม่ให้มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 29 มม. / 19 มม. และมีแคบลงเนื่องจากถูกปรับให้เป็นสปูล MGL3

อาจคิดว่าแค่เปลี่ยนไปแต่ 3 มม. แต่น้าหลายคนอาจไม่ทราบว่า ที่ผ่านมา Shimano มักจะแบ่งซีรีส์ของรอกด้วย “เส้นผ่านศูนย์กลางของสปูล” เช่น Metanium และ Antares โดย Metanium จะมีขนาด 34 มม. และ Aldebaran จะมีขนาด 32 มม. นี่ก็ถือเป็นครั้งแรกที่ Shimano ก้าวข้ามเรื่องนี้

ฉันคิดว่า “เส้นผ่านศูนย์กลางของสปูล” เป็นสิ่งที่กำหนดลักษณะของรอกที่จะใช้กับเหยื่อแบบไหน มากกว่าที่รอกจะมีชิ้นส่วน หรือเฟืองและลูกปืนทำจากอะไรซะอีก

Advertisements

กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ Aldebaran BFS 2022 นี้เป็นรอกที่แตกต่างจาก Aldebaran BFS ก่อนหน้าที่เชี่ยวชาญเฉพาะการตกปลารูปแบบ finesse เท่านั้น

ทีนี้ Aldebaran BFS 2022 ดีหรือไม่ดี?

อย่างแรกเลย ฉันมีข้อสรุปคือ Aldebaran BFS 2022 คือ “อุปกรณ์ตกปลาสำหรับงานเบาที่ยอดเยี่ยมที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Shimano” แน่นอนว่าเมื่อสปูลถูกย่อให้เล็กลง บอดี้ก็จะถูกย่อให้เล็กลงเช่นกัน ความกว้างและความสูงเล็กกว่าเมื่อเทียบกับ Aldebaran BFS 2016 แต่ก็เพียงเล็กน้อย

ในทางกลับกัน น้ำหนักของรอกยังอยู่ที่ 130 กรัม ซึ่งเท่ากับรุ่น 2016 นั้นเพราะทาง Shimano ให้เหตุผลว่านี่คือการตั้งค่าที่คำนึงถึงว่า ถ้ามันเบากว่านี้ ความสมดุลกับคันเบ็ดจะแย่ลงกว่าเดิม .. ซึ่งก็สมเหตุสมผลดี

และด้วยการรวมสปูล φ29 เข้ากับระบบ FTB ใหม่ (ระบบหน่วงแม่เหล็ก) เลยทำให้สามารถตีเหยื่อน้ำหนัก 1 – 3 กรัมได้ตามปกติ

Advertisements
ตำแหน่งของแม่เหล็กของ Aldebaran BFS 2016 แม้จะปรับต่ำสุด

พอพูดถึง FTB ใหม่เมื่อเทียบกับแบบเก่า จะพบว่า BFS 2016 สามารถเลือกน้ำหนักของหน่วงได้ 1 – 6 และแม้จะเลือกที่ 1 ซึ่งนับว่าเบาที่สุด หรืออีกนัยหนึ่งคือมีเบรกที่อ่อน แต่ดูเหมือนว่ามันก็ยังถูกใช้งาน

ในทางกลับกัน BFS 2022 สามารถเลือกน้ำหนักของหน่วงได้ 1 – 6 ได้เช่นกัน แต่เมื่อเลือกที่ 1 ดูเหมือนเบรกจะไม่ทำงานเลย นั้นเพราะแม่เหล็กจะถูกซ่อน

ตำแหน่งของแม่เหล็กของ Aldebaran BFS 2022 ปรับต่ำสุด

และเนื่องจากสปูลเป็น φ29 มม. ความเฉื่อยของสปูลจึงลดลง และมีโอกาสน้อยลงที่จะสูญเสียระยะและการควบคุมเบรกเหมือนเมื่อก่อน มันจึงตีเหยื่อที่เบากว่าได้ การที่สปูลมีขนาด φ29 มม. กับ FTB แบบใหม่จึงถือว่าเหมาะสมที่สุด

เมื่อปรับสูงสุด ทั้งสองถือว่าเท่ากัน

Aldebaran BFS 2022 ได้รับการปรับปรุงอย่างมากในฐานะรอกสำหรับงาน finesse แต่เมื่อเทียบกับ BFS 2016 มันอาจไม่ถือเป็นรอกตีเหยื่อที่ดีที่สุด นั้นเพราะการตกปลากระพง ปลาแบสส่วนใหญ่ใช้เหยื่อน้ำหนักมากกว่า 5 กรัม โดยเฉพาะเมื่อใช้เทคนิค Fishing Rigs

Advertisements

แต่หากมองในมุมมองที่ว่าจะตีเหยื่อ 1 – 3 กรัมได้ดี Aldebaran BFS 2022 ถือเป็นตัวเลือกที่ดี มันใช้กับงานขนาดเล็กได้ง่ายกว่า BFS 2016 โดยสรุปแล้ว หากเน้นไปงานขนาดเล็กจริงๆ มันน่าใช้อย่างแน่นอน และสุดท้าย ถึงแม้ BFS 2022 จะรอบสูงขึ้น แต่ยังคงเก็บสายได้เร็วพอๆ กับ BFS 2016 อยู่ดี .. จบ

Advertisements

อ่านเรื่องอื่น