ประวัติ ‘กัมพ์’ จิ้งเหลนเกาะคริสต์มาส ตัวสุดท้ายของโลก ‘ตายแล้ว’

จากที่เคยคิดกันว่า จิ้งเหลนจะเป็นสัตว์ชนิดท้ายๆ ที่ถูกคิดว่าใกล้สูญพันธุ์ แต่เรื่องนี้เป็นความจริง และมันเลวร้ายกว่าที่คิดไว้มากสำหรับจิ้งเหลนแห่งเกาะคริสต์มาสตัวสุดท้าย มันถูกตั้งชื่อว่า 'กัมพ์ (Gump)' โดยกัมพ์อาศัยอยู่ในกรงที่กว้างขวาง ซึ่งเต็มไปด้วยหิน ดิน ท่อนซุง และอาหารสดใหม่คือพวกแมลงในอุทยานแห่งชาติของเกาะ

Advertisements

กัมพ์ เป็นจิ้งเหลนที่ไม่ได้กระตือรือร้นเป็นพิเศษ มันอาจจะฟังดูเป็นที่อยู่อาศัยที่หรูหรา แต่ก็ไม่รู้ว่ามันคิดยังกับบ้านหลังนี้ชื่อของมันตั้งตามตัวละคร ฟอร์เรสท์ กัมพ์ ซึ่งเป็นตัวเอกที่ชอบอยู่โดดเดี่ยวแต่อ่อนโยนและไม่อวดดี แต่ก็ประสบกับเหตุการณ์สำคัญยิ่งในขณะที่ยังคงไม่ค่อยตระหนักถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับตัวเอง

จิ้งเหลนเกาะคริสต์มาส เคยเจริญเติบโตที่บ้านของมันบนเกาะคริสต์มาส ซึ่งเป็นดินแดนของออสเตรเลียนอกชายฝั่งอินโดนีเซีย

ในปี 1979 นักวิจัยได้บันทึกว่ามันเป็นจิ้งเหลนที่มีรูปร่างและลักษณะที่ดูดีและสวยงาม พวกมันมีขนาดที่กำลังดีไม่เล็กเกินไป และก็ไม่ได้ใหญ่โตมากนัก มันมีความยาวเฉลี่ยประมาณ 20 ซม. (8 นิ้ว) โดยมีรูปร่างเพรียวบางปกคลุมไปด้วยเกล็ดสีน้ำตาลเหลือง พวกมันเป็นภาพเริ่มต้นที่คุณจะนึกถึงเมื่อนึกถึงจิ้งเหลน

Advertisements

ในช่วงปี 1998 รวมถึงก่อนหน้านั้น คุณสามารถเห็นพวกมันหลายสิบตัวท่ามกลางเศษใบไม้ของป่า ออกมาอาบแดดท่ามกลางแสงแดดที่ส่องผ่านร่มเงาของป่าทึบ และคอยจับแมลงขนาดเล็กกินเป็นอาหาร

สิ่งที่น่าผิดหวังที่สุดสำหรับคนที่จดจำกัมพ์และพวกจิ้งเหลนเกาะคริสต์มาสอื่นๆ ก็คือพวกเขาไม่สามารถรู้ได้แน่ชัดว่าอะไรเป็นสาเหตุให้เกิดหายนะกับพวกมัน

เกาะคริสต์มาส จิ้งเหลนเกาะคริสต์มาสพวกนี้อยู่บนโลกมาตั้งแต่เมื่อ 5 ล้านปีที่แล้ว พวกมันอาศัยอยู่บนเกาะคริสต์มาสเป็นเวลาหลายสิบหรือหลายร้อยหลายพันปี และถึงกระนั้นพวกมันก็เริ่มลดจำนวนลงไปสู่การสูญพันธุ์ในเวลาเพียงไม่กี่ทศวรรษ ซึ่งภายในปี 2003 พบพวกมันได้เฉพาะในพื้นที่บางแห่งบนเกาะ ซึ่งมีเนื้อที่เพียง 135 ตารางกิโลเมตร (52 ตารางไมล์)

แต่หายนะที่เกิดกับพวกมันอาจเดาได้ง่ายกว่าที่คิด ประมาณหนึ่งในสี่ของเกาะได้กลายเป็นพื้นที่สำหรับทำเหมืองฟอสเฟต มันส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ของเกาะอย่างร้ายแรง

Advertisements

ปัญหาอีกประการหนึ่งคือ สายพันธุ์ที่ไม่ใช่สายพันธุ์พื้นเมืองทั้งหมดที่ถูกนำมาที่เกาะทั้งแบบตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจ เช่น แมลง มดดำ ที่คอยแย่งอาหารพวกจิ้งเหลน หรือแม้แต่ล่าจิ้งเหลนที่แก่และยังเล็ก .. งูปล้องฉนวน, แมวจรจัด และตะขาบยักษ์ต่างก็ล่าจิ้งเหลนเกาะคริสต์เช่นกัน

โดยที่ผ่านมา จิ้งเหลนเกาะคริสต์มาสจะอาศัยอยู่กับนักล่าเพียงไม่กี่ชนิด เป็นเวลาหลายล้านปี และเมื่อมันได้เจอกับนักล่าชนิดใหม่ๆ จึงทำให้พวกมันไม่สามารถปรับตัวกับนักล่าที่รุกรานได้

ในปี 2008 นักวิจัยสามารถพบจิ้งเหลนเกาะคริสต์มาสได้เพียงพื้นที่เดียวเท่านั้น การเสื่อมถอยของสายพันธุ์จิ้งเหลนเกาะคริสต์มาสเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว จนนักชีววิทยาตกใจ พวกเขายังรู้จักพวกมันเพียงเล็กน้อย แต่พวกมันกำลังจะหายไปซะแล้ว

Advertisements

ในปี 2009 นักวิจัยพยายามที่จะจับจิ้งเหลนเกาะคริสต์มาสให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ มันเป็นการจับสำหรับโครงการเพาะพันธุ์ แต่ก็สายเกินไป พวกมันมีจำนวนน้อยลงอย่างน่าตกใจและหาตัวได้ยากมาก ในท้ายที่สุด นักวิจัยจับได้เพียงสามตัว และเป็นตัวเมียทั้งหมด รวมถึงกัมพ์

ทั้งสามตัวอาศัยอยู่ในกรงสองสามปี จนกระทั่งอีกสองตัวหลุดหนีไปได้และตาย เหลือแต่กัมพ์ นักวิทยาศาสตร์ด้านการอนุรักษ์หวังว่าพวกเขาจะหาตัวผู้ให้กัมพ์ผสมพันธุ์เพื่อรักษาสายพันธุ์ให้คงอยู่ แม้ว่าพวกเขาจะสำรวจภูมิประเทศที่ขรุขระของเกาะคริสต์มาส สำรวจหินปูนและป่า แต่ก็ไม่พบจิ้งเหลนเกาะคริสต์มาสเพิ่ม

หลังจากที่เพื่อนของมันตายไป กัมพ์มีชีวิตอยู่ต่อไปอีกสองสามปี อยู่อย่างงี้เพียงตัวเดียว .. กัมพ์จากไปในเดือนพฤษภาคม 2014 และถูกประกาศว่าสูญพันธุ์อย่างเป็นทางการในปี 2017

จิ้งเหลนแห่งเกาะคริสต์มาสหายไปอย่างเงียบเชียบและตลอดกาล พวกมันสูญพันธุ์ไปอย่างเงียบๆ เหมือนกับชีวิตประจำวันของมันที่เงียบและแทบไม่เป็นที่สังเกต

Advertisements

อ่านเรื่องอื่น

Advertisements