ในเรื่องนี้ ผมจะไม่ข้อพูดถึงเรื่องที่ว่า กระเพาะปลามันดียังไง เพราะมีเว็บไซต์มากมาย พูดถึงเรื่องนี้อยู่ ถ้าให้ผมพูดถึงอีก ก็จะน่ารำคาญ แล้วก็ข้อกล่าวสั้นๆ ว่า กระเพาะปลา จริงๆ แล้วคือ ถุงลมปลานะครับ ..ต่อไปเรามาดูกันว่า ปลาอะไรกันแน่ที่เป็นเจ้าของสิ่งที่เรียกว่า กระเพาะปลาเมี้ยนทอง

เท่าที่ค้นดูข้อมูลในสื่อไทย ก็มีอยู่หลายชื่อเลย! แต่มีอยู่ชื่อหนึ่งที่โดดเด่น ที่ให้กระเพาะปลาคุณภาพสูงและเป็นที่ต้องการที่สุด มันเป็นปลาที่บางสื่อเรียกว่า “กิมจี้ (金錢鰾)” ซึ่งผมเองก็ไม่แน่ใจว่าชื่อนี้มาจากไหน แต่พอเอาชื่อภาษาจีนไปหาใน Google ก็พบผู้ต้องสงสัย 3 ชนิด
ชนิดแรกเป็นพืช ซึ่งปัดทิ้งไป เพราะเราจะพูดถึงปลา ชนิดที่สองคือ ปลาที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า บาฮาบ่า ไท่ปิงเจนซิส (Bahaba taipingensis) หรือ บาฮาบ่าจีน หรือ อาจเรียกแบบไทยว่า ปลาจวดเหลืองยักษ์ (Giant Yellow Croaker) ก็ได้!
อีกตัวคือ ลาริมิชทิส โครเซีย (Larimichthys crocea) หรือ อาจเรียกว่า ปลาจวดเหลืองใหญ่ (Large Yellow Croaker) ก็ได้มั้ง! …สำหรับปลาชนิดนี้ ในธรรมชาติถือว่าอยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์ขั้นวิกฤติ ในข้อมูลภาษาจีนระบุความยาวเอาไว้ที่ 30 – 40 เซนติเมตร ซึ่งถือว่าตัวเล็ก หากจะเอาสิ่งที่เรียกว่ากระเพาะปลาออกมา ก็จะมีขนาดเล็ก และแม้จะใกล้สูญพันธุ์ แต่ก็มีการเลี้ยงในฟาร์มแล้ว แม้จะไม่มากก็ตาม ด้วยเหตุนี้ กระเพาะปลาของ ปลาจวดเหลืองใหญ่ จึงไม่น่าจะแพงจนเกินจริง
ปลาจวดเหลืองยักษ์ คืออะไร?
ข้อมูลที่สนับสนุนว่า ปลาจวดเหลืองยักษ์ หรือ บาฮาบ่าจีน (Bahaba taipingensis) คือ เจ้าของกระเพาะปลาเมี้ยนทอง มาจากข้อมูลภาษาจีนนะครับ จึงอาจไม่ตรงกับข้อมูลภาษาไทยหรืออังกฤษสักเท่าไร
สำหรับปลาจวดเหลืองยักษ์ จัดเป็นปลาเฉพาะถิ่นของประเทศจีน พบกระจายพันธุ์บริเวณชายฝั่งของจีน ตั้งแต่แม่น้ำแยงซี (Yangtze) ลงใต้ไปจนถึงปากแม่น้ำเพิร์ล (Pearl River) รวมถึงฮ่องกงและมาเก๊า
เป็นปลาทะเลและน้ำกร่อยขนาดใหญ่ ที่มียาวได้ถึง 2 เมตร และอาจหนักได้ถึง 100 กิโลกรัม เป็นปลาในวงศ์ปลาจวด (Sciaenidae) ในสกุลบาฮาบ่า (Bahaba) ซึ่งมีอยู่ 3 ชนิด …นอกจาก ปลาจวดเหลืองยักษ์ แล้ว อีกสองชนิดเกือบจะเป็นปลาในตำนาน แทบจะไม่มีภาพและข้อมูลเลยด้วยซ้ำ
เมื่อพูดถึงขนาดตัว กระเพาะปลาของปลาชนิดนี้ จะต้องใหญ่แน่นอน! มันเป็นปลาที่หายากและแพงมากๆ แพงว่าทองคำในน้ำหนักเท่ากัน และยังได้เป็นหนึ่งในสิบสมบัติแห่งมหาสมุทร ซึ่งคัดเลือกโดย WWF หรือ กองทุนสัตว์ป่าโลก นี่แสดงให้เห็นว่า ปลาชนิดนี้มีค่าและหายากมากแค่ไหน?
ปลาจวดเหลืองยักษ์ แพงแค่ไหน?
มาพูดถึงมูลค่าของปลาชนิดนี้กันดีกว่า ผมไม่แน่ใจว่าราคาในไทยเป็นอย่างไร แต่หากดูจากบันทึกภาษาจีน มีการกล่าวเอาไว้ว่า เมื่อปี พ.ศ. 2551 (2008) มีนักตกปลา 3 คน กำลังตกปลาแถวๆ อ่าวแหล่งหนึ่งในฮ่องกง หลังจากต่อสู้กับปลาเป็นเวลา 90 นาที พวกเขาก็จับปลาจวดเหลือยักษ์ได้สำเร็จ มันยาว 1.6 เมตร หนัก 85 กิโลกรัม ด้วยความไม่รู้ พวกเขาขายปลาตัวดังกล่าวให้กับเรือหาปลาใกล้ๆ ในราคา 20,000 เหรียญฮ่องกง หรือประมาณ 83,000 บาทในสมัยนี้ หลังจากนั้นเรือหาปลาก็เอาไปขายให้กับร้านอาหารทะเล ในราคา 580,000 เหรียญฮ่องกง หรือ 2,400,000 บาท ในสมัยนี้! แต่! อย่าเพิ่งคิดว่าเรือหาปลากำไร เพราะหลังจากนั้นไม่นาน ปลาจากร้านอาหาร ก็ส่งไปขายที่แผ่นดินใหญ่ มันมีราคามากกว่า 2 เท่า! ของราคาที่เขาซื้อมา!

กรณีที่ปลาจวดเหลืองยักษ์ถูกขายในราคาแพงที่สุด เท่าที่มีการบันทึก น่าจะเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2560 (2017) มีเรือประมงลำหนึ่งของจีน ได้จับปลาจวดเหลืองยักษ์ หนัก 61 กิโลกรัมได้ ที่น่านน้ำระหว่างมณฑลฝูเจี้ยนและมณฑลกวางตุ้ง หลังจากประมูลแล้ว มันถูกซื้อไปในราคา 3.47 ล้านหยวน หรือประมาณ 15,780,000 บาทในสมัยนี้ และนี่เป็นราคาปลานะครับ เพราะเมื่อมันกลายเป็นกระเพาะปลา แล้วหากถูกเก็บรักษาอย่างดีเป็นเวลาหลายปี ราคาก็จะแพงขึ้นอีกหลายเท่า
สรุปส่งท้าย! คำตอบของคำถามที่ว่า ปลาอะไรกันแน่ ที่ให้กระเพาะปลาเมี้ยนทอง? 90% น่าจะเป็นปลาจวดเหลืองยักษ์ เพราะยังไงมันก็เป็นปลาที่แพงที่สุด! บางที ในบรรดาปลาตาย ปลาชนิดนี้อาจเป็นปลาที่ราคาแพงที่สุดในโลก




