เป็นเรื่องจริงที่หากคุณไปค้นหาข้อมูลทั่วไปที่เกี่ยวกับ ตุ่นปากเป็ด หรือแม้แต่ อีคิดนา จะพบว่า พวกมันไม่มีกระเพาะอาหาร! แต่หากเป็นการอธิบายเชิงลึกมากขึ้น ความจริงพวกมันยังถือว่ามีกระเพาะอาหาร! เพียงแต่ที่เล็กมากๆ แถมยังไม่มีต่อมสำหรับหลั่งเอนไซม์และน้ำย่อย ยิ่งเมื่อเทียบกับกระเพาะอาหารของมนุษย์แล้ว กระเพาะอาหารของโมโนทรีม ไม่มีประสิทธิภาพเลย เพราะแบบนี้ จึงสามารถพูดได้ว่า โมโนทรีม ไม่มีกระเพาะอาหารได้เช่นกัน

นอกจากนี้ กระเพาะอาหารของ โมโนทรีม ไม่มีหูรูดไพโลริก ซึ่งเป็นส่วนของกล้ามเนื้อ ที่ทำหน้าที่เหมือนวาล์ว ควบคุมการไหลของอาหารที่ย่อยแล้ว ก่อนจะไปยังลำไส้เล็ก จึงไม่แปลกหากจะบอกว่า กระเพาะอาหารได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของหลอดอาหารและลำไส้! แต่ทำไม? กระเพาะอาหารของพวกมันจึงเป็นแบบนี้?
แน่นอนว่า! คำตอบของคำถามนี้ มีนักวิจัยขี้สงสัยหลายคน พยายามที่ไขปริศนามานานหลายปี และเมื่ออ้างอิงจากวารสาร Open Biology พวกเขาได้เปิดเผยคำตอบบางส่วน ซึ่งเป็นนักวิจัยชาวออสเตรเลีย ประเทศบ้านเกิดของ โมโนทรีม ทั้ง ตุ่นปากเป็ด และ อีคิดนา พวกเขาค้นพบว่า มียีน ที่ชื่อ Nkx3.2 ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างมากกับเรื่องนี้

โดยยีนตัวนี้ หากให้อธิบายย่อยๆ ในกรณีของมนุษย์หรือแม้แต่สัตว์ทั่วไป มันก็คือยีนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนากระดูก และ มีบทบาทในการควบคุมการสร้างกระดูกอ่อน แต่! สำหรับสัตว์อย่างโมโนทรีม นั้น! ยีนที่ว่านี้ ได้หยุดทำงานมานานกว่า 10 ล้านปีแล้ว! จะเรียกว่า 10 ล้านปี ในเส้นทางวิวัฒนาการของโมโนทรีม ไม่มี Nkx3.2 ซึ่งต่างจากสัตว์ส่วนใหญ่!
แน่นอนว่า แม้นักวิจัยจะทราบแล้วว่า ยีนตัวนี้ จะมีส่วนกับการย่อยอาหารในกระเพาะอาหารของโมโนทรีม แต่! พวกเขาก็ยังไม่สามารถอธิบายได้ว่า ทำไม่กระเพาะอาหารของพวกมัน จึงต่างจากสัตว์ชนิดอื่นๆ หรือ แม้แต่จะพูดว่าหายไปก็ไม่ผิด
นักวิจัยทำได้เพียงอนุมานว่า เพราะพวกมันขาดยีนตัวนี้ ด้วยเส้นทางวิวัฒนาการที่ยาวนานของพวกมัน ได้สร้างร่างกายของพวกให้ต่างจากสัตว์อื่นๆ แน่นอนว่า มันเป็นแบบเฉพาะตัว ซึ่งเพียงพอที่จะทำให้พวกมันยังรอดชีวิตไปได้ …หลักฐานคือ แม้พวกมันจะต่างออกไป แต่พวกมันก็ยังไม่สูญพันธุ์จนถึงทุกวันนี้ แม้จะใกล้แล้วก็ตาม

คำถามที่น่าสนใจอีกอย่างคือ นอกจากโมโนทรีมแล้ว ยังมีสัตว์อื่นที่คล้ายแบบนี้หรือไม่? คำตอบคือ มี! แต่ก็ไม่มากนัก เท่าที่รู้คือ มีปลาบางชนิด และ สัตว์กึ่งน้ำบางชนิด เท่านั้นที่อยู่ในสภาพเดียวกับโมโนทรีม พวกมันแทบจะสูญเสียกระเพาะอาหารไปในระหว่างวิวัฒนาการ
ตัวอย่างสัตว์ที่ว่าก็คือ ปลาฉลามผีออสเตรเลีย (Callorhinchus milii), ปลาปักเป้าญี่ปุ่น (Takifugu rubripes), ปลาม้าลาย (Danio rerio) แม้แต่ ปลาข้าวสารญี่ปุ่น (Oryzias latipes) ก็รวมอยู่ด้วย ทั้งหมดที่กล่าวมา ขาดยีนที่สร้างกรดไฮโดรคลอริกและเอนไซม์ในกระเพาะอาหารเช่นเดียวกับที่พบในโมโนทรีม
แน่นอนว่า! แม้ยีนจะมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างมาก แต่ ก็ยังแนวโน้ม ที่จะมีปัจจัยทางนิเวศวิทยา ซึ่งครอบคลุมสิ่งที่เรามองข้ามหรือมองไม่เห็น ซึ่งนำไปสู่คำตอบว่า ทำไมสัตว์เหล่านี้จึงสูญเสียกระเพาะอาหารไป
สุดท้าย เมื่อเรามีความเข้าใจเกี่ยวกับโมโนโนทรีม มากขึ้น ก็ยิ่งช่วยให้สามารถช่วยสัตว์เหล่านี้ได้มากขึ้น และยังเป็นประโยชน์ต่อนิเวศวิทยา รวมถึงสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่นๆ แน่นอน แม้แต่กับตัวเราเองด้วย




