ปลาน้ำจืดที่โดดเดี่ยวที่สุดในโลก แม้คุณจะรู้ว่ามันอยู่ที่ไหนก็เข้าใกล้มันไม่ได้

ต่อไปนี้เป็นเรื่องราวของปลาน้ำจืด ที่ได้ชื่อว่าปลาน้ำจืดหายากและที่โดดเดี่ยวที่สุดในโลก และถึงแม้จะมีตำแหน่งที่จะได้พบพวกมันอย่างแน่นอน แต่คุณก็ไม่สามารถเข้าใกล้มันได้ ...เอาล่ะมาดูกันว่ามันคือปลาอะไร และทำไมจึงเข้าใกล้ไม่ได้

ปลาที่ว่านี้มีชื่อว่า ปลาเดวิลส์โฮล (Devils Hole pupfish)

Advertisements

ปลาเดวิลส์โฮล (Devils Hole pupfish) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cyprinodon diabolis มันเป็นสายพันธุ์ปลาที่ถูกระบุว่า “ใกล้สูญพันธุ์ขั้นวิกฤต” เป็นปลาตัวเล็กๆ มีสีน้ำเงิน และมีขนาดไม่เกิน 3 เซนติเมตร และถูกอธิบายครั้งแรกในปี 1930

ปลาเดวิลส์โฮล เป็นปลาเพียงชนิดเดียวที่อาศัยอยู่ภายในหลุมปีศาจ (Devils Hole) อุทยานแห่งชาติหุบเขามรณะ ซึ่งเป็นบริเวณจุดที่แห้งแล้งที่สุดแห่งหนึ่งในโลก โดยหลุมปีศาจแห่งนี้ยังมีปริศนามากมาย ที่นักวิจัยยังไม่สามารถทำความเข้าใจได้

และปลาเดวิลส์โฮล ก็เป็นปลาที่เกิดและโตอยู่ภายในหลุมปีศาจ มันคือสัตว์ชนิดแรกของอเมริกา ที่ได้รับการคุ้มครองในฐานะสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ในปี 1967 และยังเป็นสัตว์สายพันธุ์แรกที่อยู่ภายใต้พระราชบัญญัติสงวนพันธุ์สัตว์ใกล้สูญพันธุ์ฉบับดั้งเดิมของสหรัฐอเมริกาอีกด้วย

Advertisements

แต่เท่านี้ยังไม่พอ เพราะปลาเดวิลส์โฮล ต้องมีการคุ้มในระดับพิเศษ ซึ่งพื้นที่รอบๆ หลุมปีศาจ ถูกประกาศให้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแห่งชาติ ในปี 1984 และก่อนหน้านั้นได้มีการประกาศให้เป็นอนุสรณ์สถานแห่งชาติในปี 1952 ทั้งนี้เพื่อขจัดปัญหาทั้งหมด ที่มนุษย์ต้องการใช้ประโยชน์จากที่ดินแถบนั้น แม้แต่การสูบน้ำใต้ดินก็ไม่อนุญาติให้ทำ

และสาเหตุที่มันได้ชื่อว่าเป็น “ปลาหายากและโดดเดี่ยวที่สุดในโลก” ก็เพราะว่ามันเป็นปลาที่ได้ใช้ระดับการป้องกันขั้นสูง ด้วยการตัดขาดจากโลกภายนอก โดยรอบๆ หลุมปีศาจ จะมีการกันพื้นที่ขนาด 40 เอเคอร์ ด้วยรั้วเหล็กและรั้วลวดหนามอีกชั้น พร้อมกล้องวงจรปิดบนพื้นจนถึงใต้น้ำ และอุปกรณ์ป้องกันการบุกรุก แถมยังมีเจ้าหน้าที่คอยจับตามองตลอดเวลา …เรียกว่าจัดเต็ม …หรือความจริงหลุมปีศาจจะมีความลับที่สหรัฐไม่อยากให้ใครรู้?

ปลาเดวิลส์โฮลมาอยู่ในถ้ำได้ยังไง?

ผู้เชี่ยวชาญเคยคิดว่า ปลาชนิดนี้มาอยู่ในที่แห่งนี้เมื่อหลายพันปีก่อน และได้พัฒนาเป็นสายพันธุ์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะอย่างที่เห็นในปัจจุบัน แต่เมื่อไม่นานมานี้ มีข้อสงสัยเกี่ยวกับมรดกที่เป็นเอกลักษณ์ และสถานะที่เป็นสัญลักษณ์ของปลา บางคนเชื่อว่าเป็นชาวพื้นเมืองที่อาจนำปลามาที่ถ้ำเมื่อนานมาแล้ว

แต่ตอนนี้มีคำตอบจากการศึกษาใหม่ โดยทีมนักวิจัยของสหรัฐอเมริกา…พวกเขาตรวจสอบประวัติทางพันธุกรรมของปลาเดวิลส์โฮล (Devils Hole Pupfish) เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับสายพันธุ์พี่น้อง ที่เกี่ยวข้องกันอีกสองสายพันธุ์ เพื่อดูว่าพวกมันแตกต่างกันในช่วงเวลาไหน

Advertisements

เมื่อพวกเขาตรวจสอบ ก็พบกับเรื่องที่น่าประหลาดใจ นักวิจัยพบหลักฐานที่ว่าปลาเดวิลส์โฮล แยกตัวออกมาจากสายพันธุ์พี่น้องเมื่อ 50,000 – 80,000 ปีก่อน มันเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่หลุมปีศาจ ปรากฏตัวในทะเลทรายเมื่อ 50,000 – 60,000 ปีก่อน …มันหมายความว่า ปลาเดวิลส์โฮลมาอยู่ตรงนี้และมีชีวิตรอดในหลุมปีศาจ นับตั้งแต่ที่หลุมเปิดสู่โลกภายนอก

การค้นพบใหม่นี้ ได้ยืนยันถึงความหายาก และสถานะที่เป็นสัญลักษณ์ของปลาที่รอดชีวิต จากการแยกตัวจากโลกโดยสิ้นเชิง เป็นเวลาถึง 60,000 ปี

สำหรับหลุมปีศาจ เป็นหลุมที่อยู่เหนือระดับน้ำทะเล 730 เมตร น้ำภายในหลุมมีอุณหภูมิคงที่ 32-33 °C พื้นที่ชั้นแรก ยาว 22 เมตร กว้าง 3.5 เมตร และลึกประมาณ 0.3 เมตร … ชั้นที่สองของหลุมมีความลึกอย่างน้อย 130 เมตร

Advertisements

โดยที่ด้านหนึ่งของหลุมปีศาจ จะเป็นชั้นหินขนาด 3×5 เมตร ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญมากสำหรับปลาเดวิลส์โฮล เพราะเป็นทั้งที่อาศัย หาอาหารและวางไข่ของพวกมัน ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ปลาเดวิลส์โฮล เป็นปลาที่มีพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ขนาดเล็กที่สุด ในบรรดาสัตว์มีกระดูกสันหลังทุกชนิดบนโลก

ความหวังของปลาเดวิลส์โฮล

ในปี 2013 มีการสำรวจประชากรปลาเดวิลส์โฮล ที่อยู่ภายในหลุมปีศาจ นักวิจัยพบว่าพวกมันเหลือเพียง 35 ตัวเท่านั้น ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หน่วยงานประมงและสัตว์ป่าของสหรัฐฯ ได้เปิดศูนย์อนุรักษ์ปลาเดวิลส์โฮล ซึ่งเป็นที่ตั้งของหลุมปีศาจจำลอง ที่มีความจุน้ำ 100,000 แกลลอน

โดยมีเป้าหมายคือการสร้าง “เรือชูชีพ” ของปลาที่สามารถทดแทนปลาที่อยู่ในธรรมชาติได้ หากพวกมันสูญพันธุ์ไป …แต่เป็นเวลานานมากที่ปลาเดวิลส์โฮล ไม่สามารถขยายพันธุ์ได้สำเร็จในหลุมปีศาจจำลอง

แต่หลังจากที่พยายามอยู่นาน พวกนักวิจัยก็สามารถทำได้แล้ว และยังสามารถนำไข่ที่ผลิตในศูนย์อนุรักษ์และเลี้ยงพวกมันจนโตเต็มวัยได้สำเร็จ ทั้งนี้ต้องขอบคุณยาต้านจุลชีพแบบใหม่ ที่ป้องกันไม่ให้เกิดเชื้อราที่เป็นอันตรายกับไข่ …มันคือสิ่งที่นักวิจัยพยายามทำมานานกว่า 40 ปี และในตอนนี้ ก็มีปลาเดวิลส์โฮลอยู่ในศูนย์อนุรักษ์หลายสิบตัว และในธรรมชาติอย่างน้อย 200 ตัว แต่ถึงอย่างงั้นพวกมันก็ยังอยู่ในอันตรายอยู่ดี

Advertisements

อ่านเรื่องอื่น

Advertisements