ปลาหมอไทย ปลาใกล้ตัวคนไทยที่สุด แต่อาจรู้จักน้อยที่สุด

สมัยเด็กปลาชนิดแรกที่ผมตกได้คือ "ปลาหมอไทย" ในสมัยที่กรุงเทพเองก็มีคลอง บ่อ หรือหนองน้ำเล็กอยู่เต็มไปหมด วิธีหาปลาหมอของผมในสมัยนั้นก็แค่ขี่จักรยานคันเล็กๆ ออกตามหาบ่อน้ำเล็กๆ ระยะทางที่ไปได้ก็แค่เท่าที่ปั่นไหว เมื่อเจอบ่อน้ำก็แค่ลองหย่อนเหยื่อลงไป ก็แค่สายเอ็นตัวเบ็ดกับตั๊กแตนหนึ่งตัวก็ตกปลาได้แล้ว และปลาหมอเนียล่ะที่เป็นขาประจำ และคำที่ว่า "ปลาหมอตายเพราะปาก" ก็ทำให้คิดได้เลยว่ามันเป็นปลาที่กินเหยื่อง่ายชนิดที่ว่า ลองมีตัวถ้าส่งเหยื่อลงไปอะไรก็กิน

ปลาหมอไทย

คำว่า “ปลาหมอ ตายเพราะปาก” เป็นสุภาษิต ที่หมายถึงคนที่พูดพล่อยจนได้รับอันตราย หรือพูดแสดงความอวดดีจนตัวเองต้องรับเคราะห์เพราะปากของตนเอง ที่มาของสำนวนนี้มาจากปลาหมอที่อยู่ในลำน้ำ มักชอบขึ้นฮุบเหยื่อเหนือน้ำบ่อยๆ จนเป็นที่สังเกตุของคนจับปลา เพราะรู้ได้ว่าปลาหมออยู่ตรงไหน ก็เอาเบ็ดลงไปล่อปลาหมอตรงนั้นจะไม่ค่อยพลาด จึงเรียกว่าปลาหมอตายเพราะปาก

ปลาหมอไทยคืออะไร?

Advertisements

แม้ว่าในประเทศไทย ปลาที่มีชื่อว่าปลาหมอนำหน้าจะมีอยู่หลายชนิด แต่อาจมีเพียงปลาหมอไทยเท่านั้นที่ผูกพันกับคนไทยมากที่สุด นั้นเพราะปลาหมอในสกุลอื่นไม่หายากไปหน่อยก็ยังเล็กเกินไป แม้แต่ปลาหมอปลาหมอช้างเหยียบ หรือ ปลาหมอตระกรับ ก็ยังมีน้อยเมื่อเทียบกับปลาหมอไทย

สำหรับ “ปลาหมอไทย” เป็นปลาที่อยู่ในสกุลปลาหมอ หรือ Anabas เป็นคำที่มาจาก Anabasis แปลว่าปีนขึ้น ซึ่งสื่อถึงนิสัยของปลาหมอ ที่ชอบขึ้นจากบ่อน้ำเพื่อหาที่อยู่ใหม่โดยเฉพาะช่วงหลังฝนตกใหม่ๆ …ความจริงนิสัยนี้ก็คล้ายกับปลาช่อนนา ที่เมื่อฝนตกพวกมันก็ชอบโดดไปหาบ่อใหม่เช่นกัน

ทั้งนี้ปลาในสกุล Anabas จะพบได้ทั้งในน้ำจืดและน้ำกร่อย พวกมันมีอยู่ทั้งหมด 2 ชนิด แต่ที่พบในประเทศไทยจะมีอยู่เพียง 1 ชนิด นั้นคือ ปลาหมอไทย หรือ ปลาสะเด็ด เป็นปลาที่ยาวได้ประมาณ 20 เซนติเมตร แต่ขนาดทั่วไปอยู่ที่ 10 เซนติเมตร มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Anabas testudineus

ปลาหมอชนิดนี้มีรูปร่างป้อม ลำตัวแบนข้าง พื้นลำตัวมีสีน้ำตาลอมเหลือง หรือเขียวมะกอกอมเหลือง มีเกล็ดขนาดใหญ่ แม้ปลาชนิดนี้จะอร่อยและดูไม่มีพิษมีภัย แต่เพราะมีก้านครีบที่แข็งบริเวณหลังและก้น แถมยังมีเงี่ยงที่แหลมคมบริเวณเหงือก

หากจับปลาแบบไม่ระวัง อาจจะโดนเงี่ยงหรือก้านครีบแข็งๆ แทงจนเป็นแผลแถมยังเจ็บปวดมากด้วย แม้จะไม่ปวดเท่ากับปลาแขยงก็ตาม

ปลาหมอไทยเป็นปลาที่สามารถอยู่ในแหล่งน้ำจืดได้เกือบทุกที่ เกือบจะเทียบเท่าปลาช่อนเลยด้วยซ้ำ และมันยังสามารถฮุบเอาอากาศจากบนผิวน้ำได้โดยตรง มันถึกและอดทนมากๆ สามารถอยู่บนบกหรือพื้นดินที่ขาดน้ำได้เป็นระยะเวลานาน ซึ่งในฤดูฝนบางครั้งจะพบปลาหมอแถกไถลคืบคลานไปบนบกเพื่อหาที่อยู่ใหม่ และด้วยความสามารถนี้ ในภาษาอังกฤษจึงเรียกปลาชนิดนี้ว่า Climbing perch

เป็นปลาวางไข่ในช่วงฤดูฝนบริเวณทุ่งน้ำท่วม โดยพ่อแม่ปลาจะไม่สร้างรังหรือก่อหวอด และจะไม่ค่อยสนด้วยว่าตรงไหนจึงเหมาะ แต่จะวางไข่ทิ้งให้ลอยอยู่ในน้ำตามยถากรรม จากนั้นไข่จะฝักเป็นตัวภายในเวลา 24 ชั่วโมง สุดท้ายลูกปลาต้องเอาชีวิตรอดด้วยตัวเอง

Advertisements

และด้วยชื่อที่มีความหมายถึงหมอหรือแพทย์ผู้รักษาโรค จึงเป็นเหตุให้มีความเชื่อว่าหากปล่อยปลาหมอจะทำให้ไม่เป็นโรคหรือหายจากโรคได้

และแม้ว่าปลาหมอธรรมชาติจะตัวเล็ก แต่เนื่องจากเป็นปลาเศรษฐกิจสำคัญชนิดหนึ่งของไทย จึงมีการพัฒนาสายพันธุ์ให้มีขนาดใหญ่และอ้วนขึ้น เพื่อขายเป็นปลาเนื้อ แถมยังมีปลาหมอที่มีสีแปลกกว่าปกติ เช่น สีทอง ที่นิยมในตลาดปลาสวยงาม

ในการตกปลาหมอถือว่าไม่ยาก แม้ในตอนนี้ประชากรในธรรมชาติของพวกมันจะลดลง แต่ก็มีอยู่มากกว่าปลาท้องถิ่นหลายชนิด แถมยังเป็นปลาที่มีอยู่เกือบทุกที่ โดยเฉพาะต่างจังหวัด ไม่ว่าจะนาข้าว แอ่งน้ำกว้างไม่กี่เมตร ลึกแค่หัวเขาก็อาจจะมีปลาหมอเช่นกัน และหากต้องการจะตกปลาหมอจริงๆ ก็ไม่ต้องไปมองที่แม่น้ำหรือแหล่งน้ำไหล เพราะปลาหมอไทยไม่ชอบอยู่

และเนื่องจากเป็นปลาขนาดเล็ก เราสามารถใช้อุปกรณ์เล็กๆ ตกด้วยวิธีการสปิ้วหรือชิงหลิว หรือจะใช้ไม้ไผ่ก็ได้ สมัยก่อนตอนผมตกปลาหมอ ชอบเดินเตะตั๊กแตนตามหญ้าแล้วจับมันมาตก แต่สมัยนี้คงทำไม่ได้แล้ว เพราะแม้แต่ตั๊กแตนก็หายาก อาจต้องไปขุดไส้เดือนมาตกแทน และแน่นอนเหยื่อปลอมมันก็กิน เพียงแต่ไม่เหมาะ …ยังไงก็เอาไปลองกัน

อ่านเรื่องอื่น

Advertisements