10 สายพันธุ์ ‘แมวบ้าน’ ราคาแพงที่สุดในโลก

แมวบ้านในรายชื่อนี้เกือบทั้งหมด เกิดจากการผสมข้ามสายพันธุ์ จนเกิดแมวที่มีลักษณะพิเศษขึ้นมา แต่ในรายชื่อทั้ง 10 ตัวนี้ ดูเหมือนจะมีแมวไทยที่ชื่อ "แมวขาวมณี" ที่ไม่ได้เกิดจากการผสมข้ามสายพันธุ์ (อย่างน้อยก็ไม่ใช่โดยมนุษย์) ส่วนแมวทั้ง 10 ตัวนี้ถือว่าแพง! ยังไงก็ลองดูกัน

แมวแพงที่สุดในโลก

10. แมวไซบีเรียน (Siberian Cat)

Advertisements

ไซบีเรียนเป็นสายพันธุ์แมวธรรมชาติเก่าแก่ เป็นที่รู้จักในรัสเซียมานานหลายศตวรรษ แมวอาจเกี่ยวข้องกับแมวนอร์วีเจียน ฟอเรสต์ ซึ่งมีความเหมือนกันในหลายประการ โดยแมวสามารถทนต่อสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงของยุโรปเหนือ

แมวไซบีเรียน พวกมันอาจมีมานานกว่า 1,000 ปี แต่พวกมันกลายเป็นแมวที่พบเห็นได้ทั่วไปในสหรัฐอเมริกาในช่วง 2 – 3 ทศวรรษที่ผ่านมา หากกำลังคิดจะซื้อแมวไซบีเรียนจากพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ดีๆ อาจต้องเสียเงินมากถึง 2,500 ดอลลาร์ (ประมาณ 84,000 บาท)

9. แมวแร็กดอลล์ (Ragdoll)

แมวสายพันธุ์นี้มีถิ่นกำเนิดที่สหรัฐอเมริกา ได้พัฒนามาจากการผสมพันธุ์ระหว่างแมวเปอร์เซีย (Persian Cats) และแมวแองโกล่า (Angora Cats) และก็ได้มาซึ่งแร็กดอลล์ตัวแรก ที่มีชื่อว่า โจเซฟิน (Josephine) เป็นแมวที่น่ารัก สุภาพ และมีแต้มสีแบบแมววิเชียรมาศของไทย กระทั่งได้พัฒนาสายพันธุ์เรื่อยมาจนเป็นแมวแร็กดอลล์ในปัจจุบัน

แร็กดอลล์ แร็กดอลล์ เป็นแมวที่มีโครงร่างใหญ่ มีขนยาวสวยงาม หนานุ่ม ดวงตาใหญ่ มีสีฟ้า สีของขนเป็นสีอ่อน หรืออาจมีแต้มสีบนใบหน้า ขา หู และหาง อีกทั้งมีขนบริเวณเอวหนาแน่นเป็นปุยฟู โดยแร็กดอลล์จะมีราคาตั้งแต่ 1,000 – 3,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 32,000 – 100,000 บาท)




8. แมวสฟิงซ์ (Sphynx Cat)

สฟิงซ์เป็นพันธุ์แมวชนิดหนึ่ง ถึงแม้ว่าจะมีผู้เรียกว่าเป็นแมวพันธุ์ที่ไม่มีขน แต่ที่จริงแล้วมันมีขนปกคลุมบาง ๆ โดยจะเห็นได้ชัดบริเวณปลายลำตัวทั้งสองข้าง แมวไม่มีขนตัวแรกปรากฏในประเทศแคนาดาเมื่อปี 1966

แมวสฟิงซ์

Advertisements
ต่อมาจึงได้กลายเป็นแมวพันธุ์หนึ่ง โดยใช้แมวขนสั้นของอเมริกามาผสม สมาคมผู้เลี้ยงแมวส่วนใหญ่ไม่ยอมรับแมวพันธุ์นี้ และเป็นพันธุ์ที่มีปัญหาถกเถียงกันอยู่ ในตอนนี้แมวสฟิงซ์ มีราคา 1,000 – 3000 ดอลลาร์ (ประมาณ 32,000 – 100,000 บาท)

7. แมวเปอร์เซีย (Persian Cat)

Advertisements

แมวชนิดนี้มีถิ่นกำเนิดอยู่ในแถบเปอร์เซียหรืออิหร่าน จากนั้นจึงถูกนำไปเลี้ยงในประเทศต่างๆ ทั้งในยุโรปและอเมริกาเป็นเวลาเกือบร้อยปีมาแล้ว สำหรับประเทศไทยจัดเป็นแมวต่างประเทศ พันธุ์แรกที่ถูกนำมาเผยแพร่ แมวเปอร์เซียมักมีราคาตั้งแต่ 2,000 – 3,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 65,000 – 100,000 บาท)

แมวเปอร์เซีย




6. แมวเมนคูน (Maine Coon Cat)

แมวเมนคูน เป็นแมวที่เกิดการผสมพันธุ์กันระหว่างแมวบ้านและแมวป่า โดยที่มาของคำว่า “เมน (MAINE)” หมายถึง รัฐเมน ที่ตั้งอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา ส่วนคำว่า “คูน (COON)” ก็หมายถึงแรคคูน ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าเจ้าแมวเมนคูนนั้นมีลักษณะนิสัยที่คล้ายคลึงกับแรคคูนนั่นเอง

แมวเมนคูน

Advertisements
แต่ก็มีตำนานเล่าว่าแมวเมนคูน เป็นลูกหลานของแรคคูนและแมวบ้าน เป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องขนยาว ตัวใหญ่และลำตัวโดยเฉลี่ยจะยาวประมาณ 40 นิ้ว และมักมีราคาอยู่ระหว่าง 2,000 – 3500 ดอลลาร์ (ประมาณ 65,000 – 180,000 บาท)

5. แมวเบงกอล (Bengal Cat)

แมวเบงกอล มีต้นกำเนิดมาจากการผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างเมวป่ากับแมวบ้าน โดยในช่วงเริ่มแรก Jean S. Mill นักอนุรักษ์และพัฒนาสายพันธุ์สัตว์ ได้ทดลองผสมพันธุ์ระหว่างแมวดาวเอเชีย และแมวพื้นเมืองอเมริกา จากนั้นก็ทำการพัฒนาสายพันธุ์เรื่อยมา จนได้แมวที่มีลักษณะทางกายภาพและความแข็งแรงเหมือนแมวป่า แต่มีอุปนิสัยเหมือนแมวบ้าน ก็คือแมวเบงกอลนั่นเอง

แมวเบงกอล ต่อมาสายพันธุ์เบงกอลก็ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสายพันธุ์แมวบ้านครั้งแรกในปี 1986 โดย จากนั้นยังได้รับรางวัลจากเวทีประกวดแมวสากล จนกลายเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายในกลุ่มคนเลี้ยงแมว โดยแมวเบงกอลทั่วไปอาจขายได้ระหว่าง 3,000 – 5,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 100,000 – 170,000 บาท)

4. แมวขาวมณี (Khao Manee)

Advertisements

ขาวมณีเป็นแมวที่มีต้นกำเนิดจากประเทศไทย ถูกบันทึกครั้งแรกในช่วงศตวรรษที่ 14 ในหนังสือที่เรียกว่า “ตำราแมว” เดิมมีชื่อว่า ขาวปลอด ซึ่งมีความหมายว่าสีขาวสนิททั้งตัว จากนั้นถูกเปลี่ยนมาเป็นขาวมณี เนื่องจากมีสีตาที่แตกต่างกันออกไป ข้าวมณีที่มีลักษณะถูกต้องและหากมีตา 2 สี อาจมีราคาได้ถึง 8000 ดอลลาร์ (ประมาณ 160,000 บาท)

แมวขาวมณี




3. แมวทอยเกอร์ (Toyger)

ทอยเกอร์ เป็นแมวที่ผสมพันธุ์ระหว่าง โดเมสติกช็อตแฮร์กับแมวเบงกอล โดยต้นกำเนิดของสายพันธุ์แมวทอยเกอร์ ถูกเพาะพันธุ์ขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 1980 โดยสายพันธุ์แมวชนิดนี้เกิดจากการที่ Judy Sugden ผู้เพราะพันธุ์ต้องการที่จะพัฒนาสายพันธุ์แมวที่จะทำให้ผู้คนหันมาอนุรักษ์เสือป่าให้มากขึ้น และในปี 2012 ในสหรัฐอเมริกามีพ่อพันธ์และแม่พันธุ์ของทอยเกอร์มากถึง 20 ตัว

แมวทอยเกอร์

Advertisements
ลายทางที่เหมือนเสือโคร่งของแมวชนิดนี้ทำให้มันมีชื่อว่า “ทอยเกอร์” มันเป็นการผสมผสานระหว่างของเล่นกับเสือและแมวชนิดมีราคาตั้งแต่ 3,000 – 10,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 100,000 – 330,000 บาท)

2. แมวสะวันนา (Savannah Cat)

แมวซาวันน่าห์ (Savannah cat) เป็นแมวลูกผสมสายพันธุ์หนึ่งที่เกิดจากแมวบ้าน (Domestic cat) และ เซอร์วัล (Serval) ซึ่งเป็นแมวป่าที่อาศัยอยู่ในทุ่งหญ้าซาวันน่าห์ และทุ่งหญ้าแห้งแล้งขนาดใหญ่ภายในทวีปแอฟริกา

แมวสะวันนา ตามบันทึกการมีตัวตนครั้งแรกของแมวซาวันน่าห์ คือในปี 1986 ที่เกิดจากแมวบ้านตัวเมียของ จูดี้ แฟรงค์ (Judee Frank) กับแมวป่าเซอร์วัลตัวผู้ของ ซูซี่ วู๊ด (Suzy Wood) โดยที่จูดี้เป็นนักเพาะพันธุ์แมว ซึ่งพวกเขาไม่ได้ทราบว่าลูกของพวกมันจะออกมาเป็นแบบไหน ยังไงก็ตาม รูปลักษณ์โดยรวมของแมวพันธุ์นี้ขึ้นอยู่ในการเพาะพันธุ์และการเจือจางทางพันธุกรรม ส่วนเรื่องราคาอาจแพงถึง 20,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 670,000 บาท)




1. แมวอาชีรา (Ashera Cat)

แมวอาชีราคือแมวบ้านแพงที่สุดในโลก ความจริงมันแพงกว่าอันดับ 2 มากๆ โดยแมวอาชีร่า (Ashera)เป็นแมวพันธุ์ใหม่ที่คิดค้นผสมพันธุ์โดยทีมงานบริษัท แคลิฟอร์เนีย ไบโอเทค ผสมระหว่างแมวป่าแอฟริกัน (African Surval) แมวเสือดาวเอเชีย (Asian Leopard Cat) และแมวบ้าน มีน้ำหนักมากที่สุดได้ถึง 13.6 กิโลกรัม เป็นสัตว์เลี้ยงยอดฮิตของเหล่าไฮโซในอเมริกา

แมวอาชีรา แมวอาชีร่า เป็นแมวที่มองดูแล้วดุร้าย แต่ถือว่าเป็นแมวที่อ่อนโยนเป็นมิตร เลี้ยงง่ายและยังติดบ้าน นอกจากนี้ยังฉลาด สามารถเรียนรู้วิธีเปิดประตูเข้าบ้าน และมีอายุยืนยาวถึง 25 ปี ส่วนค่าตัวบอกเลยว่าไม่ธรรมดา เพราะมันมีราคาตั้งแต่ 25,000 – 125,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 840,000 – 4,200,000 บาท)




อ่านเรื่องอื่น

Advertisements