ตอนที่ 29 ผจญภัยในป่าใหญ่ : ไอ้หมูเขี้ยว

เสียงน้ำไหลดัง จ๊อกแจ๊ก ตามเหลี่ยมและซอกหิน กบเขียดตามดงบอนพากันส่งเสียงงึมงำ นานๆครั้ง ก็มีเสียงฮุบบนผิวน้ำดัง จ๋อม ของหมู่ปลาน้อยใหญ่ที่ขึ้นมาฮุบแมลงที่ตกบนผิวน้ำ เหมือนมีคนแกล้งเอาก้อนหินก้อนเล็กๆโยนลงน้ำ จนเกิดเป็นวงคลื่น สายน้ำใสไหลเย็นมองเห็นกรวดหินเล็กใหญ่หลากสี หมู่ปลาเล็กปลาน้อยพากันแหวกว่ายทวนกระแสน้ำที่ไหลเอื่อย แต่บางครั้งก็ต้องออกแรงกระโจนข้าม เพราะไม่สามารถว่ายต้านทานกระแสน้ำเชียวบริเวณโตรกหินได้

บรรยากาศเริ่มสลัว เพราะดวงอาทิตย์ถูกกลืนหายไปแล้ว สาลิกาที่ออกท่องเที่ยวหากินในพงไพร พอเริ่มอับแสงก็พากันบินกลับรังเตรียมเข้านอน เช่นเดียวกับพรานไพรผู้โดดเดี่ยว หลังจากตรากตรำมาตลอดทั้งวัน ถึงคราวที่จะต้องหยุดพักเอาแรงอีกครั้ง

พรานเบเลือกยึดบริเวณที่เป็นเพิงหินใหญ่ใกล้ริมห้วยนั้นเองเป็นที่พัก เพราะเป็นชัยภูมิที่เหมาะสม ดูแล้วไม่รกนัก แถมมีต้นไม้ขึ้นข้างๆพอที่จะใช้ผูกเปลนอนได้ หลังจากปัดกวาดเศษใบไม้แห้งได้เพียงไม่นานก็ได้สถานที่พักแรมโล่งเตียนน่าอยู่

เมื่อได้ที่พักแล้ว สิ่งต่อไปที่คิดทำก็คือ อาหาร เมื่อรื้อเสบียงในเป้หลังออกมากองดู มีเพียง ข้าวสาร กะด้วยสายตาแล้วไม่น่าจะมากเกินกิโล พริกแห้ง หอมกระเทียม เหลือติดถุงอยู่อย่างละกำสองกำ โชคยังดีที่ยังมีเกลืออีกห่อ แถมด้วยมะขามเปียกอีกมัด ถึงจะเหลือเสบียงแห้งเพียงเท่านี้พรานชำนาญไพรอย่างพรานเบก็ไม่นึกกังวลอะไรอีกแล้ว

เมื่อหมดห่วงเรื่องของแห้ง แล้วจะไปเดือดร้อนอะไรมากกับของสด ในเมื่อตัวเองก็อยู่ใจกลางตลาดสดเช่นนี้ แค่เดินลงห้วยก็มีกับข้าวสดมากมายให้เลือกสรร ในสายน้ำที่ไหลเย็น ก็เห็นหมู่ปลาแหวกว่าย ทั้งปลาเวียน ปลาก้าง และปลาสร้อย ตามซอกหินริมห้วยและกองใบไม้ ก็มีปูหิน ปูห้วย ขนาดต่างๆให้เลือกจับ รวมถึงบนฝั่งยังมีผักป่านานาชนิดให้เลือกเก็บ เช่น ผักกูด ผักหนามยอดอวบๆ ยั่วตาให้รีบเด็ด

ผักกูด

เลยฝั่งขึ้นไปก็มีพริกนกเม็ดแดงสดให้เก็บอีกหลายต้น แต่บางต้นก็เกลี้ยงโกร๋นเพราะเก็บไม่ทันนกขุนทอง เพราะนอกจากคนจะชอบกินแล้ว พริกขี้นกกลางป่าแบบนี้ นกก็ชอบ แต่มันก็เป็นการดีที่นกมาจิกกิน เพราะมันเป็นการแพร่ขยายพันธุ์อย่างไม่รู้ตัว เพราะนกออกหากินไกล บินไปก็ถ่ายมูลไปเรื่อย และในมูลของมันก็อาจจะมีเมล็ดพันธุ์ก็ได้

สมแล้วที่เรียกพริกชนิดนี้ว่า พริกนก นอกจากพริกนกที่สามารถเก็บมากินได้แล้ว กล้วยป่าก็กินได้ ทั้งหยวกที่อยู่ด้านในลำต้น และหัวปลีรวมไปจนถึงผลอ่อนๆ ก็สามารถนำมาประกอบอาหารกินได้เช่นกัน ตามขอนไม้ผุชื้นแฉะถ้าสังเกตดีๆก็อาจจะเจอเห็ดขอนหรือไม่ก็เห็ดหูหนูให้เก็บ และผักป่านานานชนิดอีกมากมาย ที่มีให้เลือกเก็บอย่างไม่รู้จักหมด เพียงแค่รู้จักหารู้จักสังเกตก็สามารถอยู่รอดได้อย่างสบาย

พรานเบเดินลัดเลาะไปตามชายห้วยสายนั้น ตลอดทั้งสองฝั่งมีผักป่านานาชนิดให้พรานเบได้เลือกเก็บ ทั้งยอดผักกูด ผักหนาม และใบแต้วอ่อนๆ พรานเบเลือกเก็บมาแต่พอกิน เพราะถ้าเก็บมามากเกินไปก็จะกินไม่หมด สุดท้ายก็ต้องทิ้งไป นอกจากผักป่าที่เก็บมาแล้ว ตามซอกหินพรานเบยังล้วงปูหินตัวโตๆได้อีกสองสามตัว กะว่ามื้อนี้จะนำมาเผากินกับพริกเกลือ พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นเถามันนกบนเนินตลิ่งตอนหนึ่ง

พรานเบไม่รีรอที่จะสาวตามเถามันนกเส้นนั้น หลังจากเดินสาวเถามันนกเส้นนั้นมาได้สามวา ก็เจอตำแหน่งของหัวมันที่ฝังอยู่ในดิน จึงรีบใช้มีดเหน็บขุดอย่างเร่งรีบ เพราะตอนนี้ก็ขมุกขมัวมากทุกขณะ กว่าจะขุดเจอหัวมันนกแต่ละหัวได้ ก็ต้องเสียเหงื่อไปหลายหยด แต่ก็คุ้มเหนื่อยเพราะได้มันนกมากินหลายหัว เรื่องข้าวสารที่มีเหลืออยู่น้อยจึงเบาใจไปเยอะ เพราะเย็นนี้กะว่าจะหุงข้าวปนกับหัวมันนกกิน จะได้ไม่เปลืองข้าวสาร

หลังจากขุดหัวมันนกขึ้นมาได้ จนเนื้อตัวขะมุกขะมอมเปรอะเปื้อนไปหมด จึงเดินหอบหัวมันนกลงไปล้างทำความสะอาดที่ชายห้วย รวมทั้งชำระล้างเนื้อตัวที่เปื้อนเขลอะไปด้วยดิน น้ำในลำห้วยใสไหลเย็นทำให้รู้สึกสดชื่นหลังจากใช้ลูบหน้าลูบตา รวมทั้งวักขึ้นดื่มจนหายเหนื่อย อาหารสดก็ได้มาพอกินแล้ว ที่ยังขาดก็คือ กระบอกไม้ไผ่ที่จะนำมาใช้หุงข้าว

เมื่อสอดส่องสายตาไปรอบๆ กาย อยู่ไม่นานสายตาก็แลเห็นกอไผ่ขนาดใหญ่ อยู่ทางด้านหัวโค้งของลำห้วยเบื้องหน้า จึงนำของที่หาได้กองไว้บนก้อนหินให้ก้อนหนึ่ง กะว่าพอตัดไม้ไผ่เสร็จค่อยเดินกลับมาเอา เพราะไม่อย่าถือไปให้เกะกะ ตอนนี้จึงมีเพียงปืนลูกซอง กับมีดเหน็บเท่านั้น

สายน้ำไหลดัง จุ๋งจิ๋ง ครั้นเมื่อกระทบแง่หินกลางน้ำ ป่าเถื่อนดงทึบกลางหุบเขาเช่นนี้ จึงทำให้สายน้ำเย็นฉ่ำ เขียดป่าตัวเล็กตามดงบอนและกอผักกูดพากันส่งเสียง ออดแอด ระงมไปทั้งลำห้วย พรานเบเดินลัดไปตามชายตลิ่งของลำห้วยนั้น ท่ามกลางธรรมชาติที่รายล้อม ระยะไม่ถึงยี่สิบวาข้างหน้า ก่อไผ่ก่อนั้นที่ทอดขวางอยู่ริมห้วย ซึ่งรกเครือไปด้วยดงบอนและกล้วยป่า แต่ขณะที่พรานเบเดินแหวกดงกูดที่ขึ้นรกนั้นเอง โสตประสาทของพรานชำนาญก็ตื่นตัวขึ้นอย่างฉับพลัน

ท่ามกลางเสียงสรรพสำเนียงของธรรมชาติที่รายล้อม มีเสียงอะไรบางอย่างดังแว่วมาอย่างผิดสังเกต เสียงนั้นแผ่วเบาจนแยกแทบไม่ออก ถ้าเป็นคนธรรมดาก็คงยากที่จะแยกแยะ แต่สำหรับพรานเบแล้วมันเป็นเรื่องปกติ ถึงมันจะปะปนจนแยกไม่ออกก็ตาม

เสียงย่ำโคลนที่เฉอะแฉะดัง เจาะแจะ บางครั้งก็เหมือนกับว่า มีอะไรบางอย่างกำลังเกลือกกลิ้งบนโคลนนั้น พรานเบรีบหมอบลงอย่างรวดเร็ว ไม่มีอะไรอีกแล้วนอกจากหมูป่า เพราะนอกจากเสียงมันนอนแช่โคลนแล้ว ยังมีเสียงเหมือนมันเคี้ยวอะไรดัง แจ๊บๆ แววตาของพรานเบเป็นประกายขึ้นมาทันที โอกาสนี้ไม่มีอีกแล้วที่จะได้พบตัว ปืนลูกซองเดี่ยวกระบอกยาวที่ภายในบรรจุลูกเบอร์เก้าเม็ดอยู่ก่อนแล้ว ซึ่งตอนนี้พร้อมอยู่ในมือที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อเพราะความตื่นเต้น พรานเบค่อยๆคืบคลานไปยังตำแหน่งของเป้าหมายอย่างแผ่วเบา

ภายใต้ซุ้มไผ่ที่ทอดเอนขวาง ราวกับอุโมงค์ดูเป็นเพิงนั้น เงาตะคุ่มๆ ของสัตว์ชนิดหนึ่งนอนเกลือกกลิ้งบนปลักโคลนขนาดใหญ่ ซึ่งมีกอบอนและกล้วยป่าที่ขึ้นรายล้อมปลักนั้น ถูกแหวกลู่ไปเป็นแถบ และตำแหน่งกลางหลุมปลักที่เต็มไปด้วยโคลนเหลวเฉอะแฉะนั้นเอง

ขนสีดำดูหยาบที่ตั้งเป็นแผงถูกปกคลุมไปด้วยโคลน มีเพียงส่วนหัวและสันหลังเพียงเล็กน้อยเท่านั้นที่ยังไม่เปรอะเปื้อน รวมไปถึงส่วนที่เป็นเขี้ยวโง้งยาว ที่พอจะสังเกตเห็นได้ ใช่แล้วมันเป็นหมูโทนขนาดใหญ่ และมันเป็นหมูโทนตัวใหญ่ที่สุดเท่าที่พรานป่าอย่างพรานเบพาลพบมา จนคนที่แอบมองตื่นตะลึงในความใหญ่โตของมันอย่างตื่นเต้น

ระยะห่างไม่ถึงยี่สิบวาแค่นี้ ได้ยินแม้กระทั้งเสียงหายใจของมัน พรานเบค่อยๆแทรกตัวเองเข้าไปหลบอยู่บริเวณโคนต้นมะเดื่อริมตลิ่งห้วยอย่างแผ่วเบา ซึ่งต้อนนี้ถูกปกคลุมไปด้วยกอกูดและบอนป่า กลายเป็นที่บังไพรได้อย่างดี โชคดีของพรานเบที่อยู่ในตำแหน่งใต้ลม ทำให้หมูโทนตัวนั้นไม่ได้ระแคะระคาย ภัยที่กำลังจะกล้ำกลายเขามาหามันเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามมันกลับนอนคลุกปลักอย่างเพลิดเพลินแทบไม่แยแสสิ่งแวดล้อมรอบข้าง

เมื่อได้จังหวะและโอกาสทองเช่นนี้ โลหะสีเงินทรงกระบอกยาวเป็นลำ จึงค่อยๆโผล่ออกมาจากที่บังไพรนั้นอย่างเชื่องช้าและแผ่วเบา ระยะแค่นี้ต่อให้เป็นนกกระจิบตัวเล็กๆก็ไม่มีทางพลาด พรานเบบรรจงปลดเซฟไกปืนอย่างแผ่วเบาที่สุดดัง กริ๊ก เป็นเสียงที่เบาจนฟังแทบไม่ได้ยิน แต่เสียงที่คิดว่าเบาที่สุดนั้นเอง ไม่รู้ว่าผีป่าที่ไหนแกล้งไปสะกิดต่อมรับเสียง ไอ้หมูโทนตัวที่นอนแช่ปลักอยู่นั้น มีอาการสะดุ้งทะลึ่งพรวดจากปลักโคลนนั้นอย่างกะทันหัน

อารามด้วยความตกใจของพรานเบ บวกกับความตื่นเต้นหรือกลัวเหยื่อที่จะล่าหนีไป ก็ไม่อาจทราบได้ ปากกระบอกปืนที่เล็งจับอยู่ที่เป้าหมายอยู่ก่อนแล้ว จึงลั่นไกระเบิดกึกก้องดังตูมสนั่น พร้อมๆกับร่างของหมูโทนยักษ์มีอาการผงะล้มตะแคงข้างเห็นได้ชัด ชื่อว่าหมู แต่ไม่ได้ล้มมันง่ายๆแบบชื่อของมัน เพราะเพียงเศษเสี้ยวของวินาทีนี้เอง

ไอ้หมูโทนโชคเลือดก็ลุกพรวดขึ้นมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันควบตะบึงเข้าหามนุษย์ด้วยความแค้น พร้องกับเสียงร้อง อี๊ด แหลมจนแสบแก้วหู ไม่มีโอกาสที่พรานเบจะลั่นกระสุนนัดใหม่ในรังเพลิง เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไป จากผู้ล่ามาเป็นผู้ถูกล่าบ้างแล้ว

วินาทีเป็นวินาทีตายนี้เอง ที่ทำให้พรานเบพุ่งตัวเข้าไปหลบตรงซอกโคนต้นมะเดื่อนั้นอย่างฉิวเฉียด ปืนผาหน้าไม้ไม่รู้กระเด็นกระดอนไปเสียที่ไหน เวลานี้ไม่คิดที่จะสนใจ เพราะเมื่อร่างกายแนบชิดติดพื้นธรณี หัวอันใหญ่โตของไอ้หมูโทนบ้าเลือดก็ขวิดงัดเสยเข้ากับกำบังที่เป็นพูรากของต้นมะเดื่อดังโครมจนหูลั่น เฉียดสีข้างของพรานเบไปนิดเดียว เศษดินและกอบอนทั้งเง้าถูกกระชากลอยขึ้นไปบนอากาศ เสียงรากไม้ถูกงัดจนขาดดัง ปึดๆ พร้อมกับเศษดินเศษหินกระจายฟุ้ง ก่อนที่มันจะวิ่งกระโจนข้ามร่างของพรานเบผู้ที่นอนหมอบจนติดพื้นไปตั้งหลักอีกฝั่ง

สติที่มีพร้อมดีอยู่ก่อนแล้วของพรานชำนาญไพร ความไวเพียงเสี้ยววินาที ที่จะต้องคิดตัดสินใจว่าจะอยู่หรือจะตาย ปืนที่ตกกระเด็นห่างตัวออกไปไม่เกินช่วงแขนมองเห็นอยู่ตรงหน้า พรานเบรีบกระเสือกกระสนคว้ามาอยู่ในมือจนได้ พร้อมๆก็ไอ้หมูโทนคู่แค้นแว้งหัวกลับมาพอดี จังหวะนี้เอง เสียงกัมปนาท ก็ดังสะเทือนราวกับฟ้าถล่ม

ระยะห่างไม่ถึงสิบวาเช่นนี้ ทำให้กลุ่มกระสุนทั้งเก้าเม็ดเกาะกลุ่มกันเป็นกระจุกใหญ่ เห็นได้ชัดถนัดตาว่ามีเศษเขี้ยวข้างหนึ่งของมันแตกกระจุยหักกระเด็นออกไป พร้อมๆกับอาการเสยขึ้นของหัวมันราวกับมีมือยักษ์ตบเสยเข้าไปที่บริเวณปลายคางอย่างแรง ไม่มีใครรู้ว่ากระสุนทั้งเก้าเม็ดจะทำให้มันเจ็บปวด หรือถูกจุดสำคัญบริเวณใด แต่เมื่อโดนเข้าไปเต็มๆแบบนี้ ความคิดที่จะล้างแค้นมนุษย์จึงเปลี่ยนไป และไม่ทันที่พรานเบจะซ้ำไปอีกชุด ไอ้หมูโทนเดนตายตัวนั้นก็กระโจนหายไปในพุ่มรกเสียแล้ว

เหตุการณ์เย้ยยมทูตผ่านไปอย่างรวดเร็ว หลังจากพรานเบสำรวจความเรียบร้อยของร่างกายก็พบว่า บริเวณข้อศอกแขนด้านซ้ายแตกจนได้เลือด คงเป็นจังหวะที่พุ่งหลบในที่กำบังแล้วไปกระแทกเข้ากับแง่หินเข้า นอกนั้นก็เป็นรอยถลอกปอกเปิกเล็กน้อย พรานเบเดินตรวจบริเวณหลุมปลักเป็นที่แรกก็พบว่า มีรอยหยดเลือดปะปนอยู่ในบ่อโคลน รวมทั้งเส้นขนที่หลุดเป็นกระจุก ทำให้แน่ในว่านัดแรกต้องถูกเป้าหมายอย่างแน่นอน จากนั้นพรานเบก็ย้อนกลับมาสำรวจจุดที่ลั่นกระสุนนัดที่สอง ก็พบรอยเลือดสาดกระเซ็นอยู่ตามใบไม้และบนพื้นอีกหลายกอง

พรานเบเดินสำรวจรอยเลือดนั้นอย่างละเอียดก็พบว่า หมูโทนตัวนั้นกระเสือกกระสนหนีหายเข้าไปในพงรก ครั้นจะออกติดตามก็กลัวว่ามันจะแอบซุ่มซ้อนรอโจมตี เวลานี้ก็ใกล้ค่ำลงไปทุกขณะจึงไม่อยากที่จะเสี่ยง รอให้ถึงตอนเช้าแล้วค่อยว่ากันใหม่ ดีไม่ดีอาจจะไม่ต้องเสียแรงยิงซ้ำให้เสียลูกปืนอีกก็ได้

เพราะกองเลือดกองใหญ่ที่เห็นเป็นฟอง ทำให้แน่ใจว่ากระสุนน่าจะถูกบริเวณปอด สิ่งที่ทำได้ในต้อนนี้ก็คือ รีบกลับไปที่พักเพื่อเตรียมหุงหาอาหาร เพราะกองทับต้องเดินด้วยท้อง เรื่องอื่นค่อยว่ากันที่หลัง แต่จังหวะที่พรานเบจะก้าวเดินนั้นเอง

เท้าข้างหนึ่งก็เหยียบเข้ากับวัตถุอะไรชิ้นหนึ่งมีลักษณะแข็ง เมื่อยกเท้าออกก็พบว่า วัตถุที่ว่าก็คือ เขี้ยวของหมูโทนตัวนั้นนั่นเอง พรานเบก้มลงหยิบขึ้นมาพิจารณาอย่างถี่ถ้วน ก็พบว่าเป็นเคี้ยวที่มีลักษณะตัน เปรอะเปื้อนไปด้วยโคลนจนมองไม่เห็นสีเดิม ส่วนโคนเป็นรอยแตกเป็นริ้วเพราะถูกอำนาจของลูกปืนเข้าไปเต็มๆจนทำให้มันแตกหัก

บริเวณส่วนปลายทู้มีรอยแตกบิ่น เคี้ยวนั้นยาวโง้งเกือบเป็นรูปครึ่งวงกลม พรานเบเดาะเขี้ยวหมูตันชิ้นนั้น อยู่ในมือสองสามครั้งก่อนจะยัดเก็บไว้ในย่าม หลังจากนั้นก็ไปเลือกตัดกระบอกไม้ไผ่ไว้ใช้หุงข้าวมาอีกสองสามกระบอก กว่าจะเดินย้อนกลับมายังตำแหน่งที่พักก็จวนค่ำพอดี

พรานเบใช้เวลาเพียงไม่นาน กองไฟก็ถูกก่อขึ้นจนบริเวณที่พักสว่างโพลง ตอนนี้เองที่ลำปล้องของกระบอกไม้ไผ่ที่ตัดมาหลายกระบอก สองกระบอกใช้หุงข้าวเอาไว้กินมื้อนี้ เพราะต้องรีบออกเดินทางแกะรอยหมูโทนตัวนั้นแต่เช้า พรานเบจึงต้องหุงเผื่อไวกินมื้อเช้าอีกมื้อ

หลังจากพรานเบกรอกข้าวสารลงไปในกระบอกไม้ไผ่ลงไปผสมกับหัวมันนกที่ปอกแล้วหันเป็นชิ้นๆเรียบร้อยทั้งสองกระบอก แต่ก็ยังเหลือหัวมันนกอีกหลายหัว พรานเบไม่ปล่อยให้เสียเปล่า ส่วนที่เหลือพรานเบโยนลงไปในกองไฟแล้วใช้ไม้เขี่ยขี้เถ้ามาหมกไว้

จากนั้นก็หิ้วกระบอกข้าวทั้งสองกระบอกลงไปที่ชายห้วยเพื่อเติมน้ำแล้วนำไปพาดอิงไว้ที่ราวไม้เหนือกองไฟเตรียมหุงข้าวต่อจากนั้นก็รอเวลาให้มันสุกอย่างเดียว ในช่วงที่รอให้ข้าวสุก พรานเบก็หันมาทำกับข้าว อยู่กลางป่ากลางดงแบบนี้จะเลือกกินอาหารเริดหรูที่ไหนไม่ได้

ของสดที่หามาได้ก็มีผักป่าต่างๆ กับปูห้วยตัวเขื่องอีกสามสี่ตัว คิดอยู่ในใจว่าเพียงเท่านี้ก็คงพอ แต่เมื่อคิดใหม่อีกครั้ง พรุ่งนี้เช้าต้องเตรียมออกเดินทาง ควรจะหาอาหารเผื่อไว้มื้ออื่นด้วยน่าจะดี จึงคว้าไฟฉายและมีดเหน็บออกไปส่องฟันปลาริมห้วย ก่อนออกมาพรานเบใช้ไม้เขี่ยพรากถ่านจากกองไฟออกมาเล็กน้อยแล้วโยนปูห้วยลงไปเผา

พรานเบออกส่องฟันปลาริมห้วยไม่นานก็ได้ปลาก้างมาหลายตัว เพราะปลาเวียนชอบอยู่อาศัยตามน้ำที่ไหลและลึก พรานเบจึงเลือกฟันแต่ปลาก้างเพราะหาง่ายและอยู่ตื้นกว่า นอกจากปลาก้างแล้ว พรานเบยังเลือกจับกุ้งนางขนาดนิ้วก้อยมาได้อีกหลายสิบรวมทั้งลูกปูขนาดเล็กอีกหลายตัวที่ตะกุยตะกายอยู่ในกระบอกไม้ไผ่ กะว่าจะเอามาทำแกงเลียงเอาไว้ซดน้ำแกง

เมื่อกลับมาถึงแค้มป์ข้าวในกระบอกไม้ไผ่กำลังเดือดพล่าน ปูห้วยที่เผาทิ้งไว้ก็สุกพอดี มีบางตัวที่กระดองไหม้ขาแข้งดำปี๋ หลังจากใช้ไม้เขี่ยออกมาเคาะส่วนที่ไหม้ออก ก็กินได้เหมือนเดิม นอกจากปูห้วยที่สุกส่งกลิ่นหอมแล้ว หัวมันนกที่หมกทิ้งไว้ก็สุกได้ที่เช่นกัน

พรานเบใช้ไม้เขี่ยคุ้ยออกมาปัดเป่าขี้เถ้าที่เกาะเปื้อนหัวมันออก จากนั้นก็นำไปกองรวมกับปูเผาบนใบตองที่ตัดมา จากนั้นพรานเบก็จัดแจงเตรียมทำแกงเลียง เริ่มแรกก็นำกระบอกไม้ไผ่ที่มีลูกกุ้งลูกปูที่หาได้ ไปเติมน้ำในลำห้วยแล้วนำมาตั้งไฟ ช่วงที่รอให้น้ำเดือด พรานเบก็เหลาไม้เสียบย่างพริกนกสดและพริกแห้งเตรียมทำเครื่องแกง พร้อมๆกับปลาก้างย่างทั้งเกร็ดอีกสี่ห้าตัว อีกสองตัวสับเป็นชิ้นๆเอาไว้ใส่แกงเลียง ส่วนหอมกระเทียมโยนเข้าไปเผาอีกอย่างละสามสี่หัว เพราะเผื่อไว้ทำน้ำพริกไว้กินด้วย

พริกสดย่างได้ไม่นานก็ส่งกลิ่นหอม เคล้ากับกลิ่นหัวหอมและกระเทียมเผาที่โชยฉุนไปทั่ว พรานเบรูดพริกย่างเหล่านั้นลงไปในกระปุกพลาสติกที่ใช้ใส่น้ำพริกแห้งซึ่งหมดไปตั้งแต่เมื่อตอนบ่าย จากนั้นก็ใช้ช้อนกดบี้พริกย่างจนแหลกโดยไม่ต้องง้อครกตำ ต่อจากนั้นเพียงไม่นานทั้งหัวหอมและกระเทียมก็ถูกบดผสมลงไปด้วย พริกและหอมกระเทียมบดหยาบเสร็จพร้อมๆกับข้าวในกระบอกทั้งสองกำลังสุกระอุ พรานเบใช้ไม้หนีบประคองกระบอกข้าวนั้นขยับออกมาจากกองไฟเล็กน้อยปล่อยให้มันระอุไปเอง

เสร็จจากข้าวก็ต้องกลับมาทำแกงเลียงต่อ เพราะตอนนี้น้ำในกระบอกกำลังเดือดพล่านได้ที่ ลูกกุ้งลูกปูที่อยู่ในกระบอกสุกแดงเถือกน่ากิน ตอนนี้เองที่เครื่องแกงที่เตรียมไว้ถูกเติมลงไปเพิ่มความหอมเข้าไปอีก เมื่อรอจนน้ำแกงหอมปลาก้างสับ ติดตามลงไปสมทบด้วยเกลือและมะขามเปียกอีกฝัก เสียดายที่พรานเบไม่มีกะปิมอญติดมาด้วย ไม่เช่นนั้นแกงเลียงคงหอมน่ากินกว่านี้อีกเป็นทวีคูณ แต่ได้เพียงเท่านี้ก็ถือว่าเริดหรูแล้วสำหรับพรานป่า เมื่อปลาเริ่มสุกพ่อครัวหัวป่าก็รีบเด็ดยอดผักกูดและผักหนามที่เก็บมาได้เติมลงไปจนล้น แต่เพียงไม่นานผักที่ดูล้นก็ยุบลงเกือบครึ่ง เป็นสัญญาณว่าแกงเลียงของพรานเบสุกพร้อมรับประทาน ส่วนพริกที่เหลือในกระปุกพรานเบเติมเกลือและน้ำมะขามเปียกลงไป จากนั้นก็ใช้ช้อนคลุกเคล้าไม่กี่อึดใจก็ได้น้ำพริกเผาแบบลูกป่าอีกเกือบครึ่งกระปุก เอาไว้จิ้มกินกับผักป่าที่เหลือ หรือเอาไว้คลุกกับข้าวสวยกินได้ไม่ต่ำกว่าสองมื้อ….

เรื่องราวจะเป็นเช่นไร แล้วไอ้หมูเขี้ยวหัดตัวนั้นล่ะ! ห้ามพลาด โปรดติดตามในตอนต่อไป

ตอนที่แล้ว

ตอนต่อไป

{{ reviewsOverall }} / 5 Users (0 votes)
ให้ความรู้ดี0
อ่านง่าย0
น้าๆ พูดอะไรกันบ้าง... อ่านจบแสดงความคิดเห็นกัน
Order by:

Be the first to leave a review.

User Avatar User Avatar
Verified
{{{review.rating_comment | nl2br}}}

This review has no replies yet.

Avatar
Show more
Show more
{{ pageNumber+1 }}
อ่านจบแสดงความคิดเห็นกัน

แปบเดียวก็จะเปลี่ยนเป็นปี 2021 แล้ว โควิด-19 ก็ยังคงระบาดทั่วโลกอยู่ ดีหน่อยที่ไทยควบคุมเอาไว้ได้ ^ ^ พูดถึงเว็บไซต์ช่วงนี้น้าๆ จะเริ่มเห็นมีการเปลี่ยนแปลงของคอนเทนท์บ้างแล้ว เพราะต้องการขยายเนื้อหา เลยเอาเรื่องสิ่งมีชีวิตอย่างปลา หมู หมา กา ไก่ หรือตัวอื่นๆ มาให้น้าๆ ได้อ่านกัน ก็หวังว่าจะชอบกัน