ตกปลาทะเลน้ำลึก หน้าดิน ต้องทำยังไง

เราพอทราบกันแล้วว่าการออกตกปลาน้ำลึกนั้นมีอยู่หลายวิธีด้วยกัน โดยแบ่งตามลักษณะความลึกของน้ำ คือ ตกปลาระดับพื้นท้องทะเล ระดับกลางน้ำ และ ระดับผิวน้ำ ในตอนนี้เราจะพูดกันถึงวิธีตกปลาที่ระดับท้องทะเล ซึ่งเป็น การตกปลาแบบบ้อทท่อมฟิชชิ่ง (Bottom Fishing) นั่นเอง

เราพอทราบกันแล้วว่าการออกตกปลาน้ำลึกนั้นมีอยู่หลายวิธีด้วยกัน โดยแบ่งตามลักษณะความลึกของน้ำ คือ ตกปลาระดับพื้นท้องทะเล ระดับกลางน้ำ และ ระดับผิวน้ำ ในตอนนี้เราจะพูดกันถึงวิธีตกปลาที่ระดับท้องทะเล ซึ่งเป็น การตกปลาแบบบ้อทท่อมฟิชชิ่ง (Bottom Fishing) นั่นเอง

ตกปลาหน้าดิน

นักตกปลาบ้านเราเรียกกันว่า ตกปลาหน้าดิน จะว่าไปแล้วการตกปลาในลักษณะน้ำลึกแบบนี้ก็ไม่ได้แตกต่างไปจากการตกปลาหน้าดินตามชายฝั่งเท่าใดนัก กลับง่ายยิ่งกว่าคือไม่ต้องเหวี่ยงเหยื่อออกไปไกลๆ เพราะอยู่บนเรือที่จอดอยู่เหนือจุดตกปลาอยู่แล้ว จึงใช้วิธีหย่อนเหยื่อลงไปข้างเรือเท่านั้นเอง ก็พอความลึกของระดับน้ำจะเป็นตัวกำหนดวิธีการประกอบชุดลีดเดอร์และเหยื่อไปในตัว

คำว่าทะเลลึกนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องลึกกันแบบเป็นร้อยเมตร เพราะทางด้านอ่าวไทยทั่วๆ ไปแล้ว แม้ว่าจะห่างออกไปแทบจะมองไม่เห็นฝั่ง ระดับความลึกก็ยังอยู่แค่ 20-30 เมตรเป็นเกณฑ์ ยกเว้นจะออกไปกลางอ่าวไทยแถบแท่นเจาะน้ำมัน ก็ยังมีความลึกประมาณ 60-70 เมตร เพราะระดับความลึกสูงสุดของอ่าวไทยเฉลี่ยแล้วประมาณ 80-90 เมตร ต่างไปจากทางฝั่งทะเลอันดามันที่ลึกมากถึงระดับหลายร้อยเมตร จะอย่างไรก็ตามถ้ายังไม่ห่างฝั่งมากนัก ความลึกก็ยังอยู่ในระดับ 20-30 เมตรเช่นกัน

หลักเกณฑ์ของการตกปลาหน้าดินโดยทั่วไปมีอยู่ 2 แบบ คือ

แบบที่ 1

เป็นการตกปลาแบบเดาสุ่ม ลักษณะแบบนี้เกิดขึ้นจากไม่มีข้อมูลของชนิดปลาที่หากินอยู่ในบริเวณ รวมทั้งไม่รู้ ลักษณะของพ้นท้องทะเลอีกด้วย กรณีนี้มักเกิดจากนักตกปลา ไปกันเองหรือใช้เรือเช่าตกปลา และไปตกปลาในท้องถิ่นที่คนเรือไม่คุ้นเคยมาก่อน ก็เลยต้องใช้วิธีทดสอบดูว่ามีปลาอะไรบ้างในจุดนั้น

แบบที่ 2

เป็นการตกแบบมีเป้าหมาย วิธีนี้เรือเช่าตกปลาเลือกจุดที่มีปลาชนิดใดอยู่บ้าง ก็จะบอกให้นักตกปลาได้ทราบ หรือนักตกปลามีเป้าหมายจะตกปลาชนิดนั้นๆ เป็นการเฉพาะ คนเรือก็จะพาไปยังจุดหรือหมายที่รู้ว่ามีปลาชนิดนั้นอยู่

ทั้ง 2 แบบดังกล่าว จะทำให้นักตกปลาเลือกใช้อุปกรณ์ตกปลา ประกอบชุดลีดเดอร์และเลือกใช้เหยื่อได้ตรงกับเป้าหมายจากข้อมูลที่ได้มา

การทดสอบดูว่าบริเวณที่จะตกปลามีปลาหน้าดินชนิดใดอยู่บ้าง กะเพียงแต่ประกอบชุดลีดเดอร์แบบธรรมดาด้วยสายความยาว 60-70 ช.ม .ใช้ตัวเบ็ดไม่เกินขนาด 1/0 จะถ้วงตะกั่วแบบร้อยกับสายหรือถ่วงอยู่นอกสายก็ได้ ส่วนเหยื่อจะเลือกใช้ปลาหรือปลาหมึกแล่ก็ได้เช่นกัน

เมื่อได้ปลามาแล้วก็พอจะรู้ว่าบริเวณนั้นมีปลาประเภทใดบ้าง และพื้นที่ท้องทะเลเป็นแบบใด ก่อนจะเตรียมชุดอุปกรณ์ให้เหมาะสมกับปลาในบริเวณนั้น โดยปกติแล้วปลาที่หากินอยู่ระดับหน้าดินมีอยู่เป็นจำนวนมาก มีทั้งที่หากินอยู่ตามพื้นท้องทะเลที่เป็นโคลน โคลนปนทราย ทราย และเป็นโขดหินหรือแนวปะการัง เป็นต้น

ควรรู้จักกลุ่มปลาหากินหน้าดินเสียก่อน

เราควรทำความรู้จักกับกลุ่มปลาที่หากินหน้าดินกันเสียก่อน เพื่อเตรียมปรับชุดอุปกรณ์ สายลีดเดอร์ และเหยื่อให้เหมาะสมกับปลาชนิดนั้นๆ ส่วนของพื้นท้องทะเลที่เป็นโคลน เราจะพบกับปลาหลายชนิดดังนี้ ปลากระแบนหลายชนิด ปลากดหลายชนิด ปลาดุกทะเลปลาจวดหลายชนิดกลุ่มปลาพวกนี้จะไม่อยู่ในระดับน้ำทะเลลึกนัก

เพราะพื้นท้องทะเลที่เป็นโคลนจะอยู่ตามแนวปากแม่น้ำลำคลองที่ไหลลงสู่ทะเลปลาดังกล่าวขางต้นนั้นหลายชนิดมีขนาดปานกลางถึงขนาดใหญ่เลยทีเดียวเช่น ปลากระแบน และปลาจวดบางชนิด ประเภทปลาจวดวัง หรือจวดเทียน ละปลาเมี้ยน เป็นต้นส่วนท้องทะเลที่เป็นโคลนปนทราย และทราย พื้นท้องทะเลลักษณะเช่นนี้มีปลาอาศัยหากินค่อนข้างมากชนิดด้วยกันที่นักตกปลาค่อนข้างจะคุ้นเคยกันมากสักหน่อยก็อย่างเช่น ปลาตะคอง แชกำ โฉมงาม ช่อนทะเล ปลากะพงหลายชนิด ปลาเก๋า เหล่านี้เป็นต้น

อาจพูดได้ว่ากลุ่มปลาหน้าดินที่หากิน อยู่กับพื้นท้องทะเลลักษณะนี้มีอยู่กว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ของปลาที่หากินหน้าดินด้วยกัน ปลาในกลุ่มนี้มีขนาดปานกลางไปจนถึงขนาดใหญ่ ระดับหลายสิบกิโลกรัมอย่างเช่นปลาเก๋าและปลาช่อนทะเล ปลาในกลุ่มที่หากินกับพื้นท้องทะเลแบบนี้ นักตกปลาจะตกกันได้มากที่สุด ส่วนของพื้นท้องทะเลที่เป็นโขดหินหรือแนวปะการังลักษณะพื้นท้องทะเลแบบนี้ส่วนมากจะมีระดับน้ำลึกกว่าพื้นท้องทะเล 2 แบบข้างต้น แต่จำนวนชนิดของปลากลับไม่มากเท่าใดนัก

ที่เราจะพบได้บ่อยก็เป็นกลุ่มปลากะพง ปลากะพงบางชนิดบางครั้งจะพบกับปลาสากและปลาสละเข้าไปหากินในระดับพื้นท้องทะเลแบบนี้ด้วย เมื่อเราทราบถึงชนิดของปลาที่หากินกับพื้นท้องทะเลที่มีลักษณะต่างกันข้างต้นนั้น เราก็จะปรับชุดอุปกรณ์ตกปลาเหล่านั้นให้เหมาะสมตามไปด้วยอุปกรณ์ที่ใช้กับงานตกปลาน้ำลึกแบบหน้าดิน ใช้ชุดคันเบ็ด และรอกได้หลายแบบด้วยกัน

เกี่ยวกับอุปกรณ์ตกปลาหน้าดิน

ยุคแรกๆ ของวงการตกปลาบ้านเรานั้น ปลายังมีอยู่ชุกชุมมากและมีขนาดค่อนข้างใหญ่กว่าในทุกวันนี้อย่างเช่น ปลาตะคอง แชกำ และโฉมงาม อันเป็นปลาหน้าดินระดับพื้นฐาน จะมีขนาดใหญ่ระดับ 10 กิโลกว่า ให้ตกได้กันอยู่เสมอ ซึ่งในทุกวันนี้จะหาได้ยากประกอบกับในยุคนั้นอุปกรณ์ตกปลามีให้เลือกใช้ไม่มากนัก และยังมีคุณภาพไม่เท่าเทียมกับในทุกวันนี้ จึงทำให้นักตกปลาต้องเลือกใช้คันเบ็ดและรอกที่ใช้ตกปลาขนาดใหญ่เป็นการเฉพาะคือใช้ชุดทรอลลิ่งเป็นเกณฑ์ พอมาถึงวันนี้อุปกรณ์ตกปลามีให้เลือกใช้มากขึ้นแต่ปลากับลดปริมาณและขนาดลงไปมาก

เราจึงเลือกใช้ชุดคันเบ็ดและรอกได้หลายแบบขึ้น จึงมีทั้งผู้ใช้สปินนิ่งและชุดเบทคาสติ้ง กับการตกปลาหน้าดิน กับบริเวณที่น้ำลึกจนเกินไปคือ ระดับ 20-30เมตรได้ดีทีเดียว จะอย่างไรก็ตามถ้าไม่ได้คิดจะตกปลาเพื่อทำสถิติหรือการแข่งขันที่คิดคะแนนจากสายละก็ไม่ควรใช้สายที่มีขนาดเล็กเกินไป นักตกปลาอาจจะไม่เห็นปลาที่ติดสายขาดแล้วดิ้นจนตายเพราะสายไปพันกับสิ่งกีดขวางที่ใต้น้ำ (นักดำน้ำเห็นกันบ่อย) จึงควรเลือกใช้สายขนาด 20 ปอนด์ขึ้นไปกับการตกปลาหน้าดินทะเลลึก เนื่องจากความลึกของน้ำบวกกับปลาบางชนิดที่สู้เบ็ดรุนแรงมากจะเป็นอุปสรรคต่อการใช้สายขนาดเล็ก

ความยาวของสายที่ใช้กับการตกปลาน้ำลึกแบบหน้าดิน ก็ไม่ควรบรรจุสายน้อยไปกว่า 200 เมตรสำหรับชุดสปินนิ่ง และ 300 เมตรกับชุดเบทคาสติ้ง (ขนาดใหญ่) และชุดทรอลลิ่ง หรือใส่สายให้เต็มสปูล ด้วยเหตุผลของการสู้กับปลาที่เราไม่ควรสู้ปลาด้วยสายที่อยู่ใกล้แกนรอกเกินไป เพราะเราบรรจุสายเอาไว้น้อย

นอกจากนี้ก็เพื่อจะสู้กับปลาที่เราไม่สามารถถอนสมอเรือตามปลาได้ด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม เช่นเวลาสู้กับปลากระเบนเป็นต้นสรุปแล้วชุดอุปกรณ์ทั้งคันเบ็ด รอก และสาย ที่ใช้ตกปลาหน้าดินก็คงเป็นไปตามข้อมูลและเงื่อนไขดังกล่าวข้างต้น ตอนนี้ก็จะพูดกันถึงเรื่องของเหยื่อที่ใช้กับการตกปลาหน้าดินว่าจะเลือกใช้เหยื่อชนิดใดกันบ้างโดยพื้นฐานแล้วเหยื่อตกปลาที่เป็นเหยื่อสด ก็มีอยู่ไม่มากชนิดนัก เช่น ปลา ปลาหมึก กุ้ง ปู เหล่านี้เป็นต้น

เหยื่อ

ปลาที่ใช้เป็นเหยื่อก็มีตั้งแต่ปลากุแร ปลาทูลัง ปลาทูแขก ปลาสีกุนหรือปลาเซ็กล้า และปลาทรายแดง ส่วนหมึกก็มีหมึกกล้วยและหมึกหอม ส่วนหมึกกระสือหรือหมึกวายนั้นใช้กับบางท้องถิ่นส่วนกุ้งใช้ได้ทุกชนิด แต่ก็จะเป็นกุ้งราคาถูก ในบางท้องถิ่นจะใช้เหยื่อกุ้งเป็นโดยเฉพาะ สำหรับปูนั้นเป็นที่นิยมของกลุ่มนักตกปลาแก้วกู่มากกว่าจะใช้ตกปลาอื่น

เหยื่อดังกล่าวข้างต้นมีวิธีใช้ทั้งแบบเหยื่อเป็นและตายโดยใช้ทั้งแบบเหยื่อเป็นและเหยื่อตาย โดยใช้ทั้งตัวหรือแล่เป็นชิ้น การเกี่ยวเหยื่อก็จะขึ้นอยู่กับขนาดของตัวเบ็ดจำนวนตัวเบ็ด และขนาดของตัวเหยื่อหรือชิ้นเหยื่อซึ่งจะนำมาแนะนำกันต่อไปในตอนหน้า ในช่วงก่อนจะจบตอนขอสรุปเรื่องของสายลีดเดอร์เสียเลยลีดเดอร์ที่ใช้กับงานตกปลาหน้าดินก็ใช้กันทั้งสายลวดเป็น สายลวดหุ้มด้วยไนล่อนกับปลาที่มีฟันคมซึ่งปลาหน้าดินส่วนมากไม่พบเท่าใดนักดังนั้นนักตกปลาจึงเลือกใช้สายธรรมดาทั่วไปเป็นหลักส่วนจะใช้ขนาดใดก็ขึ้นอยู่กับสายที่ใช้อยู่ กับขนาดและประเภทของปลาที่จะตกส่วนมากจะเลือกขนาดแรงดึงมากกว่าสายที่ใช้อยู่ ½-1 เท่าส่วนการประกอบชุดลีดเดอร์จะนำมาพูดถึงกันในตอนต่อไปครับ

อ่านเรื่อง ตัวเบ็ด ชุดปลายสายสำคัญ กับเรื่องที่ควรรู้